สมัยก่อน ผมเป็นน้องคนเล็ก จำได้ว่าครั้งหนึ่งแม่เอาเสื้อใหม่ให้ใส่ ที่เรียกว่าเสื้อใหม่เพราะเป็นรูปแบบหรือสไตล์ที่เราไม่เคยมี และใหม่กว่าที่เราเคยมี และเจ้าเสื้อที่ได้รับมาจากคนอื่นตัวนี้ก็เป็นตัวเก่งของเรา คือใส่เป็นประจำ เนื่องจากมันดูดีกว่าตัวอื่นนั่นเอง
พอประมาณอายุวัยรุ่น คราวหนึ่งได้รับบริจาคเสื้อมาจากคนอื่น จำได้มีเสื้อตัวหนึ่งออกสีโทน "ฟ้าเขียว" เป็นเสื้อยืด สรวมคอ ตรงคอผ่าลงมามีกระดุม ๒ เม็ด แต่ว่ากระดุมติดด้านซ้าย แสดงว่าออกแบบมาสำหรับผู้หญิงใส่.. แต่ว่าเสื้อตัวนี้ดูใหม่ และผมเลยใส่เป็นประจำ (เป็นตัวเก่ง)
และนิสัยแบบนี้ (ใช้ของมือสอง) ก็ติดตัวมา คือ ถ้ามีใครให้เสื้อผ้ามา ที่พอใช้ได้ เจ้าของใส่ไม่กี่ครั้งก็เบื่อ เปลี่ยนตามแฟชั่น เราก็นำมาซักใหม่ให้สะอาด แล้วก็นำมาใช้ได้สบาย
ปกติ เสื้อผ้ามือสองมักเป็นเสื้อ และมักได้จากพี่ๆ มีทั้งเสื้อเชิ้ตและเสื้อยืด บางครั้งก็เป็นของมือหนึ่ง คือ เขาซื้อมาหลายตัวเพราะว่ามันถูก เขาก็แบ่งให้เรา หรือว่าบางครั้ง ด้วยการงานอาชีพ เขาได้เป็นของขวัญมาหลายตัวใส่ไม่หมด ก็แบ่งมาให้เรา
ส่วนที่เป็นกางเกงนั้น นานๆ จะได้ครั้งหนึ่ง แต่มักเป็นกางเกง Brand name คุณภาพดีหน่อย เรารับมาแล้วก็ใช้ได้นาน
ครั้งหนึ่งได้เสื้อเชิ้ตและกางเกงทำงานจากพี่ชาย ซึ่งยังดูใหม่อยู่ ยังใส่ไปทำงานได้สบายๆ
โดยเฉลี่ยแล้ว เสื้อผ้าตัวหนึ่งเมื่อมาอยู่กับผมจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ย ๒-๓ ปี เนื่องจากผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช้
ลองนับๆ ดู กางเกงทำงานมีประมาณ ๑๐ ตัว แต่ใช้หมุนเวียนจริง ๕ ตัว ส่วนกางเกงลำลองมี ๕ ตัว ใช้หมุนเวียนจริง ๒ ตัว
ส่วนเสื้อเชิ้ตและเสื้อออกงาน มีประมาณ ๑๕ ตัว หมุนเวียนใช้งาน ๓ ตัว เสื้อยืด (ซึ่งใส่ทำงานและลำลอง) มีมากหน่อย (ได้รับแจกมาด้วย) ประมาณ ๓๐ กว่าตัว มีมากจนใส่ไม่หมด นานๆ ก็จะสละของเก่าที่ยังดีอยู่ เอาไปบริจาคทาน ผมมักจะไม่น้ำเสื้อผ้าไปทำผ้าขี้ริ้ว ส่วนมากจะใช้ผ้าเช็ดตัวเก่ามาทำผ้าขี้ริ้วมากกว่า ผ้าเช็ดตัวเก่าผมจะไม่นำไปบริจาค ถ้าจะบริจาคจะซื้อเป็นผ้าเช็ดตัวผืนใหม่
เสื้อแจ็คเก็ต ตั้งแต่มาทำงานจำได้ว่าไม่เคยได้ซื้อเลย รับแจกมาจากหน่วยงาน มีประมาณ ๕ ตัว เอาไว้ใช้ใส่ออกงานที่เกี่ยวข้อง
นิสัยจากการปฏิบัติแบบนี้ ก็ถ่ายทอดไปยังลูกๆ โดยไม่ต้องสอน เขาเห็นเราทำอย่างไรเขาก็ปฏิบัติตาม พวกเรา (ครอบครัวตึ๋งหนืด) เลยเป็นคนง่ายๆ (แต่ไม่มักง่าย) แต่งตัวตามสบาย ไม่ค่อยมีพิธีรีตรองอะไร
ขอออกตัวไว้ตรงนี้ว่า คำว่า "ตึ๋งหนืด" คงมีความหมายว่า "ตระหนี่ถี่เหนียว" หรือ "ขี้เหนียว" ซึ่งจะเป็นคนที่ไม่ยอมควักเงินจ่ายอะไรเพื่อคนอื่นเลย ไม่เหมือนกับคำว่า "ประหยัด" หรือ "มัธยัสถ์" ซึ่งหมายถึงการเป็นคนรู้จักคุณค่าของเงิน และใช้ในสิ่งที่จำเป็น แต่ก็สามารถจ่ายเงินเพื่อคนอื่นได้ หรือบริจาคทรัพย์เป็นทานได้... ที่ใช้ Keyword "ตึ๋งหนืด" เพราะเป็นอิทธิพลจากการ์ตูน (เศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน) และชื่อหัวข้อเรื่องดูไม่เครียดดี
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

สวัสดีค่ะ
เรียน ครูคิม