บริหารทรัพยากร "ใจ" (Mind Resource Mangement : MRM)


 

งานที่ทำนั้นจะดีหรือไม่ดี “อยู่ที่ใจ…”
ถ้าใจคนทำงานแล้วมีความสุข ความสุขนั้นจะเปลี่ยนแปลง ผ่องถ่ายออกมาในรูปของ “น้ำใจ”

คนมีแรง ทำงานได้
คนมีน้ำใจ ทำงานดี

คนที่มี “น้ำใจ” จะทำงานดี ประณีต เรียบร้อย
ทุ่มเททำงานที่ “นอกเหนือกว่างาน...”

“น้ำใจ” จึงเป็น Key Factor ที่จะบ่งบอกได้ถึงคุณภาพของงาน
ดังนั้น คุณภาพของงานก็สามารถเป็นเครื่องวัด “น้ำใจ” ได้เหมือนกัน

คุณภาพของงานจึงเป็นสิ่งภายนอกที่สามารถวัดคุณภาพของใจ ซึ่งเป็นสิ่งภายใน...

การคุมงาน บริหารงาน ต้องรู้จักการบริหาร “ใจ” ให้คนที่ทำงานให้เรามี “น้ำใจ”

การพูดดีหนึ่ง การให้กินดีหนึ่ง เป็นเหตุ เป็นปัจจัยส่งให้ผลเขามี “น้ำใจ”
การดุด่า ว่ากล่าวโดยใช้อารมณ์เป็นเหตุ เป็นปัจจัยตัดรอน “น้ำใจ”
“น้ำเงินสร้างงานได้ น้ำใจสร้างงานที่ดีได้”

การบริหารใจคนเป็นสิ่งสำคัญ
ถ้าไม่มีเขา เราหรือจะลงไปทำงาน คลุกฝุ่น ผสมปูน ต้องดูแลเอาใจใส่ “ใจ” ซึ่งกันและกัน
ต้องดูแลใจให้เหมือนเป็น “คนในครอบครัวเดียวกัน”

กิน อยู่ ปาก ท้อง ที่หลับ ที่นอน หมอน มุ้ง ยา เสื้อผ้า เป็นสิ่งที่ช่วยเหลือเจือจุนกันได้
เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่ง แต่น้ำใจนั้นสามารถดลบันดาลได้ทุกสิ่ง

คนที่มีใจดี น้ำใจงาม สามารถสร้างสรรค์งานที่วิจิตรตระการตาได้
บริหารคนแล้ว ต้องไม่ลืม “บริหารใจ (Mind Resource Management)”
ใจเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มีพลัง
บริหารทรัพยากรใจดี งานที่ออกมาย่อมดีตามไปด้วย "สิ่งนี้เป็นเหตุเป็นผลกัน..."


หมายเลขบันทึก: 262277เขียนเมื่อ 20 พฤษภาคม 2009 13:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

เห็นด้วยอย่างยิ่ง ตอนนี้ที่บริษัทเริ่มปลดคนงานเก่าๆ ที่มีฐานเงินเดือนสูงแต่บางท่านทำงานด้วยใจ และรักในองค์กรมากจากการกระทำที่เราเห็นได้ (แต่ไม่รู้ผู้ที่อยู่สูงจะเห็นหรือเปล่า) ในที่สุดก้อต้องยึดคติท่านพุทธทาสว่า

ทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง ยกประโยนช์ให้ความว่างทุกอย่างสิ้น

เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตามสภาวะ????

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี