เคยมีคนหัวเราะ อาจารย์มนูญ ปิยาวรานนท์ : ตอนที่แกจะต้มน้ำ แกจะเอาน้ำใส่กา แล้วเอาไปตั้งไว้กลางแดดสักพัก พอน้ำอุ่นๆ ถึงนำไปต้ม...
ผมศรัทธา อาจารย์มนูญ ในการใช้ชีวิต ครั้งหนึ่งเคยถามแกว่า คุณแม่ของแกเลี้ยงลูกหลายคนอย่างไร จึงสามารถส่งให้ลูกเรียนสูงๆ ได้ ทั้งที่คุณพ่อของอาจารย์มนูญเสียชีวิตตั้งแต่แกยังเป็นทารก
คติหนึ่งในการเลี้ยงดูคือ "ของหายต้องหา ของเสียต้องซ่อม" ผมก็ลองมาคิดดู คติแบบนี้แม้คุณแม่ผมไม่ได้สอน แต่ท่านปฏิบัติให้ดูเป็นประจำ ผมจึงได้รับติดตัวมา
หลายครั้งที่ผมไปวัด ในชนบทจะมีคนไปทำบุญกันมาก ผมก็จะสรวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าฟองน้ำตามเขาไปทำบุญด้วย ตอนขึ้นศาลาก็ถอดรองเท้าไว้ที่บันได พอกลับจากทำบุญมักจะหารองเท้าตัวเองไม่พบ รอจนกระทั่งคนหมด ก็จะเจอรองเท้าคู่เก่าๆ หรือบางครั้งก็หาไม่พบเลย
ครั้งหลังๆ ผมก็จะหาเชือกหรือหนังยาง ผูกรองเท้าให้ติดกัน เหมือนทำตำหนิให้ต่างจากคนอื่นๆ ถ้าทำอย่างนี้ได้ รองเท้าก็จะไม่หาย
หลายท่านคงเคยเห็นรองเท้าฟองน้ำ ที่วางไว้หน้าห้องน้ำ ตามสถานที่พักแรม หรือตามสำนักงานที่เขามีรองเท้าให้เปลี่ยน... หลายที่มักจะนำรองเท้าสีต่างกัน หรือทำตำหนิ หรือเป็นรองเท้าข้างเดียวกันมาวางให้ใช้
ของใช้ต่างๆ ในบ้าน เราควรใช้อย่างทนุถนอม จะได้ใช้ได้นานๆ ตู้เย็นก็ไม่เปิด-ปิดแรงๆ จะได้ไม่เสียง่าย ตู้เย็นที่ผมซื้อตัวแรก ใช้มา ๑๘ ปี ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ในปัจจุบัน ไม่เคยส่งซ่อม
รถยนต์ที่ผมใช้อยู่ คันหนึ่งอายุ ๒๐ ปีแล้ว ผมก็ยังนำไปให้ช่างซ่อม ฟิตเครื่องใหม่ทุก ๕ ปี เดี๋ยวนี้ก็ยังวิ่งได้ดี สามารถเร่งเครื่องได้เกิน ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ระยะหลังผมมักขับต่ำกว่า ๘๐ หรือ ไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ค่าซ่อมบำรุงเฉลี่ยแล้วไม่เกินปีละ ๒๕,๐๐๐ บาท
พูดถึงคนซื้อรถใหม่ ราคา ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป หากต้องผ่อน มักใช้เวลา ๕-๖ ปี จึงจะผ่อนหมด พอผ่อนหมด รถก็ตกรุ่นต้องเปลี่ยนใหม่ ตอนเปลี่ยนใหม่ ราคาตกลงครึ่งหนึ่ง จะขายได้ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท (ตามจำนวนปีที่ใช้) แม้รถใหม่เราก็ต้องเสียค่าบำรุง ปีหนึ่งก็เป็นหลักหมื่นเหมือนกัน
หากเราซื้อรถมือหนึ่งและรักษาไว้ดีๆ ก็คงใช้งานได้ ๒๐ ปีขึ้นไป ค่าซ่อมบำรุง ๒๐ ปี ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ใครไม่เชื่อลองจดบันทึกดู
สิ่งง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หนังสือ วิทยุเทป ทีวี หากชำรุดเสียหาย ผมก็จะนำมาซ่อม ซ่อมแล้วเราก็จะใช้ได้อีกนาน
ผมสังเกตเวลาไปที่ร้านช่างซ่อม เขามักจะมีอาหลั่ยมือสอง ซึ่งถอดจากเจ้าของเก่าที่เอามาซ่อมและเปลี่ยนอาหลั่ยใหม่ไป ช่างก็เอามาซ่อมให้ใช้งานได้ และเปลี่ยนให้ลูกค้าบางคน ซึ่งเขาอาจไม่คิดค่าอาหลั่ย แต่จะคิดค่าแรงหรือค่าวิชาแทน
มีตัวอย่างหนึ่ง รถผมสตาร์ทไม่ติด มี ๒ สาเหตุที่คนนึกถึง คือ ๑. แบตเตอรี่ไฟอ่อนหรือไม่มีไฟ ๒.ไดรสตาทไม่ทำงานหรือเสีย..พอเอาเข้าจริงไปหาช่างซ่อม (ที่ซื่อสัตย์) ตรวจดูแล้วบอกว่าไฟไม่เดิน เปลี่ยนสายไฟให้ ๑ เส้น (เอามาจากอาหลั่ยเก่ง) ช่างไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้ความรู้ของตัวเองซ่อม ใช้เวลา ๔๕ นาที คิดค่าวิชาแค่ ๑๐๐ บาท..
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์ Beeman
"หากเราซื้อรถมือหนึ่งและรักษาไว้ดีๆ ก็คงใช้งานได้ ๒๐ ปีขึ้นไป ค่าซ่อมบำรุง ๒๐ ปี ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ใครไม่เชื่อลองจดบันทึกดู "
ไม่เคยจดเลย ต้องลองดูครับ
เรียน ครูคิม
เรียน ท่านพันคำ