ดูแลหลังสูญเสีย

เช้าวันนี้ถือว่าเป็นวันหยุดพักผ่อนอีกหนึ่งวัน อาการไข้ก็ยังไม่ค่อยคลายหายดี หายจากไข้เเต่ว่ามาปวดฟันอีกโอ๊ย ! พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆเลยช่วงนี้ เห็นทีต้องไปทำบุญเยอะๆแล้ว ขณะเก็บกวาดบ้านในตอนเช้าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ต้นสายคือริน..ริน ใช่เเล้ววันนี้ฉันมีนัดกับรินที่คลังเลือดกลาง เป้าหมายคือเพื่อบริจาคเลือด

            รินเป็นหญิงสาวที่เพิ่งผ่านพ้นวัยเเรกรุ่น หน้าตาสวย ผิวสีเข้ม นัยน์ตาคมขำ ฉันมีโอกาสได้รู้จักรินเพราะรินคือเเม่ของคนไข้ที่มานอนรักษาอยู่ที่ตึกที่ฉันทำงานอยู่ ฉันยังจำภาพเเรกของรินได้เสมอ วันนั้นรินอุ้มลูกน้อยวัย 7 เดือนเศษมารับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต้องต่อสู้กับโรคมะร็งร้ายกับลูกโดยลำพังโดยปราศจากพ่อของลูก มีเพียงยาย เเม่ของรินเท่านั้นที่มาคอยเฝ้าดูแลหลาน

            หลังจากต่อสู้กับมะเร็งร้ายได้ปีกว่า รินและลูกก็ต้องพ่ายเเพ้ให้กับมันอย่างเลือกไม่ได้ หลังจากที่เสียลูกไป รินเอาเเต่กินเหล้าเมาชนิดไม่ลืมหูลืมตา จนกระทั่งอาเจียนเป็นเลือด ฉันเขียนจดหมายติดตามให้กำลังใจรินในนามทีมการพยาบาลหอผู้ป่วยเด็ก 3ง และโทรศัพท์ติดตามถามข่าวรินอย่างต่อเนื่องด้วยความเป็นห่วง เวลาผ่านไป 3 เดือนรินมีอาการดีขึ้นและคิดได้ว่าไม่ควรจะทำตัวเหลวไหล เหล้าไม่ใช่สิ่งที่จะเเก้ปัญหา  ฉันบอกรินว่าควรจะตั้งสติใหม่เเละตั้งหน้าตั้งตาทำงานและดูแลลูกที่เหลืออยู่อีกคนให้ดีที่สุด

         เมื่อคิดได้รินมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เเละตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้เงินมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับลูก รินเป็น case ที่ฉันต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด อาจจะมากกว่า case อื่นๆ ที่ฉันดูแล้วว่าทุกคนผ่านความเศร้าโศกไปได้ด้วยความราบรื่น และดูจะไม่มีอุปสรรคเท่าใดนัก เเต่ริน ฉันต้องติดตามทางโทรศัพท์บ่อยครั้ง เพื่อให้เเน่ใจว่าเธอสบายดี และในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปได้ 4 เดือนทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรมของเราจัดกิจกรรมค่ายสร้างเสริมพลังชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งเเละผู้ดูแลขึ้น ฉันจึงตัดสินใจชวนรินไปด้วย เพื่อจะดูว่ารินเป็นอย่างไร รินตอบตกลงที่จะไปกับเรา และครั้งนี้ที่พบริน รินดีขึ้นมากฉันจึงรู้สึกวางใจ จากนั้นการสื่อสารระหว่างรินกับฉันก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนคิดว่ารินน่าจะ o.k. แล้ว เเละในการจัดกิจกรรมค่ายฯ ครั้งต่อมาเมื่อ ม.ค.52 รินก็มาร่วมกิจกรรมกับเราอีก คราวนี้รินมาในฐานะอาสาสมัคร เพื่อให้การช่วยเหลือเเละเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนผู้สูญเสีย  "1 ปีหนูผ่านแล้วค่ะ หนูสบายแล้วตอนนี้" นี่คือสิ่งที่รินบอกกับทุกคนขณะนั่งทำกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนผู้สูญเสีย และทุกครั้งหลังกลับจากกิจกรรมค่าย รินก็จะชวนฉันไปบริจาคเลือดก่อนกลับบ้านทุกครั้ง

             ฟ้าหลังฝน ย่อมเป็นฟ้าที่สดใสเสมอ และวันนี้เป็นวันที่รินได้พบกับคำว่าฟ้าหลังฝน รินกลับมาที่ตึกเด็ก 3ง เเละซื้อของมาบริจาคให้กับเด็กๆ  พร้อมทั้งมาทักทายพี่พี่พยาบาลที่เคยดูแลลูกของรินและขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือให้กำลังใจรินมาโดยตลอดนับจากวันที่น้องจากไป ก.ค. 50 ถึงวันนี้ 1 ปีกว่าแล้ววันนี้รินมีงานทำที่ดีมีเงินพอที่จะส่งให้เเม่ได้ใช้จ่ายและดูแลลูกสาวของรินอีกคน  ฉันส่งรินขึ้นรถกลับบ้านหลังเสร็จจากการบริจาคเลือดแล้ว พร้อมกับคำพูดอวยพรริน "ขอให้รินโชคดีนะ พี่ยังเป็นกำลังใจให้รินเสมอ มีอะไรก็โทรมาได้ตลอด ถ้ามีกิจกรรมออกค่ายพี่จะโทรไปชวนรินอีกนะ " รินส่งยิ้มให้ฉัน และยิ้มวันนี้ของรินฉันเชื่อว่า รินมีความสุข

 

 ริน(คนเสื้อเหลืองผ้าพันคอสีชมพู) ในวันที่มาร่วมกิจกรรมค่ายสร้างเสริมพลังชีวิตผู้ป่วยเด็กมะเร็งและผู้ดูแล เเละวันนี้รินได้ให้กำลังใจเพื่อนผู้สูญเสียด้วยกัน