ขอมือคนโสด...สักที ใครที่รู้ตัวว่า “โสด” มองมาทางนี้....เด้อ...จ้า สิบอกไห่...

หลายๆท่านที่โสดมานาน หรือพึ่งโสดใหม่ๆสดๆร้อนๆ คงมักได้ยินคำถามเหล่านี้ให้หน่ายแหนงแคลงใจ ทำเอากินข้าวไม่ลงได้บ้างเหมือนกันไม่มากก็น้อย ประเภท คำถามที่ว่า

“ทำไมมาคนเดียวล่ะ”

 “มีแฟนหรือยัง”

“เมื่อไหร่จะมีแฟน”

“เมื่อไหร่จะมีข่าวดี”

“เมื่อไหร่จะแต่งงาน”

 และอีกหลายสารพันปัญหาคำถามที่ผู้หวังดีคอยไถ่ถามความเป็นไปของชีวิตคนโสด ว่าเมื่อไหร่จะสละโสดหรือลงจากคานเสียที อิอิอิ (เห้อ...จะห่วงอะไรกับชีวิตฉันมากนักหนอ) เจอบ่อยเข้าก็อาจเกิดอาการประมาณว่า

“เซ็งจังว้อย”

         ต่อไปนี้จะเล่าถึงข่าวดีของการเป็นโสด พร้อมทั้งวิธีการ “โสดอย่างไร ให้มีความสุข”

 “โสด” เทรนใหม่ของคนสมัยนี้

          ไม่ว่าจะโสดมานานแล้ว หรือพึ่งโสด (แบบไม่ได้ตั้งใจ จะทำยังฉันไม่ได้ตั้งใจโสด) ที่ได้กลายเป็นคน อินเทรนด์แบบไม่ได้ตั้งใจด้วยสิ (อิอิ พึ่งรู้ตัวเหมือนกันค่ะว่าอินเทรนด์กับเค้าด้วย ^_^) ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประชากรของประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็คือ “ไลฟ์สไตล์แบบคนโสด” อ๊ะๆมีสถิติอ้างอิงด้วยนะคะ ไม่ได้โม้เลย (ในสหรัฐอเมริกา จำนวนบ้านที่มีเจ้าของบ้านเป็นคนโสดเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ในช่วงทศวรรษที่ 1990 และในปี ค.ศ. 2000 ชาวอเมริกันราว 27.2 ล้านคนอาศัยอยู่คนเดียว คิดเป็นร้อยละ 9.7 ของประชากรทั้งหมด) ว่าความโสดเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่เลือก ด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมแห่งความโสด เพราะไม่มีใครมาสนใจ หรือ จำใจต้องร้องเพลงของน้องพลับ “ใครๆก็ไม่รักผม ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย…” ฉะนั้นคงไม่มีอะไรที่ต้องทำใจต้องจำใจโสด หรือโสดเฉพาะคืนนี้ เอาเปล่าเปลี่ยวเงาใจไปวันๆ เป็นโสดดีกว่า

             จากผลการสำรวจ พบว่า เหตุผลสามอันดับแรกที่ทำให้คนสมัยนี้พร้อมใจกันโสด คือ อิสรภาพ ความเป็นตัวของตัวเอง และเงิน ซึ่งสอดคล้องกับสถิติของสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่า ในปัจจุบันผู้หญิงเลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะรายที่หาเลี้ยงตัวเองได้ดี มีชีวิตที่เพียบพร้อม และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน นอกจากนี้ยังมีสถิติที่ระบุว่า ชาวอเมริกันที่โสดมักมีอัตราการเพิ่มของน้ำหนักน้อยกว่าคนที่แต่งงานแล้ว เพราะคนโสดมีเวลาออกกำลังกาย และดูแลภาพลักษณ์ของตนเองมากว่าคนที่แต่งงานแล้ว อีกทั้งผลการสำรวจของ The Economic and School Research Council (ESRC) ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้หญิงอายุมากกว่า 60 ที่อยู่อย่างคนโสด ไม่ว่าจะเป็นม่ายเพราะหย่าร้าง แยกกันอยู่ หรือไม่ได้แต่งงานก็ตาม มักจะมีความสุข มีอัตราการเกิดอาการซึมเศร้าน้อยกว่า และมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่าผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับสามี

             ผลวิจัยของ ดร.เบลลา เอ็ม.เดอเปาโล (Bella M. DePaulo) พบว่า การแต่งงานนำมาซึ่งความสุขเพียงไม่นานเท่านั้น นั่นคือช่วงเวลาที่ใกล้กับพิธีแต่งงาน ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับ ความสงบสุข ที่ยั่งยืนและสภาพจิตใจและอารมณ์ที่เสถียรกว่าของคนโสด

นั่นแน่ !!! อ่านมาถึงตรงนี้คงได้เหตุผลสนับสนุนข้อดีของการเป็นโสดให้อุ่นใจกันบ้างแล้วใช่ไหมค่ะ

HOW – TO: โสดอย่างไรให้มีความสุข  ^_^

             ได้ทราบข้อดีบางประการของการ “โสด” ไปบ้างแล้ว สิ่งต่อไปที่เราคนโสด และอยากจะโสดอย่างเราๆท่านๆทั้งหลาย ควรทราบก็คือ ทำอย่างไรถึงจะสามารถใช้ชีวิตโสดได้อย่างมีประโยชน์ คุ้มค่า และมีความสุขที่สุด 8 วิธียืดรับความ “โสด” อย่างมีความสุข ได้แก่

              1. โปรแกรมตัวเองใหม่ การเป็นโสดอย่างมีความสุขต้องเริ่มตั้งค่าโปรแกรมตัวเองเสียใหม่ แทนการเดือดร้อนกับสถานภาพ เวลาตอบหรือกรอกแบบสอบถามสถานะ ว่า “โสด” (สนิท) หรือคำถามว่า “ทำไมฉันถึงเป็นโสด” หรือ “เมื่อไหร่คนที่ใช่ของใจสำหรับฉันจะมาเสียที” หรือเมื่อไหร่หนอฟ้าจะประทานอีกครึ่งของชีวิตหนอ” ฯลฯ เปลี่ยนมาเป็นยอมรับความจริง พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยการถามตัวเองว่า “ฉันจะสร้างประโยชน์สูงสุดจากสถานภาพที่เป็นอยู่ได้อย่างไร”

              2. เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง การเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการสร้างในการสร้างพลังงานเชิงบวกขึ้นในใจ เมื่อเรารู้สึกดีกับตัวเองอย่างแท้จริง รู้สึกตระหนักถึงคุค่าที่มีอยู่ในตัวเองไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าหา “ใครสักคน” ที่จะรักและยืนยันถึงคุณค่าต่อไป ดังคำกล่าวของ เชอรี่ แลงก์เบิร์ต (Sherri Langburt) ผู้เชี่ยวชาญด้านไลฟ์สไตล์แบบคนโสดและผู้ก่อตั้งสังคมออนไลน์ SingleEdition .com ว่า “แม้การตามหาความรักจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่านั้นก็คือ การรักตัวเองให้เป็นเสียก่อน”

              3. ศึกษาตัวเองให้ดี ยิ่งคนเราใช้เวลาส่วนมากอยู่กับคนอื่นมากเท่าไร ตัวตนของเราก็ยิ่งมีโอกาสถูกกลืน ทำให้เราลืมทบทวนความต้องการส่วนลึกของตัวเองและลืมทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจึงควรใช้เวลาแห่งการถือครองความโสด ชีวิตโสด ให้มากที่สุดด้วยการทุ่มเทเวลาให้กับการ ทำความรู้จักตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง โดยเริ่มด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น จดบันทึกสิ่งที่คุณชอบและไม่ชอบลงในสมุด เดินทางท่องเที่ยวเรียนรู้ เปิดตา เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนรู้ชีวิต ผู้คน สังคม และสิ่งๆต่างรอบตัวด้วยหัวใจที่พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ

              4. เปิดตัวเอง แม้ว่าการเป็นโสดจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเราเป็นโสดมานาน ก็อย่าปล่อยให้กับการอยู่กับตัวเองให้กลายเป็นคนโสดที่ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก เพราะความเคยชินที่อยู่กับตัวเองตลอดเวลา ในสถาน “โสด” อย่างที่กำลังเป้นอยู่ขณะนี้ เราคงต้องยอมรับตัวเองบ้างแล้วค่ะว่า โลกของเราแคบกว่าคนที่มีคู่หรือมีครอบครัวไปโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเราจึงควรใส่ใจกับการ ขยายฐานความสนใจของตนเอง ด้วยการรับรู้ข่าวสารต่างๆให้มากขึ้น ทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นให้มากพิเศษ และหาโอกาสรู้จักกับเพื่อใหม่ๆ สานสัมพันธ์กับกลุ่มคนที่ “ใช่” ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เพื่อชดเชยโอกาสที่เสียไปกับการอยู่คนเดียว ขอเพียงเราเปิดใจให้กว้าง ...เราก็จะกลายเป็นคนโสดที่มีเพื่อนมาก น่าคบหา มีเสน่ห์น่าสนใจมากขึ้นได้ง่ายๆ

              5. อย่าหวั่นไหวที่จะเลือกทำในสิ่งที่ “ใช่” เท่านั้น หลังจากที่เราได้ศึกษาเรียนรู้ตนเองและโลกภายนอกอย่างซาบซึ้งบ้างแล้ว ก็อย่าลืมที่จะ เชื่อมั่นในจุดยืนของตนเอง (ไม่ใช่การเพิ่มอัตตาในตนเองให้สูงขึ้นนะคะ) ด้วยการ คิด พูด ทำ และเลือก เฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและผู้อื่น ในวันเกิดปีที่สามสิบ (หรือมากกว่านั้น)( อิอิ แต่เทียนน้อยยังไม่ถึงนะคะ 55 1234 หุหุ อีกตั้งหลายปี) ของเรา แม้ใครจะพากันบอกว่า “อย่ามัวแต่เลือกมากอยู่เลย” “ลดมาตรฐานของตนเองลงบ้างเถอะ” “เลิกฝันหวานของมนุษย์สมบูรณ์แบบคนนั้นเสียที” ฯลฯ และอีกสารพัดคำกล่าวที่ชวนให้คิดสะกิดใจ แต่จริงๆแล้วยิ่งเวลาชีวิตเหลือ เรายิ่งต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นยิ่งเราอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งควร “เลือก” มากขึ้นด้วย และหากเรายังไม่พบคนพิเศษเท่าที่เราเป็นอยู่หรือกำลังมองหา เราก็ไม่จำเป็นจะต้องเลือกใครเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าเรา “มีใครสักคน” เพราะมันคง "ไม่ใช่แค่ใครสักคน  ไม่ใช่แค่ใครก็ได้"

             6. สร้างสุขให้เกิดขึ้นด้วยตัวเองที่นี่และเดี๋ยวนี้ ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวไว้ว่า “ชีวิตมีค่าก็ต่อเมื่อเจ้าของชีวิตรู้จักใช้” ดังนั้นเราจึงอย่าปล่อยให้ชีวิตโสดของเราให้ผ่านไปกับความผิดหวัง เศร้าสร้อย น้อยอกน้อยใจในโชคชะตาชีวิตที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรัก เพราะชีวิตเรานั้นสั้นนัก ทำไมเราจึงไม่หัดที่จะสร้างความสนุกสนานและความพึงพอใจให้ชีวิตด้วยตัวเราเองที่นี่ เดี๋ยวนี้ ด้วยการเลิกเล่นเกม “รอ” ใครที่ชอบร้องเพลง “เมื่อไหร่ใจก็รอ” ของจักจั่น วันวิสา แล้วหันมาสร้างความสุขให้แก่ปัจจุบันของเรา แทนการรอให้ใครสักคนที่จะมาทำให้เรามีความสุข แล้วเริ่ม “ใช้ชีวิต” และ “มีความสุข” ด้วยการเดินทางท่องเที่ยว การมีบ้านสวนเล็กๆสักหลังท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เขียนหนังสือ บันทึกเรื่องเล่าของชีวิตไปเรื่อยๆ หรือเขียนบล็อก (ที่เราๆท่านๆกำลังทำกันอยู่ขณะนี้) ทำอาหารอร่อยๆทานเอง ทำสิ่งดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมรอบข้างตามกำลังและความสามารถ ไล่ตามเก็บความฝันทีละน้อยนิดเมื่อครั้งเยาว์วัยให้ได้อิ่มเอมหัวใจสบายกายใจไปนานๆ อย่าหลงลืมไปว่าความสุขและความทุกข์นั้นเป็นเพียงสิ่งที่ใจของเราปรุงแต่งขึ้นมาด้วยความเคยชิน ดังนั้น หกเราเรียนรู้ที่จะ “รู้สึกมีความสุข” ได้เมื่อไหร่ เราก็จะมีความสุขได้เมื่อนั้น

               7. ระบายความเหงาอย่างสร้างสรรค์ เหงาไหมคะ กับการอยู่เป็นโสด เหง๊า เหงา หรือเปล่าคะ ^_^ แทนที่เราจะปล่อยให้ตนเองผจญกับความเหงา กับหนังรักเพลงเศร้าเคล้าน้ำตาเพียงลำพัง ลองหันกลับมา ปลดปล่อยความเหงาอย่างสร้างสรรค์ด้วยการวาดรูป เขียนบันทึก หรือ เขียนบล็อก อย่างที่เราๆท่านๆกำลังเขียนกันอยู่นี่ไงคะ ฯลฯ เพื่อถ่ายถอดความงามของชีวิตออกเป็นศิลปะ  ให้เป็นการจรรโลงโลก จรรโลงสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นต่อไป ^_^

              8. อย่าสบายจนเคยตัว โดยปกติแล้วทีคนเรายามที่อยู่คนเดียวนานๆวันเข้านั้น มักจะมีนิสัยชอบอะไรง่ายๆ รักที่จะทำตามใจตัวเอง และละเลยระเบียบวินัยเล็กๆน้อยๆไปบ้าง แต่ไม่ว่าความโสดจะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมากแค่ไหน คุณก็ไม่ควรปล่อยให้ความง่ายนั้นกลายเป็นความ “มักง่าย” เป็นอันขาด อย่าปล่อยให้อิสรภาพที่ได้รับจากเป็นคนโสดนั้น ทำให้เรื่อยๆ เอื่อยๆ หละหลวมระเบียบวินัยในการบริหารเวลา ในการทำกิจกรรมต่างๆ จนกลายเป็นคนสกปรก ซกมก รุงรัง จนลืมที่จะดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรงโดยการดูแลอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ชีวิตของคนโสดมีความสุขอย่างแท้จริง

ใครๆก็โสดได้ ถ้าใจรัก

             อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านๆที่เป็นคนโสดคงพอยิ้มได้กว้างขึ้นบ้างนะคะ ในขณะที่คนมีคู่แล้วอาจจะเริ่มเสียดาย และอยากหวนกลับมาโสดอีกครั้ง ไม่ต้องเสียดายกันหรอกค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะโสดหรือจะมีสถานภาพกันอย่างไร วันนี้ก็ยังไม่สายหากอยากจะกลายเป็นคนโสด ไม่ได้สร้างความร้าวฉาน คือ งานของฉัน นะคะ อิอิ แต่อยากให้เรานำข้อดีของการเป็นโสดไปประยุกต์ใช้กับการใช้ชีวิตคู่ด้วยการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเพื่อนร่วมชีวิต แทนจะเป็นเจ้าของชีวิตของกันและกัน ด้วยการเลิกยึดติด ไม่แบกกันและกันไว้ อยู่ด้วยกันด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา ไม่ปิดกั้น ลิดรอนอิสรภาพของกันและกันมากจนเกินไป

            สุดท้ายไม่ว่าเราจะมีคู่หรือจะเป็นโสด พึงระลึกไว้เสมอว่า สรรพสัตว์ล้วนเกิดมาสู่โลกนี้มาเพียงลำพัง เวลามาก็มาคนเดียว เวลาไปก็ไปคนเดียว ดังนั้นเราจึงควรมีชีวิตอยู่อย่างปล่อยวาง ไม่ยึดติด และพร้อมที่กลับสู่สภาพ “เอกเทศ” ของชีวิตได้อย่างเบิกบาน เมื่อนั้นเราย่อมได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่ “โสดอย่างมีความสุข” อย่างแท้จริง

 

                                                                                    เรื่องโดย ฐิติขวัญ เหลี่ยมศิริวัฒนา

                                                                        จาก Secret  เคล็ดลับสู่ความสุขและความสำเร็จ