IT ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ หากเราไม่ย่อท้อ และยอมแพ้ เราสามารถทำได้แน่นอนค่ะ

ต่อจากตอนที่ 1 

ปี 2540 ฉันมีโอกาสได้ศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  ปีนั้นฉันสอบทั้งด้าน IT ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชา บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ และสอบพยาบาล ฉันไม่ได้เรียนต่อพยาบาล เพราะคิวยังไม่ถึง  ฉันแอบไปเรียนรู้ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ใช้เวลา 2 ปี โดยไม่ได้ลาศึกษาต่อเพราะฉันเรียนไม่ตรงสายงานพยาบาล 
การเรียนรู้ระดับบัณฑิตศึกษา  สาขาวิชา บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ที่ฉันเรียน  อาจารย์สอนให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงานบรรณารักษ์ แต่ฉันเป็นพยาบาลฉันขออาจารย์ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงานประจำของฉัน  ฉันเรียนรู้วิชามากมาย อาทิ การกำหนดรหัส  การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis and Design) ระบบฐานข้อมูล (Database management)  ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information  System : MIS) การปรับแต่งสารนิเทศ การใช้อินเทอร์เน็ต และ Serch Enging ต่าง ๆ ในวิชาการเข้าถึงสารสนเทศ (Information Retrieval ) ฯลฯ  มากมายจำได้ไม่หมด   ที่นั่นให้อะไรฉันมากมาย  ทั้งเรียนรู้ด้วยตนเองเพิ่ม  งานศึกษาอิสระที่ฉันต้องทำส่งอาจารย์ต้องใช้โปรแกรมจัดการระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพในขณะนั้น คือ โปรแกรม Microsoft Access 97 ฉันจึงความสามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้ในระดับดีเป็นพิเศษ   

ระหว่างทำงาน  และเรียนโท  ฉันมีโอกาสเป็นวิทยากรหลายครั้ง และได้รัมอหมายให้สอนงานการใช้โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ทั้ง โปรแกรม Microsoft Excel  โปรแกรม Microsoft Access   แถมโปรแกรมต่าง ๆ จาก Internet เช่น  WWW  การสืบค้นข้อมูล  รวมทั้ง  E-mail จนถึงปี 2545 

ฉันทำงานทั้งด้านการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและด้านสารสนเทศทางการพยาบาล  มีช่วงหนึ่งปี 2546 - 2548 ฉันมีโอกาสเป็นอาจารย์พิเศษเปิดหลักสูตร สารสนเทศทางการพยาบาล ที่คณะพยาบาลศาสตร์ มมส.  ไปสอนนักศึกษาพยาบาลปี 4  ปัจจุบันคณะฯ สามารถบริหารจัดการรายวิชาได้ด้วยตนเองแล้ว   อีกทั้งงานฉันมีมากมายหลากหลายด้าน ฉันไม่ได้ไปช่วยเขาแล้ว

ปี 2548  ฉันมีโอกาสไปอบรมเฉพาะทางการบริหารการพยาบาล NA13 ที่คณะพยาบาล มข. มีเพื่อนร่วมรุ่นเป็นผู้บริหารการพยาบาลกว่า 50 คน  หลังเลิกเรียนฉันได้รับเกียรติจากพี่ ๆ เพื่อนร่วมชั้นเรียนสอนการใช้งานโปรแกรม Word , Powerpoint ให้ไป  ฉันไม่ทราบว่า  พี่ สว. ทั้งหลายได้นำ IT มาประยุกต์ใช้สำหรับลดความเหลื่อมล้ำความรู้มากน้อยแค่ไหน  แต่สำหรับฉัน  ฉันใช้ IT ทั้งในงานและชีวิตประจำวัน

และ ณ ปัจจุบัน  ฉันยังไม่หยุดนิ่ง  ยิ่งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้ช่องทางการสื่อสารที่สะดวกใน Gotoknow แห่งนี้  ให้ประโยชน์ยิ่งนักทุกด้าน  ที่ฉันเคยกล่าวไว้ใน AAR ไปแล้ว  http://gotoknow.org/blog/blogkanya/184829

ฉันเรียนรู้ Gotoknow ไม่นาน  ทำความเข้าใจระยะหนึ่ง  จากนั้นฉันเริ่มฝึกทักษะต่าง ๆ ด้วยตนเอง  ฉันมีคณุครูมากมายในบล็อกที่ต่างๆ บอกวิธีทำ  ฉันทำเอง และ ทำเอง ติดขัดฉันถามผู้รู้  ฉันพบแหล่งจัดเก็ข้อมูล  แหล่งบอกเล่าเรื่องราว เรื่องงานผ่านบล็อก  ฉันได้ที่อ่านเรื่องราวต่างๆ ที่ฉันไม่รู้จากบันทึกของสมาชิก เป็นสิ่งมหรรศจรรย์มากมายที่  Gotoknow  มีเรื่องดี ๆ  จากคนที่มีความรู้ ประสบการณ์ดี ๆ มาเล่าเรื่องให้ฟัง  ทำให้รู้สึกโลกเราอยู่ใกล้เพียงปลายนิ้วสัมผัส 

ขอขอบคุณทีมงานและผู้สนัสนุนให้ที่มี Gotoknow สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างและลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ได้เป็นอย่างดี 

และไม่นาน ฉันได้รับเกียรติจากคณะกรรมการ KM คณะ  ชักนำโดยพี่แก้ว  อุบล จ๋วงพานิช  ได้ก้าวขึ้นมาเป็นวิทยากร Web Blog ให้กับบุคลากรในโรงพยาบาลมาจนถึงปัจจุบัน 


ประสบการณ์กว่า 10 ปี งานด้าน IT ของฉัน  ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจ และภูมิใจอยู่ลึก ๆ ที่มีส่วนช่วยให้หลาย ๆ คน  สามารถใช้ IT มาประยุกต์ในการปฏิบัติงานของเขาได้ 
อย่าย่อท้อ นะคะ เอาใจช่วยค่ะ
 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

กัญญา