ความเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อาจทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความสับสนขึ้นในใจ ของเก่าก็กำลังจะเข้าที่เข้าทาง เพราะแต่ละคนที่มีประสบการณ์ในการสอนอย่างครูมืออาชีพได้ปรับกลยุทธในการใช้หลักสูตรมาใช้แล้ว 

พอทำท่าจะเย็นชุ่มฉ่ำๆรับรู้ถึงจุดด้อย จุดแข็งของหลักสูตร

หัวใจความเป็นครูมืออาชีพของเหล่าพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ ทำท่าว่าจะยิ้มที่เริ่มจับจุดของหลักสูตร 2544ได้แล้ว พลันยิ้มนั้นหุบลงทันใด และเริ่มกระวนกระวายใจ ขวนขวาย หาความรู้ทั้งโดยบังคับก็มาก ที่เรียนรู้โดยสมัครใจก็เยอะ มีทั้งอยากรู้เพราะไม่อยากตกเทรน ก็ไม่น้อย ที่เรียนรู้เพราะกลัวจะขาดโอกาส ก็เลยหาโอกาสมันเสียเองให้รู้แล้วรู้รอดไป อย่างที่ฉันเป็นอยู่ไง 

 แต่ก็มิใช่ว่าจะเบาใจหรอกน๊ะ เพราะไม่รู้ว่าไอ้ที่นั่งเรียน นั่งทำ นั่งปั้นอยู๋นี่ จะถูกใจฝ่ายบริหารโรงเรียน และผู้รับผิดชอบลงนาม หรือไม่ ที่แอบแซงโค้วสุดท้ายเข้ารอบจบ กระบวนการเรียนรู้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน จนถึงขั้นทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Backworg Design  ในสาระที่รับผิดชอบ 2 ชั้นเรียน และดูแลเป็นพี่เลี้ยง อีก 4 ชั้นเรียนเสร็จเรียบร้อยแย้วววว.. 

และจากการศึกษาเองในครั้งนี้ได้ข้อสรุปด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษามาฝากน้องๆ ที่สนใจ แบบว่า..แบบว่า....อิอิ ดังนี้ค่ะ

หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบับโรงเรียน)

ประกอบไปด้วย

1.วิสัยทัศน์ของโรงเรียน

2.พันธกิจ

3.จุดหมาย

4.โครงสร้าง

5.คำอธิบายรายวิชา

(  ใส่ไว้ในเล่มนี้ทั้ง 8 สาระ ตั้งแต่ ป1-ป6, ม1- ม3)

6.หน่วยการเรียน

7.กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

8.ระเบียบการวัดและการประเมินผล

..................................................

หลักสูตรการศึกษา (ฉบับครูผู้สอน)

ก็ล้อมาจากหลักสูตรสถานศึกษา และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ที่ครูต้องการให้เกิด ให้ขึ้น มีในตัวผู้เรียน  ดังนี้

1.วิสัยทัศน์

2.พันธกิจ

3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์

4.จุดหมาย

5.โครงสร้าง

6.คำอธิบายรายวิชา(เฉพาะวิชาที่รับผิดชอบในการสอน)

7.หน่วยการเรียนรู้

(สำเร็จสมบรูณ์ตามสาระที่รับผิดชอบสอน พร้อมทั้งเครื่องมือการวัด)

8.คณะกรรมการบริหารหลักสูตรรายวิชาเฉพาะที่ครูรับผิดชอบ)

9.คณะกรรมการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา

("จบซะที พร้อมกับอาการปวดไหล่เป็นบ้าเลยที่นั่งจิ้มๆๆๆแบบบรรจงจิ้ม ก็ยังไม่วายจิ้มผิด หุหุ

คอตึง เอียงซ้ายไมลง ต้องเอาถุงน้ำเต้าหู้ร้อน ห่อผ้าวางแนบไว้มานาน เป็นสัปดาห์

คงเป็นบทลงโทษ ฐานที่บ้า  ไม่ละ ไม่วาง เฮอะๆ

หากพรุ่งนี้ ยังไม่ดีขึ้น ต้องไปหาคุณหมอช่วยที ๆ

เพราะมองไม่เห็นว่าที่เป็นอยู๋นี้มันน่าตาเป็นอย่างไร เอาใจมันไม่ถูกแล้ว

มันกุ๊กกั๊กๆ กรุบกรุบ เมื่อยและร้าวเสียจริงๆเลย ")

คัดลอกจาก

บทเรียนวิชาหลักสูตรและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1021205 : เข้าถึงข้อมูลเว็บไซด์http://lms.thaicyberu.go.th/OfficialTCU/courses/coursetree3.asp?cid=1021205&uid2=wanchai เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2552