บ้านเรือนกลุ่มหนึ่งประมาณ ๕-๕ หลังคา คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนกลุ่มนี้มีหลายครอบครัว  เพราะบ้านแต่ละหลังอาศัยเกินกว่า ๑ ครอบครัว เป็นที่น่าแปลกใจว่าเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวเหล่านี้หน้าตา ผิวพรรณละม้ายคล้ายกันที่สุด ทั้ง ๆที่ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา  คุณลักษณะด้อยมากกว่าเด่นอันได้แก่ผิวดำจนเขียว  เรียนช้าและพิการ

       ลักษณะของบ้านเรือน ก็คล้าย ๆ บ้านชั่วคราวหรือที่อยู่เพื่ออาศัยหลบแดดหลาบฝน มากกว่าจะเรียกว่าบ้าน  อาชีพของคนกลุ่มนี้คือรับจ้างแบกหาม กรรมกรในไร่สัปประรดและสวนยางพารา  เมื่อมาติดต่อกับโรงเรียนพกกลิ่นแอลกอฮอล์แบบออกฤทธิ์แรงมาด้วยทุกครั้ง  สื่อสารกันไม่เคยรู้เรื่องทุกครั้งไป  ที่สำคัญสอนให้ลูกต่อสู้กับเพื่อน ๆ โดยการใช้อาวุธและความรุนแรง

      เด็ก ๆ ที่ฉันสอนมามีจำนวน ๖ คน  ล้วนเกิดมาจากคนละพ่อคนละแม่ มีตาวัน เพียงพร  ไดอานา  ดวงทิพย์  แขนภา และชัยรัตน์ แต่ละคนสร้างความอลวลให้พวกเราทั้งโรงเรียนดังนี้ ตาวัน เป็นเด็กชายแคระแกรนด์ ไม่ชอบเรียน ชอบรังแกเพื่อน ๆ ไม่ว่าหญิงหรือชาย ด้วยความรุนแรงจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ แล้วออกไปไม่ยอมมาเรียนต่อในชั้นมัธยม เพียงพร เพดานโหว่ ลิ้นไก่สั้น พูดไม่รู้เรื่อง บ่ายวันหนึ่งมาบอกฉันว่า "คุณครูขาหนูถูกตากระทำ" ซักไซร้สอบถามจนแน่ใจว่าเป็นการข่มขืน ในวันนั้นครูคิมกับเพื่อนครูแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำอยู่บนสถานีตำรวจจนดึกดื่นค่อนคืน  เพราะกลัวถูกสื่อไปทำข่าว  ผลสุดท้ายเพียงพรสารภาพว่า "หนูโกหก"เรียนแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ พ่อแม่ไม่ยอมให้มาโรงเรียนและให้แต่งงานมีครอบครัวไป ฉันติดตามถามข่าวของเพียงพรเสมอ  สามีของเพียงพรก็เป็นคนที่มีลักษณะคล้าย ๆกัน

       ไดอานา ผิวดำจนเป็นมันวาว แต่พวกเราก็ให้กำลังใจว่ารับประทานอาหารที่มีคุณค่า ออกกำลังแล้วดูแลผิวพรรณ แล้วผิวก็จะดีขึ้นภาพหลังสามารถเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ดวงทิพย์ เช่นเดียวกับไดอานาคือเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีนี้ ปัญหาของไดอานาและดวงทิพย์คือพ่อแม่จะไม่ให้เรียนจบชั้นพยายามที่จะมาบอกลาออก เพื่อให้ลูกไปมีครอบครัว  แต่ทางโรงเรียนต่อสู้เพื่อให้จบภาคบังคับ แขนภานั้นสติปัญญาไม่รับรู้ ยิ้มอย่างเดียวมาโรงเรียนโดยไม่มีหลักฐานอะไรแต่ครูก็รับไว้  ในที่สุดก็ออกไปเมื่อชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปัจจุบันเหลือชัยรัตน์กำลังขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ปีนี้ และชอบพกอาวุธมาโรงเรียน  ไล่ฟันไล่แทงเพื่อนก็หลายครั้ง  ครูเวรจะต้องตามติดตรวจกระเป๋าชัยรัตน์ทุกวัน

      เด็กทั้งหมดเกิดในประเทศไทยแน่นอน  แต่เมื่อไปถามพ่อแม่ว่าเด็กเกิดที่ไหน จังหวัดใดนั้น  ไม่เคยได้ข้อมูลที่แน่นอน แต่ละคนจะตอบไปคนละอย่าง คือบอกที่มาของตนเองไม่ได้ ทุกครั้งที่มีการสอบ NT และสอบ ONET เด็กเหล่านี้ไม่มีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก เกิดความวุ่นวายตลอดมา  เพราะการไปติดต่อที่ส่วนราชการไม่แล้วเสร็จในวันเดียว  และเมื่อเด็กอายุครบทำบัตรประจำตัวประชาชนก็ต้องต่อสู้กันอีกทุกครั้ง 

      เมื่อมีโอกาสฉันจึงได้สอบถามเพื่อแก้ข้อสงสัย ได้รับคำตอบว่าคนกลุ่มนี้ไม่เคยมีใครได้เรียนหนังสือมาก่อน ไม่มีความรู้ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ยกเว้นเด็กที่กล่าวมาทั้งหมด ย้ายมาจากที่ใดนั้นก็ลำดับไม่ถูก และมีการแต่งงานกันระหว่างเครือญาติ แม่ของตาวันเสียชีวิต พ่อจึงมาได้กับน้องสาวคือแม่ของดวงทิพย์  และแม่ของดวงทิพย์เสียพ่อจึงไปได้กับแม่ของชัยรัตน์ และคนอื่น ๆ ที่เป็นญาติ ๆกันก็แต่งงานกันในกลุ่มเครือญาติ 

      ครั้งหนึ่งฉันมีโอกาสติดตามครูประจำชั้นไปเยี่ยมบ้านเด็กกลุ่มนี้อย่างจริงจัง  พบว่าทุกบ้านไม่มีห้องนอน  มีห้องเดียวอเนกประสงค์ นอนรวมกันเป็นแพ จึงเป็นคำตอบที่ดวงทิพย์มาบอกฉันว่าจะขอลาออกจากโรงเรียนไปแต่งงาน ไปแต่งกับใครนั้นก็ยังไม่รู้จัก มีผู้ชายมาสู่ขอด้วยเงินเพียง ๕๐๐๐ บาท  เรื่องนี้ฉันคงสรุปตามความรู้สึกของฉันเพียงคนเดียวไม่ได้  แต่ที่แน่  ๆ โรงเรียนไม่ยอมปล่อยให้เด็กเป็นคนไร้สิทธิ์หรือไร้สัญชาติ