แม่เล่าให้ฟังว่า แม่กับพ่อตั้งใจแน่วแน่ว่าจะส่งลูกๆทั้ง 10 คนให้ศึกษาเล่าเรียน ไม่ว่าจะลำบากจากอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นอย่างไร จะมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ และแล้วแม่ก็ทำได้ตามที่ตั้งใจไว้จริงๆ
แม่กับพ่อเรียนหนังสือมาน้อย แม่เล่าให้ฟังว่า แม่เรียนจบชั้น ป.4 และเรียนจบโรงเรียนผู้ใหญ่ที่รัฐจัดให้ซึ่งตอนนั้นแม่มีลูกแล้ว แม่อ่านออก เขียนได้ และยังสอบได้ที่ 1 อีกด้วย ส่วนพ่อจบป.7 แต่เกเรตอนวัยรุ่น และไม่เรียนต่ออีก แต่พ่อเป็นคนเก่งรอบด้าน เป็นปราชญ์ชาวบ้านก็ว่าได้และเป็นทหารผ่านศึกในสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่ไม่ค่อยได้เขียนถึงพ่อมากนักเพราะท่านได้เสียชีวิตไปแล้วและสำหรับผู้เขียน การพูดถึงแม่เหมือนกับพูดถึงพ่อไปด้วยเสมอ ท่านคิดเหมือนกันเหมือนกับเป็นคนเดียวกัน
แม่กับพ่อยึดอาชีพทำนา นาที่ได้รับเป็นมรดกก็ไม่มากนักจึงต้องเช่านาเขาทำด้วย และทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียว
กับลูกๆ แม่กำหนดภาระงานประจำให้ลูกแต่ละคนทำ และจะติดตาม ตรวจตราว่าได้ทำตามหน้าที่หรือไม่ ติชม ตักเตือน ชี้แนะ และที่สำคัญกิจวัตรประจำวันท่านเป็นแบบอย่างที่ดีของความขยัน อดทน รับผิดชอบ และที่สำคัญยิ่งคือช่วยเหลือสังคม นอกจากนั้นลูกๆยังมีภาระกิจจรที่ต้องทำเกือบประจำทุกวันคืองานที่ช่วยเหลือท่านในการทำนา ฉะนั้นลูกๆจะทำนาเป็นกันทุกคน เมื่อกลับจากโรงเรียนท่านก็เขียนจดหมายน้อยไว้ว่า กลับจากโรงเรียนแล้ว ทานข้าวรองท้องแล้วให้ทุกคนไปช่วยแม่ที่นาด้วย งานที่ทุ่งนานั้นก็มีถอนกล้า หาบกล้าไปนาเพื่อไว้ดำนา ถ้าหน้าเกี่ยว ก็ขนข้าวจากนากลับมายังโรงเก็บข้าวที่บ้าน ฯลฯ ความรู้สึกขณะนั้นก็คือเหนื่อย เท้าพองหัวไหล่ก็เจ็บ ร้อน จึงอิจฉาเพื่อนข้างบ้านที่เขาไม่ต้องทำ สงสารตัวเอง และสุดท้ายก็มาหยุดความคิดที่ว่า แม่กับพ่อเหนื่อยกว่า ท่านทำได้อย่างไร
ก่อนไปโรงเรียน ก็ต้องกู้ปลาที่ดักไว้ วิดน้ำกล้า แล้วค่อกลับมาอาบน้ำ กินข้าว ไปโรงเรียน เงินกินขนมแทบจะไม่ได้เลย ต้องคดข้าวห่อ หรือกลับบ้านกินข้าว หรือไปกินที่บ้านญาติที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน
แม่บอกว่าครอบครัวเราจน ฉะนั้นจึงต้องรู้จักใช้จ่าย อะไรที่ไม่จำเป็นซื้อก็ไม่ต้องซื้อ แม่จะปลูกสวนครัวไว้แทบทุกชนิด กลางวันทำนา กลางคืนหาปลาเก็บไว้กิน ไปตลาดก็จะซื้อสิ่งที่บ้านทำไม่ได้หรือไม่มีเท่านั้น เช่น น้ำปลา กระเทียม หอม เป็นต้น เสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะซื้อมาใส่เลย
ทำนาก็ต้องได้ข้าว ข้าวส่วนหนึ่งเก็บไว้กินตลอดปี ส่วนหนึ่งก็ขาย ผู้เขียนทราบจากที่แม่เล่าว่า เงินที่ขายข้าวได้ จะนำไปฝากย่าไว้ ย่าจะนำไปให้เขากู้ในดอกเบี้ยปกติ เงินเหล่านี้มีจุดประสงค์ชัดเจนว่า จะเก็บไว้ให้ลูกเรียนหนังสือ
ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่สงสารพ่อกับแม่อย่างจับใจ เคยร้องไห้แล้วพูดกับแม่ว่า พอจบป.4 แล้วจะไม่เรียนต่อนะ จะออกช่วยแม่กับพ่อทำนา แม่ตอบกลับมาว่า ถ้ารักแม่ สงสารแม่ ก็เรียนต่อไป แม่มีลูกหลายคน แม่ไม่มีทรัพย์สมบัติที่จะแบ่งให้ลูกทำกิน แม่จะให้ทรัพย์สมบัติที่เป็นความรู้ ให้ลูกหากินตลอดชีวิต และไม่ใครมาปล้นชิงจากลูกได้ แล้ววันหนึ่งเมื่อแม่แก่แล้ว ทำงานไม่ไหว วันนั้นแม่ก็จะพึ่งลูก
ต่อมา ก็มีพี่ๆมาขอแม่กับพ่อว่าจะไม่เรียนเช่นเดียวกัน แต่ก็ได้รับคำตอบเดียวกันนั่นเอง การที่แม่ทำเช่นนี้ เพื่อนบ้านก็บอกแม่ว่า แม่ไม่ฉลาดเลย คนฉลาดจะต้องเช่าที่นามากๆแล้วให้ลูกทำ ทำมากก็ได้ข้าวมาก ได้เงินมาก แล้วยังช่วยแบ่งเบาภาระอีกด้วย แต่แม่ไม่เปลี่ยนใจ ลูกคนไหนเฉไฉ เกเร ก็ดึงกลับ ไม่ยอมท้อแท้แม้สักวันเดียว และในที่สุดลูกทั้ง 10 คนจะประสบความสำเร็จและได้ทำงานรับใช้สังคมกันทุกคน
แม่ทำอะไรได้หลายๆ อย่างจนผู้เขียนทึ่ง เช่นเป็นคนเล่านิทานเก่ง ทั้งนิทานตลก คติสอนใจ พอเลิกจากนา ก็เล่านิทานให้ลูกฟัง พอฟังจบเราเองก็อยากจะเป็นคนดีๆในนิทานนั้น เท่ากับแม่สอนลูกให้เป็นคนดีไปในตัว สานเสื่อ ทำหมอนหนุน เย็บจาก ทำขนม ทำอาหาร เมื่อเพื่อนบ้านจะมีงาน เช่น งานแต่งงาน งานบวชหรืออื่นๆ เขาก็จะมีปรึกษาหารือเรื่องอาหาร ขนม ทั้งชนิดและปริมาณ และยังไปช่วยงานด้วย แม่จึงที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้าน บางครั้งมีเรื่องขัดแย้งในหมู่บ้านแม่ยังทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้ด้วย
งานนอกเหนือการทำนาก็มี เช่น การทำน้ำตาลโตนด ทำประมงชายฝั่ง (บ้านอยู่ไม่ห่างไกลทะเลนัก) หาปลา ปูดำ ไปขาย ขายน้ำตาล รอบบ้านก็มีมะพร้าว กล้วย มะม่วง กระท้อน ฝรั่ง ที่ลูกจะเก็บกินได้แทนการซื้อขนม เพราะไม่มีเงินซื้อ เงินที่ได้นี้นำมาใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนเงินขายข้าวจะไม่นำมาจ่าย จะจ่ายเฉพาะการเรียนของลูกๆเท่านั้น
แม่ทำได้สำเร็จตามปณิธานที่ตั้งไว้ ผ่านอุปสรรคต่างๆมากมาย แม่เป็นผู้หญิงเก่งและแกร่ง พ่อล้มป่วยลงเนิ่นนาน และเสียชีวิต แม่ยังเป็นกำลังใจให้ลูกเสมอมา และแม่บอกว่า แม่ภูมิใจที่ลูกเป็นคนดี ลูกๆทุกคนไม่ได้ทำนาก็จริงแต่ก็รักนา รักชาวนา เพราะเป็นรากเหง้าของเรา
แม่เป็นคุณแม่ดีเด่นแห่งชาติ ปี 2549
มาชื่นชมความดี และปนิธานของแม่
สวัสดีค่ะ คุณเหรียญชัย
ขอบคุณมากที่เข้ามาเยี่ยมเยียน และชื่นชมในความสำเร็จของแม่ ท่านคงภูมิใจมากๆค่ะ
หวัดดีคับ.. กู๊ดดี้อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ เลยคับ รับรู้ได้ถึงความเป็นแม่ (ตัวอย่างที่ดี) จริงๆ ชื่นชมมากคับ.. ทำให้เรารู้สึกได้ว่า สิ่งที่เราต้องฟันฝ่า ยังมีอีกหลายคนที่เขาฝ่าฟันมามากกว่าเรา เพราะฉะนั้น กู๊ดดี้กับคุณแม่ จะ สู้ๆๆ คับ..
ขอบคุณค่ะคุณกู๊ดดี้ที่เข้ามาทักทายกัน และขอเป็นกำลังใจให้คุณกู๊ดดี้และคุณแม่ สู้สู้ค่ะ
ยิ่งฟันฝ่าเท่าไหร่ เราก็จะเข้มแข็งขึ้นค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพิกุล ยินดีที่รู้จักเช่นกัน
. ดีใจมากที่ได้กัลยาณมิตร และขอบคุณยิ่งสำหรับกำลังใจค่ะ
สวัสดีครับ
ชื่นชม และดีใจแทนคุณแม่ที่ยังได้เห็นความสำเร็จของลูกๆทุกๆคน แต่คุณแม่ผมท่านไม่มีโอกาสได้เห็น
สวัสดีค่ะคุณเมธา ที่เข้าเยี่ยมเยียน ชื่นชม
. แม่มีโอกาสเห็นความสำเร็จของลูก แต่พ่อก้ไม่มีโอกาสค่ะ
. คิดว่าท่านมองเห็นเราในสวรรค์นะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ