ฉันรู้สึกว่าพ่อของฉันกลืินลำบากมานาน สังเกตจากการที่พ่อจะไอทุกครั้งที่พ่อกินอาหารโดยเฉพาะอาหารที่เป็นน้ำ พ่อจะไอมากจนหน้าแดง แล้วพ่อมักจะดื่มน้ำตามลงไปอีกทั้งๆที่กำลังไออย่างหนัก

 

เมื่อสามปีก่อน พ่อต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการของตัวแข็งเกร็ง ปัสสาวะรดที่นอน จากการเอ็กซเรย์ปอด หมอบอกว่าน่าจะเป็นมะเร็งที่กระจายมายังปอดเพราะผลเลือดก็บ่งบอกว่าพ่อน่าจะเป็นมะเร็งหมอส่งพ่อไปทำ MRI ผลออกมาไม่ได้บอกอย่างนั้น

ฉันบอกว่า "พ่อน่าจะเป็นปอดอักเสบการสำลักอาหาร" เพราะ สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา พ่อดื่มกาแฟทุกเช้าแล้วไออย่างหนักทุกวัน จนฉันต้องห้่ามไม่ให้ดื่มอีก แล้วพ่อก็บ่นปวดหลังเรื่อยมา

สุดท้ายหมอเชื่อฉันแล้วรักษาพ่อด้วยยาปฏิชีวนะต้านเชื้อปอดอักเสบ พร้อมกับการใส่สายยางเืพื่อระบายสารคัดหลั่งจากเยื่อหุ้มปอด พ่อตอบสนองยาอย่่างดีมาก ฉีดยาสามวัน ปอดพ่อก็เริ่มกลับมาดำเหมือนคนปกติทั่วไป

 

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา พ่อเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการเหนื่อยเพลีย ปวดหลัง หลังแข็งเกร็ง หมอบอกว่าพ่อเป็นมะเร็งกระดูกสันหลัง ต้องส่งพ่อไป MRI เพื่อยืนยัน ฉันขอหมอรักษาตามอาการ เพราะสิบปีก่อนหมอก็เคยบอกอย่างนี้ แต่พ่อก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอันใด

ฉันบอกน้องที่ดูแลพ่อว่า "ช่วยให้หมอเอกซเรย์ปอดให้ด้วย เกรงว่าตาจะเป็นปอดอักเสบมากกว่า" ที่สุดหมอก็รักษาด้วยยาปฏิชีวนะรักษาปอดอักเสบ

พ่อต้องนอนไอซียู ในขณะที่ฉันก็ทิ้งพ่อมาเรียนการดูแลผู้ป่วยไอซียู พ่อไม่มีญาติเพราะลูกๆอยู่ไกลๆ เหลือก็แต่ลูกเขยที่ดูจะไม่ถนัดในการดูแลคนไข้ที่ต้องให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง หมอเลยต้องให้พ่ออยู่ในไอซียู เพราะที่นี่พยาบาลดูแลให้ทั้งหมด

วันนี้พ่อได้กลับบ้านแล้ว ปอดยังไม่หายดีแต่อาการทั่วไปดีขึ้น กินข้าวได้เยอะ เดินเข้าห้องน้ำได้เอง  คุณหมอบอกจะฝังเข็มจัดการเรื่องการกลืนและการทรงตัวที่ผิดปกติให้พ่อ

การสำลักเศษอาหารเข้าปอด มักจะพบในคนไข้ที่นอนนานๆหรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย คนสูงอายุที่ต้องนอนอยู่ที่บ้าน ก็มักจะมีอาการของปอดอักเสบได้เสมอ ส่วนพ่อของฉันช่วยเหลือตัวเองได้ดี แถมไม่มีไข้ที่บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อ หมอจึงไม่ได้คิดไปถึงเรื่องของปอดอักเสบ

เพราะฉะนั้นการใส่ใจดูแลผู้สูงอายุของญาติ การเป็นคนช่างสังเกต การรู้จักประวัติการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญและฉันจึงมักจะถามอาการเจ็บป่วย การแก้ไข ข้อปฏิบัติ ที่ผู้ป่วยดูแลตัวเองแล้วได้ผลดี ฉันมักจะทำตามที่คนไข้บอกเพราะฉันคิดเสมอว่าคนไข้รู้จักตัวเองมากกว่าใครๆๆ อย่างพ่อของฉัน เป็นต้น