เมื่อวาน ( 17 พ.ค. 2552 ) ผมได้เข้าฟังการเสวนากลุ่มย่อยของคุณครูกลุ่มหนึ่ง คุณครูท่านหนึ่ง อดีตเคยเป็นดีเจสถานีวิทยุ เล่าให้ฟังว่า มีนักเรียนโทรศัพท์หลังไมค์เข้ามาปรึกษาปัญหาส่วนตัว คุณครูท่านนี้ ซึ่งตอนนั้นเป็นดีเจอยู่ ก็ได้ตอบไปว่า ปัญหานี้น่าจะนำไปปรึกษาพ่อแม่ หรือ คุณครูมากกว่า
สมาชิกในวงเสวนาที่เป็นคุณครูท่านหนึ่ง ก็ได้วิเคราะห์ปัญหาออกมาว่า เรื่องนี้น่าจะสะท้อนออกมาได้ส่วนหนึ่งว่า ทั้งพ่อแม่ และ คุณครู ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้เด็กได้เลย
ที่สำคัญ พวกเราในฐานะครูของนักเรียน จะต้องหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่า ทำไมเวลาเด็กมีปัญหาแล้วไม่มาปรึกษาครู กลับไปปรึกษาดีเจ ถึงเวลาที่เราจะต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นที่พึ่งของเด็กๆ
ในวงเสวนาวงนั้น คุณครูหลายๆ ท่านก็บอกว่า เป็นความบกพร่องของตัวเราเอง ที่ทำให้เด็กนักเรียนไม่เข้ามาหา
ต่อไปเราคงจะต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นที่พึ่งของเด็กๆ
ก็ขอบันทึกความดีของคุณครูในวงเล็กๆ วงนั้น มา ณ ที่นี้ครับ
สวัสดีครับเป็นข่าวเช้าที่ดีมากๆ ยอมรับว่าคือเรื่องจริง
สวัสดี ครับ อ.
ผมเห็นด้วย ครับ ว่า
ทำไมเวลาเด็กมีปัญหาแล้วไม่มาปรึกษาครู กลับไปปรึกษาดีเจ ถึงเวลาที่เราจะต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นที่พึ่งของเด็กๆ
จะทำอย่างไร ดี ที่จริง มีคำตอบอยู่แล้วในตัวมันเอง
เวลา..ไม่เคยรอใคร
และทุกอย่าง...ไม่เคยสายเกินกว่าจะแก้
ขอบพระคุณมาก ครับ
เห็นด้วยครับ เพราะครูเราชอบติดกรอบ ใช้บรรยากาศ
ที่ไม่เป้นกันเองกับนักเรียน ชอบความเป็นทางการ
ไม่ค่อยฟังเชิงลึก นักเรียนเลยไม่กล้ามาปรึกษา
สวัสดีค่ะท่านรอง
เห็นจริงด้วยค่ะ เวลาเด็กๆมีปัญหาปรึกษาดีเจ นี่นะคะ
ตั้งแต่สมัยตัวเองเป็นนักเรียนแล้วนะคะ....
พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ คงต้องหันกลับมามองตน
มามองบทบาทหน้าที่ของตนให้ดีนะคะ สังเกตุเห็นได้ว่า
นักเรียนจะกล้าปรึกษาปัญหาต่างๆกับคนที่เขาไว้ใจ เชื่อใจ
และคิดว่าเป็นที่พึ่งให้เขาได้ เปิดใจที่จะเรียนรู้และยอมรับฟัง
ความคิด ความรู้สึก ความต้องการของนักเรียนให้มากขึ้น
ให้ความรักความศรัทธาก่อเกิดจากใจข้างใน ทำจากข้างใน
ดูเหมือนทำยากไหมคะ แต่ถ้าเราจริงใจนักเรียนมักจะสัมผัสได้
เหมือนกับที่เราๆท่านๆที่คิดว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็จะสัมผัสเรื่อง
ของใจได้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ เพียงแต่ว่าเราอาจต้องใช้เวลา
ใชการกระทำที่สม่ำเสมอ ให้นักเรียนไว้วางใจ เชื่อใจ...การรับรู้เรื่อง
ราวต่างๆ ในการเป็นผู้ให้กำลังใจ ชี้แนะ สนับสนุน ในทางที่ดีงาม
เอ...ฟังดูแล้วไม่ง่ายเลยนะคะ แต่ก็คงไม่ยาก สู้ๆค่ะ วันหนึ่งเราคงได้
ไปยืนอยู่ข้างในใจกลางเด็กๆ ^_^ (ขออภัยค่ะพูดยาวไปหน่อย
แหะๆ)
เด็กมีปัญหามักจะไม่ปรึกษาคุณครู เพราะ
1. คุณครูจะบ่น บ่น บ่น ก่อนจะให้คำปรึกษา
2. คุณครูจะถามว่าทำไม เธอต้องทำอย่างนั้น
3. คุณครูจะบอกว่าทำไม เวลาทำเธอไม่มาปรึกษาครูก่อน
4. คุณครูจะบอกว่าครูไม่เคยสอนให้เธอทำแบบนี้
5. ครูจะถามว่าผู้ปกครองเธอทราบหรือยัง และ อื่นๆอีกมากมาย
ถ้าครูให้คำปรึกษาเด็กด้วยความรักและเมตตาก่อนจะถามหาเหตุผล เด็กทุกคนอยากมาปรึกษาแน่นอนค่ะ ท่านรอง
สวัสดีค่ะ
คงเป็นเพราะเด็กมีภาพของครูดุในหัว
คงเป็นเพราะเด็กมองว่าครูไม่เป็นมิตร
ครูกับเด็กต้องทำไดอะร็อกแล้วค่ะ
อ. วรภัทร์ แวะเข้ามาตอบค่ะ
http://gotoknow.org/blog/wijcha/261742?page=1
สวัสดีค่ะ ตั้งแต่เด็ก
กอไม่เคยปรึกษาดีเจเลยค่ะ อิอิ
แต่ชอบปรึกษาเพื่อน
ค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ครูต้องถามตัวเองว่า ทำไมเด็กถึงไม่เข้าเล่า ระบายปัญหาของเขา ให้เราฟัง..ไม่ยากนะคะที่จะให้เด็กวางใจในตัวครู..
เดี๋ยวนี้ เด็กก็ยังไม่ค่อยมสปรึกษาคุณครูนะครับ ด้วยเหตุผลที่คุณจักรกฤษณ์ว่าไว้
ขอบคุณมากครับ
ที่พูดมาไม่ยาวหรอกครับ ดีและเป็นประโยชน์มาก
ขอบคุณมากครับ
ที่เขียนมาทั้งหมด เป็นความจริงที่สุดเลยครับ
เด็กเลยต้องไปหาดีเจ
ขอบคุณมากครับ
คุณครูคงต้องฝึกดอกอะไร ไดอะหล็อก ครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับที่แจ้งข่าว ท่านคนไร้กรอบ
ผมประทับใจมากครับ
ผมก็ชอบปรึกษาเพื่อนเหมือนกัน
ขอบคุณมากครับ
ครูคงต้องถามตัวเอง ถูกต้องแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ