อัลฮัมดุลิลลาห์ งานด่วนๆ เสร็จไปสองแล้ว เหลืออีกสาม คิดว่าเร่งให้เสร็จได้ทันตามกำหนด ช่วงนี้เป็นช่วงงานร้อน งานลนก้นกำลังระบาดนักครับ ฮา

เมื่อวานจากการคุยกับหลายๆ คนเลยได้แง่คิด เป็นคติชีวิตอีกเรื่องสองเรื่องครับ คือ เมื่อวานผมสะท้อนประเด็นให้เห็นว่า มีความผิดพลาดในการติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างในห้องเรียน คณะศึกษาศาสตร์ ผมเสนอไปสองเรื่อง จากสามเรื่อง เหตุที่ไม่พูดถึงอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าคิดว่าไม่มีประโยชน์แล้ว จะแก้คงแก้ลำบาก เลยไม่เอ๋ยปากบอกใคร

ท่านผู้ใหญ่ท่านก็เลยสรุปว่า นักเทคโนโลยีนี่คอมเม้นต์เก่งเหลือเกิน ผมเลยคิดคำถามขึ้นมาได้ว่า ก็แล้วทำไมตอนก่อนจะทำไมไม่มาถามก่อนละ จะได้ไม่ต้องมาพูดทีหลัง ก็ตอนทำๆ กันสองสามคน ไอ้ผมก็ไม่ได้รู้ด้วยว่ากำลังคิดและทำอะไรกัน สุดท้ายเมื่อผมต้องเป็นผู้ใช้ ผมก็ต้องมีสิทธิเสนอความเห็นด้วยสิ ฮา

เลยคิดต่อไปว่า มีหลายประเด็นครับที่ คนทำงาน คนคุมนโยบายไม่ได้ทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนั้นเวลาเริ่มงานใหม่ก็เลยต้องผิดซ้ำๆ ซากๆ อยู่อย่างนี้แหละครับ ไอ้กระผมที่ตั้งใจว่าจะไม่พูดมาก ก็อดจะพูดไม่ได้ นี่ก็พูดเฉพาะที่คิดว่าเขาจะเอาไปแก้ไขได้เท่านั้นนะครับ ส่วนที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป

มองย้อนกลับหลายปีของการทำงานครับ เจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำ ตอนย้ายมาอยู่ที่โสร่งใหม่ๆ โต๊ะสำหรับอาจารย์หน้าห้อง ออกแบบกันตามความน่าจะเป็น มาชุดแรก ก็เลยต้องเอ๋ยปากกับเจ้าหน้าที่พัสดุที่ออกแบบโต๊ะว่า มันผิดธรรมชาติ รุ่นต่อๆ มาเลยมีการปรับตามที่เสนอ ต่อมาก็การวางจอรับภาพ อันนี้ไม่คิดว่าจะผิด สุดท้ายยังผิด จำได้ว่า รื้อใหม่ทั้งตึก ฮือ

งานประชุมของมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา ผมก็ได้มีโอกาสคุยกับท่านอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าร่างระเบียบ ผมตั้งคำถามท่านว่า ทำไมไม่ดูว่า ระเบียบเก่ามีปัญหาอะไร แล้วแก้ไข ทำไมต้องมานั่งร่างใหม่เลย แล้วสุดท้ายสาระสำคัญที่ถกกันมาตั้งแต่กระโน้นหายไปเลย หรือว่า การเริ่มนั่งนับศูนย์ใหม่ทุกครั้ง ดีกว่าการนับต่อไปเรื่อยๆ?

เรื่องโหลดภาระงานอาจารย์ ผมเป็นคนพูดคนแรกๆ ก็ว่าได้ครับ คุยกับท่านคณบดี ท่านเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ น่าจะใช้ทั้งมหาวิทยาลัย เลยเสนอเข้าระดับมหาวิทยาลัย แล้วก็เดินกระบวนการไปเยอะ จนร่างเสร็จ แต่ตอนประกาศ ผู้บริหารหลายท่านเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วไป จึงประกาศไปเพียงระเบียบเดียว ส่วนระเบียบสำคัญๆ สองระเบียบให้ไปศึกษาใหม่ (ตั้งกรรมการชุดใหญ่เลยครับ ส่วนหนึ่งก็เป็นทีมอยู่ในชุดนี้แหละครับ) สุดท้ายผมก็กลับมาคุยกับท่านคณบดี ท่านก็บอกว่า ศิลปศาสตร์ฯ จำเป็นต้องใช้ระเบียบนี้ จึงเปลี่ยนจากระเบียบเป็นประกาศคณะ (ไม่ใช่ ร่างระเบียบอย่างที่หลายท่านเข้าใจ) แล้วก็ใช้มาสามปี

เราประเมินทุกปี แล้วเราก็พบว่ามันมีปัญหา แต่ไม่ใช่ที่ประกาศที่ออกไป แต่เป็นที่แบบฟอร์ม ก็มีการปรับแบบฟอร์มเกือบทุกปี จนกระทั่งผมไม่ได้รับผิดชอบงานด้านบุคลากร รองท่านอื่นรับไป ซึ่งท่านก็มองเห็นไปอีกแบบหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่มีใครเดินงานประเมินอาจารย์ต่อ แต่ผมก็ยังใช้ประกาศดังกล่าวสำหรับงานวิชาการต่อครับ เพียงแต่ไม่เอาไปคิดในการคิดความดีความชอบ ใช้เพื่อการรวบรวมข้อมูลงานประกันคุณภาพ

จำได้ว่า ปีก่อนที่ผมจะไม่ได้ดูแลงานนี้ ผมพัฒนาระบบสำหรับการคิดภาระงานอาจารย์แบบอัตโนมัติแล้วครับ เพียงแต่ตอนนั้นยังมีบางภาระงานต้องคิดแยกต่างหาก เลยเปลี่ยนเป็นให้เจ้าหน้าที่รับเอาแบบรายงานของอาจารย์มาคีย์ในโปรแกรมนี้แทน (รู้สึกว่า จะอบรมเจ้าหน้าที่ไปแล้วด้วยซ้ำไป)

บางทีการมองย้อนอดีต ก็มีประโยชน์ตรงที่ว่า เราจะได้ไม่โดนงูกัดซ้ำสองในรูเดิมครับ นึกต่อไปแล้วตลกครับ อบีฮูร็อยเราะห์ขณะที่ท่านชราและตาบอด ท่านยังก้มหลบกิ่งไม้ที่ท่านเคยเดินชนเมื่อในอดีตได้อีก