อย่าโทษคน เพราะในที่สุดจะไม่ได้คนกลับคืนมา จงโทษระบบ...เมื่อรู้ว่าระบบมีปัญหา จงแก้ที่ปัญหานั้น แล้วจะได้ทั้งคนกลับมาอยู่ในระบบที่ดีใหม่อีกครั้ง

      บางเรื่องราวแห่งการทำงานฉุกให้คิดอะไรๆ ได้หลายๆ อย่าง 

      แบบอย่างที่ดีแห่งการทำงาน, ต้นแบบที่ดีในองค์กรย่อมส่งผลต่อผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ให้รู้สึกเคารพ, ศรัทธา  และสร้างแรงจูงใจที่ดีในการทำงานร่วมกันตามแบบอย่างที่ดีนั้น  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร...ร่วมกัน....     

       

            การผิดพลาดในการทำงานขององค์กรที่อาจเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตาม  หากแม้เมื่อเกิดเหตุผิดพลาดนั้นขึ้นมาแล้ว หรือหากมัวแต่จะหาต้นตอของผู้กระทำผิดเพียงเพื่อให้เขาผู้นั้นกลายเป็นจำเลยของสาธารณะที่จะต้องรับโทษทัณฑ์(แบบจำใจยอม)จากกลุ่มคนในองค์กรนั้นๆ แม้จะด้วยทางวาจา หรือสายตาที่มองไปยังจำเลยคนนั้นก็ตาม  โดยที่ผู้บริหารขององค์กรหรือแม้กระทั่งคนภายในองค์กรเองก็ตามไม่เคยแม้แต่จะหันมามองให้เข้าใจและเรียนรู้ในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่  แล้วหันมาร่วมแก้ที่ระบบ  หลังจากนั้นเราจึงจะสามารถปรับคนให้เข้ามาในระบบที่พัฒนาขึ้นมาจากการแก้ไขปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดผ่านไปแล้วนั้นต่างหาก  จักเป็นอีกแนวทางหนึ่งสำหรับนักบริหารองค์กรที่ดี  หรือแม้กระทั่งบุคคลภายในองค์กรนั้นๆ ก็ตาม

         นายหัวของครูแอนได้นำเสนอข้อคิดในเชิงบริหารข้อนี้ออกมาสู่ลูกน้องและผองเพื่อนร่วมงาน  ในช่วงเวลาที่พวกเรากำลังเดินโซเซเพียงลำพังตามแรงแห่งพายุฝนกระหน่ำกรรโชกนั้นเอง  ทั้งสายฟ้าที่ส่งแสงออกมาแบบไม่ปราณีปราศัยที่พร้อมจะเชือดเฉือนเราได้ทุกเมื่อ  ทั้งเสียงดังที่ราวจะกลืนเอาพวกเราให้หายเข้าไปในฟ้าที่พิโรธนั่นอีกต่างหาก....

        หากแล้วเราก็ได้คิด "จงอย่าโทษคนเลย  เพราะอย่างไรเสีย  เราก็ต้องทำงานกับคนนั้นแหละ  หากเราไม่มีคนแล้วงานจะเกิดได้อย่างไร  จงโทษระบบเถอะ...แก้ระบบใหม่ได้ พัฒนาใหม่ได้ให้เหมาะสมและดีกว่าเดิม  แล้วเอาคนเข้ามาทำในระบบให้เป็นระบบที่ดี  แล้วงานดีๆ ก็จะเกิดตามมา"

       นายหัวขี่ม้าขาวมา....แล้วก็จากไปพร้อมทั้งข้อเตือนใจดีๆ ไว้ให้ขบคิดกันต่อ....ในเส้นทางของเราเอง  บริบทของเราเอง

 

( หมายเหตุ : นายหัว....

                  นายหัว....เป็นภาษาใต้ใช้เรียกสำหรับคนที่เป็นเจ้านายของตน  แต่งานนี้ครูแอนแอบเรียกแทนท่าน ผ.อ. คนเก่าที่กำลังจะไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อิอิอิ)