การเรียนรู้ร่วมกันของวงในช่วงหนึ่ง พาไปถึงเรื่องการเรียนศิลปะ ว่าไม่ใช่เพียงการฝึกวาด ฝึกปั้น หรือฝึกเทคนิคในการสร้างสรรค์งาน แต่คือการไปสัมผัสกับความเป็นศิลปินในตัวเรา
ครูปาดจึงได้ยกตัวอย่างเรื่องของอาจารย์อังคาร กัลยาณพงศ์ มาช่วยขยายความเข้าใจที่มีต่อประเด็นนี้ว่า
อาจารย์อังคารแม้จะมีข้อจำกัดทางการสื่อสารให้คนเข้าใจในเรื่องทั่วๆ ไป แต่เมื่ออาจารย์ได้เข้าไปในพื้นที่เฉพาะที่มีความพิเศษอย่างศรีสัชนาลัยแล้ว อาจารย์จะเอาตัวเองเข้าไปสัมผัสกับจิตวิญญาณที่นั่น และเมื่อเราพยายามที่จะเชื่อมต่อและเข้าใจกับสิ่งที่อาจารย์รู้สึก เราก็จะคล้อยตามอาจารย์ทั้งใจ และพ้นออกมาจากจุดที่เราเคยยึด เคยเชื่อ เราจะเริ่มคิดอย่างที่อาจารย์คิด และรู้สึกอย่างที่อาจารย์รูสึกได้
ความรู้ความสามารถของเราเป็นหอคอย หอสมุดที่มีพลัง กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและความเชื่อมั่น หอคอยของตัวตนนี้จะค่อยๆแน่นขึ้นเมื่อสูงขึ้นไป เวลาที่เรายอมจำนนให้กับใคร เราต้องลงมาจากหอคอยของตัวตนนั้นก่อน
หากสังเกตดูเวลาที่เราปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูงๆ ยิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ มือของเราก็จะบีบต้นไม้แน่นเข้าทุกที และมือของเราจะค่อยๆ คลายออกเมื่อเราลดระดับลงมา จนถึงโคนต้นเราก็จะปล่อยมือที่จับยึดไว้ทั้งหมด
ตอนที่ผมเริ่มเป็นครูใหม่ๆ ทุกคนเริ่มต้นกันแบบไม่มีอะไรจะเสีย เพราะโรงเรียนแนวปฏิรูป เป็นโรงเรียนของเด็กที่พ่อแม่ไม่ชอบระบบ เด็กบางคนก็เรียนในระบบไม่ได้ ในการทำงานต้องใช้ความเป็นคนมาก สัญชาตญาณการเรียนรู้ทำงานตลอดเวลา
เดี๋ยวนี้รู้ทฤษฎีการเรียนรู้มากมาย เมื่อมีปัญหาอะไร เราจะกลับปีนขึ้นไปบนหอคอยความรู้อย่างรวดเร็ว
ครูสอนสิ่งที่เราเป็น ไม่ได้สอนสิ่งที่เรารู้ ฉันทาคติของเราเป็นอย่างไร เด็กจะรับเข้าไปหมด เราทุกคนมีประตูลึกลับที่เปิดถึงกัน อาจจะโดยการทำงานของ mirror neuron ก็ได้ ที่ทำให้ “เด็กเป็นอย่างที่เราเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่เราสอน หรือบอกให้เขาเป็น”
ในการเรียนรู้ตามนัยนี้ คนที่เป็นครูคงต้องค่อยๆ รู้จักสิ่งที่เราเป็น แล้วก็เรียนรู้ไปกับเด็ก โดยไม่มี student-centered ไม่มี teacher-centered เพราะเราทุกคนต่างก็เรียนรู้ไปในขณะเดียวกันนั้นเอง
สวัสดีค่ะ
***แวะมาให้กำลังใจคุณครู
สวัสดีครับ
อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกีรยติ แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็มีความสุข
ขอบคุณครับ
ครู สอนสิ่งที่เราเป็น ไม่ได้สอนสิ่งที่เรารู้ ฉันทาคติของเราเป็นอย่างไร เด็กจะรับเข้าไปหมด เราทุกคนมีประตูลึกลับที่เปิดถึงกัน อาจจะโดยการทำงานของ mirror neuron ก็ได้ ที่ทำให้ “เด็กเป็นอย่างที่เราเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่เราสอน หรือบอกให้เขาเป็น”
ในการเรียนรู้ตามนัยนี้ คนที่เป็นครูคงต้องค่อยๆ รู้จักสิ่งที่เราเป็น แล้วก็เรียนรู้ไปกับเด็ก โดยไม่มี student-centered ไม่มี teacher-centered เพราะเราทุกคนต่างก็เรียนรู้ไปในขณะเดียวกันนั้นเอง
เห็นด้วยมากๆค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และความสุขที่ส่งมาค่ะ ...ยินดีที่ได้พบกับคุณsasinand อีกครั้งหนึ่งค่ะ :)
สวัสดีค่ะ พี่ใหม่
ความสุขของครูใต้ต้นไม้ อยู่การเติบโตทางจิตวิญญาณของลูก...ศิษย์
ดังนั้น จึงเห็นด้วยกับการกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนของครู เพื่อที่จะให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตในเชิงลึกมากขึ้น เราอาจเรียนรู้ทฤษฎีต่างๆ มากมาย แต่นั่นเป็นความรู้กระด้าง (เคยมีคนบอกอย่างนั้น) เราจึงต้องทำให้ความรู้กระด้างนั้นมีชีวิตขึ้นมาก่อน ก่อนที่จะไปถึงชีวิตที่งดงามของเด็กๆ
ว้า...นี่โอ๋คิดว่าจะเข้ามาขอบคุณเท่านั้นเอง
ขอบคุณนะคะ สำหรับพื้นที่เล็กๆ ที่งดงาม
ด้วยความระลึกถึง
โอ๋เองค่ะ ^_^
วันนี้จะเขียนบันทึกตอนใหม่แล้วค่ะ คอยอ่านนะคะ :)