เมื่อ ๔ ปีที่แล้ว ฉันได้พบเด็กชายคนหนึ่งย้ายเข้ามาเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ชื่อน้องมอส  มองผิวเผินก็เดาได้ว่าน้องมอสร่างกายไม่สมบูรณ์ ภายหลังได้ทราบว่าเป็นโรคหัวใจ แต่พวกเราไม่ได้พบหลักฐานที่แสดงว่าน้องมอสป่วยเป็นโรคหัวใจ  แต่น้องมอสได้เล่าให้ฟังว่าเคยไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  หมอบอกว่า "น้องมอสมีหัวใจที่แข็งแรงเพียง ๓ ห้อง อีก ๑ ห้องนั้นฝ่อ"  เมื่อสังเกตดูใกล้ ๆ หัวใจน้องมอสจะเต้นแรง นิ้วและฝ่ามือเหลือง ซีด ส่วนเล็บมือเล็บเท้าเขียวเกือบดำคล้ำ

     ระยะแรกที่เข้ามาเรียนน้องมอสไม่รับรู้เรื่องการเรียน  ชอบเดินไปตามห้องเรียนอื่น ๆ ครูประจำชั้นต้องคอยติดตาม เมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ก็เหมือนเดิม ครูจึงตัดสินให้ซ้ำชั้น  และได้ย้ายชั้นเรียนมาอยู่ใกล้ห้องเรียนภาษาอังกฤษ  ทำให้น้องมอสมีโอกาสได้ใกล้ชิดและติดครูคิม 

      คราวนี้ครูประจำชั้นถือโอกาสต่อรอง  ให้น้องมอสตั้งใจเรียนและเมื่อทำงานเสร็จจะให้ไปอยู่ห้องครูคิม  นับว่าเป็นผลดี  น้องมอสจะทำตามคำสั่งของครูและตั้งใจทำงาน  เสร็จแล้วจึงได้รับอนุญาตให้ไปหาครูคิม  อาการของน้องมอสเมื่อมาอยู่กับครูคิมจะโอบกอดอยู่ด้านหลัง คลอเคลีย นั่งฟังพี่ ๆ เรียนหนังสือ ก่อนที่จะออกจากห้องเรียนไปหาครูคิมน้องมอสจะล้างหน้า ล้างมือและทาแป้งแบบหอมชื่นใจ  เพราะต้องการการให้ครูคิมโอบกอด 

     ถ้าหากวันใดวันหนึ่งที่ครูคิมไปโรงเรียนช้ากว่าปกติ หรือมีธุระไม่ไปโรงเรียนน้องมอสจะมีอาการเป็นทุกข์ ตาจะจับจ้องมองที่ประตูโรงเรียนตลอดเวลา   เมื่อเห็นครูคิมขับรถเข้าไปก็จะแสดงท่าทางดีใจและมีความสุข บางคราวก็ทำท่าป้องกันไม่ให้พี่ ๆ มัธยมเข้าใกล้ครูคิม จะรีบเข้ามาแทรกทันที หรือถ้าครูคิมไม่อยู่ที่ห้องภาษาอังกฤษ  น้องมอสจะติดตามหาทุกอาคารจนกว่าจะเจอ  คุณครูบางท่านเห็นน้องมอสเดินหาก็จะรีบบอกว่า..ครูคิมอยู่ที่ไหน

      น้องมอสจะเล่าเรื่องครอบครัวได้รู้เรื่อง  พ่อมีภรรยาหลายคน  แต่ละคนมีลูก ๑-๒ ก็หย่าร้างและไปมีภรรยาใหม่อีกเรื่อย ๆ สำหรับแม่ของน้องมอสเป็นชาวพม่า เมื่อคลอดน้องมอสแล้วแม่ได้ทิ้งน้องมอสให้อยู่กับพ่อ ปัจจุบันพ่อมีภรรยาใหม่และมีน้องอีกเล็ก ๆ ๒ คน  ที่อยู่อาศัยมีลักษณะเป็นกระท่อมเล็ก ๆ อยู่ในไร่สับปะรดที่เจ้าของไร่ให้พักอยู่ 

      แต่ละวันน้องมอสไม่มีข้าวปลาอาหารมาโรงเรียน ข้าวเช้าบางวันก็ได้ทาน บางวันก็ไม่ได้ทาน ค่าขนมไม่ต้องพูดถึง  ตอนเย็นก่อนกลับบ้านน้องมอสจะมารับนมไปดื่มที่บ้านและค่าขนมตามสมควร เสื้อผ้า รองเท้า คุณครูช่วยกันจัดหาเหมือนเด็กที่ขาดแคลนคนอื่น ๆ น้องมอสอ่านออกเขียนได้ ชอบวาดภาพและพิเศษคือชอบตีกลอง  ตีกลองเข้าจังหวะทุกจังหวะ  คุณครูประจำชั้นเคยหารือว่าจะซื้อกลองให้น้องมอสฝึกหัด ปีนี้น้องมอสขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ 

      การจัดการของโรงเรียน เคยหารือกันว่าอยากจะประชาสัมพันธ์ขอความช่วยเหลือไปยังผู้มีเมตตาจิตด้านการแพทย์ ในการอนุเคราะห์ดูแลรักษาอาการของน้องมอส ซึ่งปัจจุบันเมื่อป่วยก็ไม่มาโรงเรียน ครูเพียงแต่ให้การดูแลเรื่องความรัก ความอบอุ่นและเป็นกำลังใจ 

     ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาอ่านจบ  และไม่อยากจะสรุปว่าเด็กมีเคราะห์มีกรรมที่เกิดมาขาดแคลน ขาดความรัก ความอบอุ่น  ครอบครัวแตกแยก เพียงภาพที่เห็นก็อาจบรรยายได้ว่า น้องมอสและครูคิมแสนจะเจ็บช้ำที่สุดแล้ว