เพชรเม็ดนั่นก็คือ "การรู้จักและลงมือให้อภัยตัวเอง" ไง ให้รางวัลตัวเองแล้วจะพบว่ามันวิเศษจริงๆนะ ใจจะเบา....เบา....และ....โล่งใจ.....เริ่มต้นใหม่ง่ายๆได้เอง

การที่ได้เผชิญหน้ากับ “คุณหวั่นไหว” และ “คุณสับสน” บนเวที จนรู้ว่าเป็นเพราะว่า “คุณเผลอ” เป็นต้นเหตุไปชวนคุณกลัวให้แอบมาสะกิด “คุณคิด” แล้ว คุณคิดก็รับคำท้าและส่งตัวขึ้นไปชก ่โชคดีนะที่ได้ “คุณสติ”  มาเข้าเวรเป็นพี่เลี้ยงทันเวลา  จึงไม่เจ็บตัวนาน วันนั้นวันที่เจอคุณหวั่นไหวก็เลยเอวังลงด้วยความสงบใจ  …ฮิ้วๆๆ

แต่แล้วเมื่อคืนก่อน ใจมันก็กระเพื่อมขึ้นมาอีกแล้ว มันเกิดขึ้นในขณะที่ “คุณคิด” และ “คุณสติ” ไม่ได้ระวังตัว ในเวทีเมื่อคืนก่อน บรราดเหล่าแพทย์เขานัดกินข้าวด้วยกัน เพื่อเลี้ยงรับและเลี้ยงส่งน้องนุชสุดท้องที่ย้ายสถานที่ทำงานกัน ในขณะที่นั่งๆคุยๆกันกับน้องๆอยู่ น้องแพทย์คนหนึ่งก็เดินเข้ามาบอกเบาๆว่า “หนูขอโทษ”

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าคำพูด”ขอโทษ” ที่ได้ยินนั้น มันก่อคลื่นขึ้นภายในใจอีกแล้ว เมื่อผนวกกับ “คุณห่วง” และ “คุณเยื่อใย” ที่กำลังทำงานอยู่กับตัวฉัน มันทำให้คืนวันนั้น ฉันตัดสินใจที่จะไม่อยู่ในงานจนงานจบลง จำได้ว่าเมื่อกินอิ่ม นั่งคุยๆแล้วเขาเริ่มร้องเพลงกัน  ฉันตัดสินใจเดินออกจากห้องแล้วกลับบ้านเงียบๆโดยไม่ร่ำลาใคร และก็ไม่สนใจว่าใครบ้างจะกล่าวถึงตามหลัง

ที่แท้คำขอโทษมันชวนให้ “คุณจำ” “คุณคิด” ตื่นมาทำงานอีกแล้ว “คุณจำ”มาชวนให้ย้อนไปดูู้เรื่องราวที่ผ่านมา “คุณคิด” ช่วยรื้อให้เรื่องที่ตัวฉันเข้าใจว่าใจมันสงบลงแล้วกับเรื่องเหล่านั้นมัน ถูกคลี่ออกอ่านอีกครั้ง  คลี่ไปๆก็พบว่าที่แท้ใจมันถูกสมองหลอกเอานะ ที่ใจมันกระเพื่อมนะเป็นด้วยว่า “คุณเยื่อใย” นะเขาแอบซ่อนตัวอยู่  “คุณเยื่อใย” นั้นเขาไม่ยินยอมที่จะให้ละวางอัตตา

เรื่องราวที่ถูกรื้อลิ้นชักขึ้นมาอ่านอีกครั้งคราวนี้ เป็นเรื่องเก่าๆที่เกี่ยวกับ “คุณดุ” ที่ก่อผลสะเทือนในใจให้กับลูกน้องนั่นเอง  “คุณดุ” ทำให้เธอตัดสินใจไม่เผชิญหน้ากับฉัน  แล้วเธอคนนี้เป็นผู้รับหมวกผู้บริหารงานระดับต่ำกว่าลงไป มีงานที่อยู่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบที่เป็นงานใหญ่ เป็นงานใหญ่ที่องค์กรคาดหวังสูงในเรื่องผลลัพธ์ด้วยเป็นงานเชิงรุก ซึ่งถ้าลงมือทำได้สำเร็จ ผู้คนป่วยเจ็บจะลดลงไปได้อย่างเหมาะกับกาล

เธอใช้ความป่วยที่มีอยู่ของฐานกายและฐานใจเผชิญหน้ากับฉันผ่านใบลาป่วย นั่นคือสาเหตุที่ทำให้น้องหมอเข้ามาเกี่ยวข้อง น้องหมอมาขอโทษเพราะว่าคราวนี้เธอได้ขอใบรับรองแพทย์มาเผชิญหน้าฉันแล้วน้องก็เขียนให้ทั้งๆที่รู้  โจทย์ที่ยื่นมาก็คือ การขอลาออกจากการเป็นหัวหน้างานด้วยเหตุป่วยตามที่ระบุอยู่ในใบรับรองแพทย์ต่อหน้า  น้องหมอมาขอโทษด้วยเพิ่งรู้ว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมเผชิญหน้ากับฉัน แล้วดูเหมือนว่าได้เป็นผู้ช่วยต้อนให้ฉันเข้ามุม มุมซึ่งลูกน้องของฉันเขาอยากจะให้ได้ผลที่เขาประสงค์

ถ้าเป็นคนอื่นๆ คงทำเรื่องนี้ให้จบลงแล้ว จบลงด้วยการเลือกที่จะให้เขาได้ตามประสงค์ แต่ว่าองค์กรที่เขาดูแลนั้นมีลักษณะพิเศษ นั่นคือ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นล้วนมีหน้าที่ดูแลคน หากว่าคนหนึ่งที่อยู่ในนั้นดูแลตนเองก็ไม่เป็น แล้วเขาจะช่วยดูแลคนอื่นได้อย่างไรที่มันให้้ผล ฉันจึงไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องให้ลาออกไป หากแต่ส่งลูกต่อไปให้เจ้านายได้รับรู้ร่วม และปล่อยโจทย์ไว้ให้เจ้านายเป็นคนทำหน้าที่ต่อ ด้วยตระหนักว่าหน้าที่เลือกคนเพื่อให้มาบริหารงานองค์กรให้ไม่ใช่หน้าที่ฉัน การที่เจ้านายรู้นั่นแหละน้องหมอจึงรู้ว่าตัวเองมีส่วนร่วมให้เกิดอะไรขึ้น แล้วทำให้เธอได้กล่าวคำขอโทษออกมาในคืนนั้น

 

 

การรื้อลิ้นชักแล้วได้ตำราเล่มเก่าขึ้นมาอ่านใหม่นี้ ทำให้ฉันได้แตะสัมผัสเรื่องเบื้องลึกในใจอีกครั้ง แล้วก็อ้อ!ว่าที่แท้แล้วนั้น "คุณเยื่อใย" มันยังทำงานอยู่นะ และเพราะมันยังทำงานนี่แหละจึงทำให้ใจมันกระเพื่อมขึ้นอีกจน "คุณหวั่นไหว" ตื่นขึ้นมา ดีแต่ว่าคราวนี้     "คุณหวั่นไหว" เขาขี้เกียจ จึงตื่นมาเพียงแค่สะกิดบอกแล้วขอหยุดพักนอนต่อ ปล่อยผลัดต่อไปให้ "คุณคิด" รับงานไปทำต่อ

ระหว่าง "คุณคิด" ทำงาน นั้นมีบ่อยที่โดนสมองหลอกนะ "คุณสติ" "คุณใคร่ครวญ" "คุณไตร่ตรอง" จึงพากันตื่นตัวขึ้นมาทำงานร่วมด้วย ทำงานไปจนพบว่าที่แท้ "คุณอัตตา" คือจอมบงการใหญ่  จอมบงการนี้เองคือผู้ที่ทำให้ "คุณหวั่นไหว" ตื่นขึ้นมา จอมบงการนี้เองที่ทำให้ "คุณตัดสินใจ" ทำงาน จอมบงการนี้เองที่ทำให้ "คุณกลัว" แฝงตัวมาปะปนในกลุ่มของ "คุณเยื่อใย" กลมกลืนซะจน "คุณเยื่อใย" ไม่รู้ตัวว่ามีผู้แปลกปลอมเข้ามาปั่นหัวอยู่

ขอบคุณหลายๆนะพวกพ้องที่มาช่วยให้จอมบงการเปิดเผยตัว รู้จักเขาแล้ว ฉันก็ตาสว่างว่า "คุณเยื่อใย" "คุณตัดสินใจ" ทำงานเพื่อใครแล้ว.....จอมบงการนี่เองที่บรรดา...คุณเหล่านี้ทำงานให้อยู่ ......จอมบงการกลัวเรื่องเสียจะมีมาถึงตน....จึงกระซิบให้คุณกลัวไปแอบทำงาน ด้วยเพื่อให้ช่วยปกป้องตน.....มิน่า....มิน่า....ว่าทำไมสะเทือนนัก...... จอมบงการไม่สงบนี่เอง

 

รู้แล้วว่าทำไม....ทำไม.........เมื่อมี เรื่องของลูกน้องคนนี้ให้ตัดสินใจ.....มิวายใจกระเพื่อมทุกทีไป......มัน กระเพื่อมเพราะว่า "คุณอัตตา" ไม่ให้สงบนะซิ......เมื่อเกิดเรื่องเสีย...คุณอัตตาไม่ให้อภัยตัวเอง...... ไม่ให้อภัยทีี่่เป็นต้นเหตุไปทำให้ใจเขาเกิดปัญหา......ไม่ให้อภัยเขาที่ทำ ให้......."คุณอัตตา" จำใจต้องไปร่วมชะตากรรมด้วย.....นี่ไงความไม่สงบที่เกิดขึ้นของคุณอัตตา

ฮือ ฮือ โดนสมองหลอกอีกแล้ว อีกแล้ว  น่ากลัวจริงๆนะ

 

ขอบคุณ "คุณสติ" "คุณใคร่ครวญ" "คุณไตร่ตรอง" "คุณตัดสินใจ" "คุณเยื่อใย" นะ.....ที่ช่วยทำให้....."คุณอัตตา"ตื่นรู้....คุณอัตตาเขาสงบแล้วละ..... เมื่อพบคำตอบแล้ว....คำตอบมันทำให้รู้ว่า....ทำอย่างไรใจสงบ.....ขอบคุณๆนะ ....ที่ช่วยฉันอีกครั้งในวันนี้

บันทึก ไว้เพื่อบอกว่าเมื่อ "คำขอโทษ" จากคนอื่น ทำให้ "ใจยิ่งหนักและยิ่งแน่น"  ก็ให้รีบรู้ รับรู้แล้วรีบชวนคุณๆทั้งหลายที่เอ่ยนามไว้ข้างต้นมาช่วยกันรื้อหินออกจากใจ เน้อ  ใช้คุณๆทั้งหลายให้หนัก ไม่ต้องเกรงใจ ขอให้ช่วยค้นหาเพชรแล้วมอบไว้เป็นรางวัลแก่คุณอัตตากันเน้อ

 

 

 

เพชรเม็ดนั่นก็คือ "การรู้จักและลงมือให้อภัยตัวเอง" ไง

ให้รางวัลตัวเองแล้วจะพบว่ามันวิเศษจริงๆนะ ใจจะเบา....เบา....และ....โล่งใจ.....เริ่มต้นใหม่ง่ายๆได้เอง

 

วันนี้ได้เรียนรู้ความหมายของคำไทยคำนี้ "สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ"....และ...เรียนรู้ว่า "คำขอโทษ" ของคนอื่นก่อนรกในใจเราได้อย่างไร และจะเห็นสวรรค์ในอกเราได้อย่างไร