เห็นตัวเลขแล้วก็ยังคงรู้สึกเช่นเดิม..นั่นคือจะไม่เสียดายเงินเลย หากบังเกิดความคุ้มค่า

 

 

 

รัฐลงทุนคุ้มไหม

 

การลงทุนของรัฐ..มากมายมหาศาล

สำหรับเรื่องการเข้าถึง การอ่าน” ของเด็กไทย

หลังจากการร่วมโครงการ PISA  และทราบผลการประเมินความสามารถของเด็กไทย

ที่อยู่ในกลุ่มต่ำและมีแนวโน้มคะแนนจะลดลงอีก

 

ในฐานะที่เป็นคนไทยที่มีหัวใจรักชาติ  รักการอ่าน  อยากเห็นเด็กไทยมีหัวใจรักการอ่าน

จะไม่รู้สึกเสียดายการลงทุนเลย กับเงินมากมายมหาศาลที่รัฐต้องจ่าย

หากบังเกิดความคุ้มค่าจริง

นั่นคือ....

เด็กเข้าถึงการอ่าน  รู้เรื่องการอ่าน

 

รัฐลงทุนไปเท่าไหร่  (ลองประมาณการคร่าวๆ)

1. กระทรวงศึกษาธิการ ใช้เวลา 3 ปีในการสร้างเครื่องมือประเมินการอ่าน ต้องจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าตอบแทน อีกจิปาถะ ในการดำเนินการของคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ  น่าจะไม่ต่ำกว่า 7 หลัก

 

2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ต้องดำเนินการประเมินเด็กอายุ 15 ปี ทั่วประเทศ จึงต้องเชิญผู้รับผิดชอบได้แก่ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านจากทุกเขตพื้นที่ทั่วประเทศ 185 เขต  และฝ่ายบริหารของเขตพื้นที่ ได้แก่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตพื้นที่ละ 1 คน รวม 185 คน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นมรรคเป็นผลยิ่งขึ้น (กล่าวคือ ผู้บริหาร+ผู้ปฏิบัติ = งานเดินเร็ว)  ที่โรงแรมท็อปแลนด์  จ.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2552   ตัวเลขที่รัฐต้องจ่ายเฉพาะกิจกรรมครั้งนี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 7 หลักอีกเช่นกัน น่าจะค่อนไปทาง 8 หลักแล้ว เฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง-ค่าพาหนะของผู้ร่วมประชุม ระดับ 7,8,9 ทั้งนั้น และก็ตั้งแต่ยะลาถึงแม่สาย ..ได้ยินผู้รับผิดชอบโครงการท่านบอกเช่นกันว่างบประมาณบานปลาย..

 

3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ(สพท.) รวม 185 เขตต้องดำเนินการประเมินการอ่าน สำหรับเด็กอายุ 15 ปี คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเดือนกรกฎาคม 2552 ที่จะถึงนี้ สพฐ.ให้แต่ละเขตพื้นที่ลองประมาณการค่าใช้จ่ายในการสอบ..พร้อมนำเสนอ..พอเห็นตัวเลขแล้วรู้สึกหนาวแทนรัฐบาลอีกแล้ว..เชียงใหม่เขต 1 นักเรียนชั้น ม.3 รวมประมาณ 8,000 คน คิดแบบเขียมๆ 200,000 บาท..ลองฟังเพื่อนๆนำเสนอนะคะ  ..ของ กทม.เขต 1 ประมาณ 900,000 บาท ก็นักเรียนเขาตั้ง 16,000 คนแน่ะ..เขาก็บอกเขียมๆแล้วเช่นกัน คิดค่าข้อสอบฉบับละ 10 บาท (ข้อสอบทั้งหมดมี 4 ชุด) ..ที่แน่ๆ ก็คือ สพฐ.ต้องคิดหนักมากแล้วในสัปดาห์หน้า เพื่อจัดสรรงบประมาณให้แต่ละเขตฯ  และก็ต้องทำอย่างรวดเร็วด้วยเพื่อให้ทันในการเตรียมการประเมิน ..กิจกรรมนี้รัฐต้องจ่ายประมาณไม่น่าจะต่ำกว่า 8 หลัก..

 

4.การสรุปผลในระดับชาติ และเผยแพร่ผลการประเมินไปทั่วประเทศ  หลังการประเมินเสร็จสิ้นแล้ว  ตัวเลขก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 6 หลักสำหรับกิจกรรมนี้..

 

 

เห็นตัวเลขแล้วก็ยังคงรู้สึกเช่นเดิม 

นั่นคือจะไม่เสียดายเงินเลย หากบังเกิดความคุ้มค่า

 

ชาติต้องนำข้อมูลผลการประเมินมาวางแผนอย่างรวดเร็ว 

ซึ่งจริงๆแล้วขณะนี้ในสถานศึกษาทุกแห่งก็มีการ “ขับเคลื่อนการคิด-การอ่าน” กันอยู่แล้ว  

เพียงแต่แรงในการขับเคลื่อนอาจแตกต่างกันบ้าง  ด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ (หากเจาะประเด็นนี้ก็คงยาวอีก)

 

 

 

  

เด็กเข้าถึงการอ่านหรือรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) คืออย่างไร

         

การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) มีความหมายมากกว่าการอ่านหนังสือและเข้าใจความหมายของคำ  แต่รวมไปถึงความสามารถในการติดตามความหมาย  การคิดย้อนกลับและสะท้อนว่าเข้าใจถึงจุดประสงค์ของการเขียน  เข้าใจว่าเขียนสำหรับให้ใครอ่าน (หรือผู้เขียนต้องการส่งข่าวสารให้ใคร)  ให้รู้ว่าผู้เขียนใช้ภาษาอย่างไรในการนำข่าวสารไปสู่ผู้อ่านและอิทธิพลที่มีต่อผู้อ่าน และรวมถึงความสามารถในการตีความจากโครงสร้างของเรื่องหรือจากลักษณะเด่นของการเขียน  การรู้เรื่องการอ่านนี้จะแสดงว่ามีความรู้และศักยภาพที่จะมีส่วนในการสร้างสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

 

จากบทสรุปของ PISA  บอกว่า..

เด็กไทยไม่เคยชินกับข้อสอบ  2 ประการ คือ

1.การเขียนตอบหรือให้คำอธิบายยาวๆ

2.การที่ต้องตีความ  คิด วิเคราะห์และสะท้อนเอาความคิดหรือปฏิกิริยาของตนที่ตอบสนองต่อข้อความที่ได้อ่าน  หรือข้อมูลที่ให้มา 

 

สิ่งเหล่านี้ปรากฏในการสอบของประเทศไทยน้อยมาก  นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับอย่างแน่นอน  แต่จากการได้ร่วมพิจารณาแบบประเมินความสามารถของนักเรียนด้านการอ่านในวันที่ 29-30 เมษายน ที่ผ่านมา  ผู้เขียนเห็นว่าแบบประเมินการอ่านของไทยได้พัฒนาขึ้นแล้ว  ก็ค่อนข้างรู้สึกหนักใจแทนเด็กอยู่ เพราะเด็กไม่ชินจริงๆ กับข้อสอบแบบอัตนัย

 

ทุกฝ่ายต้องอดทนอย่างยิ่งยวดทีเดียวในการขับเคลื่อน..

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เพื่อให้เด็กเข้าถึงความรู้

เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

 

 

 

สวัสดีค่ะ

..ขอบคุณภาพสวยๆจากบ้านน้องพิมค่ะ(สาวน้อยใจดี)..บ้านแบ่งปันฝันงาม..

เพื่อนๆต้องการอ่านเรื่องราวอีกเชิญค่ะ..

http://gotoknow.org/blog/pasathaiauon/258576 ลุกฮือทั้งประเทศ อ่าน อ่าน อ่าน กับ PISA

http://gotoknow.org/blog/pasathaiauon/258704 ตัวอย่างข้อสอบวัดการอ่านของ PISA

http://www.ipst.ac.th/pisa/index.html