ผมเห็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ ที่ลงไปทำงานที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความจริงจังและจริงใจ ผมชื่นชมมากๆ หลายๆท่านก็เป็นสมาชิก G2K ทักทายคุ้นๆกันดี แต่ปัญหาชายแดนภาคใต้ มันมีที่มาและที่ไปจริงๆ ที่เราไม่อาจจะปฏิเสธข้อเท็จจริงได้ เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ผมขอนำข้อมูลบางส่วนมาให้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทาง ในการที่จะช่วยกันแก้ไข ยับยั้ง เหตุการณ์ไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้
บรรดาผู้ที่ศึกษาปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างยอมรับตรงกันว่า มีความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเป็นอย่างมาก แต่หากได้ยึดเอาเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นตัวตั้ง และ ณ.จุดนี้ จึงใช้เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นหลักยึดเพื่อค้นหาความจริง ไม่ว่าจะย้อนหลังไปในอดีต หรือก้าวออกไปข้างหน้า ผู้ที่ค้าคว้าหาความจริง ก็จะสามารถวิเคราะห์ เจาะลึก เข้าไปถึงต้นเหตุแห่งปัญหาต่างๆได้ และผลลัพธ์ที่เกิดจากเหตุนั้น พร้อมกับข้อเท็จจริงต่างๆของมัน
ด้วยวิธีการเช่นนี้เองที่เราจะใช้เพื่อการวิเคราะห์ เจาะลึกเข้าไปดูให้รู้แท้ว่า สาเหตุหรือต้นตอแห่งปัญหาจริงๆนั้นคืออะไร และจากบทสรุปอันเป็นผลพวงที่เกิดจากการค้นคว้า วิเคราะห์วิจัยนี้ จะนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางไปสู่สันติภาพ และความสงบสุขของพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างไร
มีบุคคลที่เป็นมุสลิมสองในสี่ ที่มีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยมีรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคณะราษฎรเป็นผู้ก่อการ เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 คือ นายแช่ม พรหมยงค์ และนายบรรจง ศรีจรูญ
มีมุสลิมชาวจังหวัดชายแดนใต้ ในระดับหัวหน้าหลายคนที่ท่านทั้งสองนี้กล่าวถึงอยู่เสมอๆ ที่สำคัญคือ ฮัจยีสุหลง อับดุลกอเดร์ นายเจ๊ะอับดุลลาห์ หลังปูเต๊ะ นายอดุลย์ บิน สะอาด นายอดุลย์ ณ.สายบุรี(ตนกู อับดุลยะลานาแซร์) และตนกูมุฮ์ยิด ดิน บิน ตนกูอับดุลกอเดร์ หรือกูดิน เป็นต้น
ฮัจยีสุหลง บิดา ของนายเด่น โต๊ะมีนา เป็นนักการศาสนา ที่ศึกษามาจากนครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดิอารเบีย ตั้งแต่ปฐมวัย กลับสู่ปัตตานีในปี พ.ศ. 2470 ท่านมีบทบาทอันสำคัญยิ่ง ในการปรับปรุงระบบการเรียนการสอนศาสนา ในสี่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งขณะนั้นเรียกว่า “มณฑลปัตตานี” ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และต่อมาโรงเรียนปอเนาะแบบเดิม ได้พัฒนามาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามในปัจจุบัน ซึ่งโรงเรียนท่านถือเป็นแห่งแรกที่เปิดดำเนินการ ในปี พ.ศ. 2478 และนายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ไปเยี่ยมเยี่ยนโรงเรียนแห่งแรกนี้ด้วย
การใช้วิธีการเรียนการสอนศาสนาแบบใหม่ แทนวิธีเก่าที่เริ่มต้น ในปี พ.ศ. 2470 นั้น ใช่ว่าจะดำเนินไปด้วยความสะดวกก็หาไม่ เพราะโต๊ะครูหัวเก่า ตามโรงเรียนปอเนาะต่างๆเริ่มมีปฏิกิริยาตอบโต้ฮัจยีสุหลง โดยรายงานต่อ พระยาอุดมพงษ์เพ็ญสวัสดิ์ว่า ฮัจยีสุหลง จะเป็นผู้ก่อความไม่สงบ และจะทำให้ราษฎรก่อตัวขึ้นเป็นภัยต่อแผ่นดิน แต่เมื่อทางการสอบสวนและรับฟังการชี้แจงแล้ว ก็อนุญาตให้ท่านทำการสอนศาสนาตามวิธีการนี้ต่อไปได้ ถึงแม้ผู้ไม่ปรารถนาดีบางคน จับตามองด้วยความหวาดระแวงก็ตาม แต่ท่านก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะท่านยืนยันว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย นับเป็นเวลา 8 ปี ที่ท่านยืนหยัดทำงาน ในด้านการเรียนการสอน จนสามารถสร้างโรงเรียนขนาดใหญ่ได้อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นของราษฎร เพราะได้มาจากเงินบริจาค และผู้บริจาคคนสำคัญก็คือ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นเงินจำนวนประมาณครึ่งหนึ่ง ของงบประมาณค่าก่อสร้างทั้งหมด และ ฯพณฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนด้วยตัวเองอีกด้วย
ต้นไม้แห่งเสรีภาพและสันติภาพ ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำท่าจะไปได้สวย แต่ต้องมีอันเป็นไป เมื่อเกิดพายุร้ายโหมกระหน่ำ ในทันทีที่พันเอกหลวงพิบูลสงคราม เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจาก พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2481 พายุร้ายลูกนี้ก็คือลัทธิชาตินิยม ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ใช้เป็นธงนำในนโยบายของรัฐบาล เพราะเข้าใจว่าอุดมการณ์นี้ จะนำประเทศไทย เข้าสู่ระดับนานาอารยะประเทศทั่วโลก และให้ความสนใจกับเชื้อชาติไทย ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยไม่ฉุกคิดเลยว่า เชื้อชาติไทยแท้มีที่ไหน สยามประเทศประกอบขึ้นมาจากคนหลายเชื้อชาติ วันนั้นถ้านำทุกไปตรวจดีเอ็นเอ จะพบว่ามีไทยแท้ๆสักกี่คน แม้แต่จอมพล ป. พิบูลสงครามเองก็ไม่แน่ว่าจะมีสายเลือดอะไรผสมอยู่บ้าง
การประกาศใช้รัฐนิยม ฉบับแรกที่ว่าด้วย “ใช้ชื่อประเทศ ประชาชนและสัญชาติ” เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2482 และให้เปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย กำหนดให้เรียกคนสยามว่าคนไทย เพื่อความถูกต้องตามเชื้อชาติ และความนิยมของประชาชนชาวไทย แต่ผลปรากฏว่ารัฐนิยมฉบับแรกเป็นจุดเน้น ความรู้สึกคนละพวก สำหรับคนต่างเชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ให้เด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องทางสี่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมลายู ที่นับถือศาสนาอิสลาม จึงเริ่มมีความรู้สึกแตกแยกทางจิตใจขึ้นมา เพราะถือว่าตนเองมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันด้วย หรือแม้แต่คนสยามในส่วนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน
ยังไม่จบครับ แต่รับรองว่าผมจะเขียนให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทราบได้ทราบข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ รับรองสนุกแน่ครับ ท่านจะได้เห็นผู้แบ่งแยกดินแดนตัวจริงเสียงจริง ของแท้แน่นอน
แหม่...ท่านครับ วันนี้คนไทยแท้ๆเขาก็ทำท่า ที่จะแบ่งแยกดินแดนกันให้ได้ ไม่ได้แบ่งแค่ สี่จังหวัดแบบภาคใต้หรอก เขาจะแบ่งกันครึ่งประเทศเลย แต่...เอ...ใครหัวหน้าขบวนการนะ...จ้างก็ไม่บอก อิอิ

ฮัจยีสุหลง บินอับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา

ฯพณฯปรีดี พนมยงค์

จอมพลแปลก พิบูลสงคราม
แช่ม พรหมยงค์ อดีตจุฬาราชมนตรี รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ
สวัสดี ครับ คุณ เบดูอิน
ผมแวะมาลงทะเบียน ตามบันทึก ฉบับนี้ ด้วยคน ครับ
ขอบพระคุณ มาก ครับ
สวัสดีค่ะ
ป๊ะป๋าขา..แวะมาอ่านและอยากทราบจริงจริงจริงและจริงว่าหัวหน้าขบวนการคือใคร..อิอิ..จ้างก็ไม่บอก..5555(ป๊ะตอบในใจ..)
อ่านแล้วทำให้ทราบอะไรในบางเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ทราบค้างคาใจมาตั้งนาน
มาวันนี้..มานั่งอ่านด้วยความตั้งใจ..แต่ก็งง..งง..อยู่ในบางอย่าง
จะอ่านอีกรอบ ณ บัดนี้ค่ะป๊ะป๋า
โอ้ย...คิดถึงลูกสาวใจจะขาด
ป๊ะ..ไม่ต้องมาพูดดีเลย..โทรเบอร์ไหนเบอร์ไหนก็ไม่ได้..สงสัยจัง...
สวัสดีค่ะ ทำไมข้อมูลละเอียดดีจัง แต่เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ขอให้ประเทศชาติสงบสุข...
สบายดีนะคะ... ส่งดอกไม้มา...ให้สดชื่นนะคะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ
ประเทศไทยเป็นด้ามขวานที่เล็กๆหากผ่าซีกแล้วจะเหลืออะไรให้จับค่ะ น้ำทะเลมิเข้าท่วมจนมิดหัวหรือค่ะ เค้าคิดกันบ้างไหม ลูกหลานต่อไปจะอยู่กันอย่างไร
ลูกไม่ได้ด่าป๊ะซะหน่อย..ก็แค่บ่นเวลาที่โทรแล้วมีเสียงเลขารับสาย...
รู้ว่าต้องถามใคร..แต่คนที่ลูกตั้งใจจะถาม..ลูกไม่ได้ถามลูกโทรคุยกับคนนั้นดีกว่าคุยกับป๊ะอีก..อิอิ..คุยแล้วตั้งหลายครั้ง..5555...ป๊ะก็เลยเหงา..ใช่ไหม...
มีเรื่องอยากคุย ด้วยรู้ไหม...อิอิ..อ้าวมีโทรศัพท์เข้าอิอิ..
ป๊ะป๋า...คุยโทรศัพท์จบแล้ว..คุยกับใครไม่บอกปล่อยให้งง...มีความสุขมากจะบอกให้..55555
สวัสดีตอนบ่ายค่ะ
มาตามอ่านอย่างลุ้นระทึกครับ
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัยครับ
รออ่านตอนต่อไปครับ
สวัสดีครับท่าน แวะมาทักทาย..จะติดตามตอนต่อไป ครับ
( ขอบคุณ ภาพสวย ๆ จาก นสพ.คม ชัด ลึก)
สวัสดีค่ะ พี่เบดูอิน
อ่านสองรอบแล้วค่ะ
"ใครหัวหน้าขบวนการนะ...จ้างก็ไม่บอก"
ขอบคุณที่ไม่บอกค่ะ
ป๊ะป๋าเจ้าขา...อากาศที่กทม.ร้อนไหมคะ..
แวะมาราตรีสวัสดิ์จ้า..นอนหลับฝันดีนะคะ..เสียงกรนดังมากมาก..คริคริ
สรุปแล้วหัวหน้าขบวนการ..ไม่รู้ก็ดีเหมือนกันนะคะ..กลัวรู้...กลัวรับความรู้สึกไม่ได้
ไปแล้ววววววนอนแล้วจ้า.....บ๊าบบายนะคะป๊ะ..คิดถึงจัง
สวัสดีครับ
แวะมาหาความรู้
รักประเทศไทย ตำรวจเป็นมิตรใกล้ชิดประชาชน
55555แวะมาสงสารกรรมการเหงา...เปิดศึกดีไหมค่ะป๊ะ...ท่าจะรบหนัก..เพราะว่างเว้นซะนาน..แต่เอ้...ป๊ะป๋าเงียบจังสงสัยและสงสัยทำอะไรอยู่..ทราบแล้วเปลี่ยนอ๋อ..อย่าลืมเตรียมดาบ ปืน ผาหน้าไม้ด้วย..จะมีศึกใหญ่..อิอิ...กรรมการขาพี่เขี้ยวที่รักอย่าเพิ่งเบื่อนะคะ..รอห้ามทัพด้วย..