เวลา 21 วัน จะสร้างความเคยชินหรือนิสัยต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนไหม ขอเชิญทุกท่านที่อ่านพบมาช่วยเล่าประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
"21 วันนี้แหละ จะทำให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน" คุณสามารถ เอื้อมเก็บเอ่ยขึ้นในวันหนึ่ง
"มี reference ไหม" สาโรจน์ถามกวนๆ
อึกอัก "อาจารย์วรภัทร์บอกไว้ ว่าถ้าเราเขียนบล็อกติดต่อกันได้ทุกวัน 21 วัน เราก็จะเขียนต่อไปได้"
"อืม กาลามสูตรนะ อย่าเพิ่งเชื่อ ลองกันดูก่อน"
จากนั้นแต่ละคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเขียนเรื่อง ซ้ำบ้างใหม่บ้างลงในบล็อก โอ้ดี แล้วผมก็มาค่อยๆคิดทบทวน
แต่ก่อนเคยวิ่งออกกำลังเพื่อสุขภาพ เมื่อวิ่งไปได้สักสองสามอาทิตย์ จึงจะเห็นว่าพุงหายไป อืม เป็นหลักฐานอันหนึ่งแล้ว แม้จะอ้อมๆ ก็ตาม
ท่านใดมีประสบการณ์อย่างไรช่วยแลกเปลี่ยนกันด้วยนะครับ
สัสดีครับอาจารย์
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคน ประเด็น 21 วันการสร้างความเคยชิน ผมเองก็มีคำถามในใจที่จะถามคุณเอ อยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงต้อง 21 วัน ถ้าผมนำเอาประเด็นเอา 21 วันจากการฟักไข่ซึ่งเป็นความรู้ที่ได้มาจากการอ่านงานเกษตร เขาบอกว่าระยะเวลาการฟักไข่ขึ้นกับชนิดของไข่ว่าไข่นั้นเป็นสัตว์อะไร เช่น ไข่เป็ดเทศใช้เวลา 35 วัน ไข่นกกระทา 18 วัน ไข่ไก่ 21 วัน ข้อนี้ไม่ทราบว่าคุณเอกินไข่ไก่บ่อยหรือเปล่า ถ้ากินบ่อยคงใช้เวลา 21 วัน(แซวเล่นนะ) แต่มีปัจจัยที่จะทำให้ไข่ฟักได้ช้าหรือเร็วคืออุณหภูมิ เช่นประมาณ 34-35 องศาเซลเซียส ถือว่าพอเหมาะช้าเร็วบวกลบไม่เกิน 3 วันการสร้างความเคยชินในคนในเบื้องต้นมันช่างยากลำบากมากสำหรับหลายๆคน แต่ด้วยความศรัทธา ในแนวทางการปฏิบัติ ต้องทน ต้องฝืน พอนานไปเกิดความเคยชิน มันก็ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องทน ก็จะเบาสบาย นี่คือ การทวนกระแส ความเคยชิน หรือทวนกระแสกิเลสของตัวเอง จะรู้สึกดีขึ้น เพราะเราสามารถ เอาชนะกิเลส ของเราได้ จิตบริสุทธิ์ของเราแข็งแรงขึ้น
ความเคยชินที่สัญญาจะสร้างใน 3 ประเด็น
1.การเก็บขยะ
2.การตรงต่อเวลา
3.การชื่นชม
ผมว่าทั้ง 3 ข้อมิได้ก่อให้เกิดกิเลสแต่อย่างใด คงทำได้ ไม่ต้องทน ไม่ต้องฝืน แต่เป็นสัญญาที่ทำด้วยใจ ระยะเวลาของการฟักไข่(ความเคยชิน) ไม่น่าถึง 21 วัน
ผมยังคิดว่าการทำความดีนี่ก็ต้องระวังเหมือนกัน อาจจะเกิดกิเลสได้
คือพอทำดีแล้ว รุ้สึกว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น กลายเป็นคนอีกระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม
จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังครับ ของเราทำดีเพราะคิดว่าทำแล้วมันดีก้แล้วกัน
ทำดี ดี ทำชั่ว ชั่ว
แล้วน้อยอธิบายประโยคที่คนมักจะสงสัยเกี่ยวกับการทำดี ที่ว่าทำดีไม่ได้ดี แต่ทำชั่วแล้วได้ดี ว่าอย่างไรครับ
การทำสิ่งต่างๆ ไปจนถึง 21 วัน หรือ 21 ครั้ง มันทำให้ทำได้ง่ายขึ้นด้วยกระมัง เพราะสิ่งที่ยากก้กลายเป็นง่าย เพราะทำมาหลายครั้งแล้ว
อย่างเช่นการออกไปวิ่งใหม่ๆ ใส่กางเกงวิ่งแบบนักกีฬาเก่งๆ ซึ่งกางเกงจะสั้นจู๋ ใหม่ๆก็เขินๆ ลำบากใจ แต่ใส่ๆ ไปก้เคยชิน เคยวิ่งเจ็บปวดก็ไม่เจ็บแล้ว
อาจจะเป็นการอธิบาย 21 วันของคุณเอ ได้อีกทางหนึ่ง
สวัสดีตอน05.00น ของวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2552
เกี่ยวกับการสร้างความดีที่สุดหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้ให้ความหมายของ
การสร้างความดีที่ดีที่สุด
ก็คือ การพัฒนาให้เกิดปัญญาญาณ
พัฒนาตัวเอง สะสมบุญให้แก่ตัวเอง
เกิดความสุขความสนุกในการทำงานให้แก่ตัวเอง
ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ผมขอให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่คนสงสัยว่าทำไมทำดีจึงไม่ได้ดี ทำชั่วแล้วได้ดี
ได้ฟังข่าวพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ยักยอกเงินลูกค้าเป็นร้อยๆล้านบาทได้ข้อคิดเกี่ยวกับการทำความดีอยู่ 2 ประเด็นคือ
1.พนักงานธนาคารผู้นี้เลยได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นของธนาคาร ให้ความเห็นว่าการทำความดีที่อยากให้ตัวเองได้รับผลตามกติกาที่ตั้งไว้เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย เพราะมันอยากได้ หรือพูดให้ติดลบหน่อยก็คือสร้างภาพ ให้คนอื่นตายใจว่าทำดี
2.การที่พนักงานผู้นี้ยักยอกเงินเกิดจากการมีอบายมุข เกิดกิเลสหนาซึ่งข้อนี้ผมมีความเห็นคล้ายๆกับอาจารย์ที่ว่า พอทำดีแล้ว คิดว่าตัวเองทำดีแล้วเหนือกว่าผู้อื่น คนอื่นยกย่อง เขาหลงภาพที่สร้างไว้จากข้อที่1 พอทนกิเลสที่สะสมกับตัวเองไว้ไม่ได้เคยทำชั่วครั้งยิ่งใหญ่คือโกงตั้ง 400 ล้านบาท
ดังน้นผมคิดว่าการทำดีได้ดี การทำชั่วได้ชั่ว มันถูกเฉลยในกิจกรรมและการกระทำของมันอยู่แล้ว เช่น เราตั้งใจว่าจะเก็บขยะทุกวัน ผลก็คือขยะที่เกลื่อนกลาดน้อยลง
ชื่นชมคนอื่นใจเราก็พองโต ตรงต่อเวลามักลดปัญหาความเบื่อหน่ายของการรอคอย พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ให้ความเห็นในเชิงผู้ไม่มีความรู้เชิงธรรมะมาก เดี่ยวจะเป็นตาบอดคลำช้าง ครับผม
อิอิ
ถามเป็นความเห็นทั่วๆ ไปครับ ไม่ใช่ธรรมะ
แต่คำถามนี้จะตอบแบบธรรมะก็ได้อยู่นา คุณเอว่าไงครับ
ผมออกเดินกลางคืนได้สองคืนแล้ว รู้สึกขณะเดินเมื่อตะกี้ว่า กำลังทำความดีเพิ่มขึ้นอีกอย่างแล้ว คือดีกับตัวเอง แต่การเดินจะเป็นความดีต่อตัวเองได้ คงจะต้องเดินให้นานพอหลายๆ วัน เพราะถ้าเดินแค่สองวันคงจะไม่ดีแน่ๆ
จึงตั้งใจ (อธิษฐาน) ว่าจะเดินทุกคืน ยกเว้นคืนที่ไม่อยู่ ซึ่งดูจะมีค่อนข้างมากเสียแล้ว
เอาเป็นว่าวันใดอยู่ก็จะเดินประมาณ 1 ชั่วโมง
ส่วนการว่ายน้ำตอนเช้าที่สระมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งละ 1 กม. นั้นโอกาสต่อเนื่องคงจะยาก เนื่องจากต้องขับรถไป และแดดค่อนข้างแรงแล้ว เกรงจะดำปี๋
สรุปว่าจะลองเดินและว่ายน้ำเพื่อพิสูจน์สมมุติฐาน 21 วันอีกวิธีหนึ่งนะครับ
ดำไม่เห็นเป็นอะไรเลยครับ
เพื่อแลกกับสุขภาพที่ได้มา คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
เอ๊ะ ว่าแต่อาจารย์แอบว่าใครหรือเปล่า
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีความเห็นในเรื่องนี้ครับ
เจอปัญหาอะไร พอเรารู้ไปเนืองๆ ค่อยๆ รู้ ค่อยๆ ฟังคนอื่น แบบไม่ตัดสิน
มัจะมีคำตอบมาให้เสมอ และมักเป็นความรู้มือหนึ่งซะด้วย
วันนี้ และเมื่อวานทำงานได้ครบทั้งทางกาย วาจา และใจครับ
และผมว่ามันเริ่มเข้าไปฝังรากในตัวผม แล้วนะครับ
แม้ว่ายังไม่ครบ 21 วันก็ตาม
วันนี้เห็นอาจารย์เดินด้วยครับ แต่ผมยังไม่กล้าตั้งสัจจะบารมีในข้อนี้
เพราะช่วงนี้นอนดึกครับ
P.S.(เรา)ได้สะสมบารมีกันหลายข้อเลยนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นเป็นเช่นอาจารย์ ตอนนี้ก็ชอบเขียนและอยากมาแลกเปลี่ยน
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นงานที่ท้าทาย คนไข้ต้องตายดี...ไม่ปวด...ไม่หิว...และตายอย่างสมศักดิ์ศรี
อุเบกขา...ขอบคุณนะคะ
ที่รพ.ถ้ามีการป้งกัน cns involmentค่ะ
เขียนบล็อกติดต่อกัน 21 วัน...อิอิ..ระวังติดบล็อคนะคะ..ติดหนึบ...
ออกกำลังกายติดต่อกัน 21 วัน วันไหนไม่ด้ออก..หงุดหงิดค่ะ
ทำบุญตักบาตรติดต่อกัน 21 วัน วันไหนพลาด..ดูเหมือนขาดอะไรไป
แล้ว..21 วันที่ว่าถ้าตั้งใจทำ..ขอให้เป็นสิ่งดีดีดี..รับรองนะคะว่า..มีประโยชน์แน่นอน..ขอบคุณกับคำถามชวนคิดค่ะ
สวัสดีครับ
ทำดีวันละเรื่อง วันนี้จอดรถมอเตอร์ไซด์ข้างตึกอำนวยการเดินมาเจอเศษผ้าทิ้งไว้บริเวณสวนหย่อม เก็บมาทิ้งถังขยะ แต่ถามว่าก่อนเก็บคิดถึงอะไร ซึ่งแทนที่คิดเก็บแล้วบริเวณที่เก็บต้องสะอาดปราศจากขยะกลับคิดถึงสัญญาที่จะทำดีวันละเรื่อง อย่างนี้ยังยึดติดรูปแบบ(ที่ถูกกำหนดขึ้น)อยู่ใช่ไหม
ถามว่าเมื่อไหร่ทำด้วยใจจะคิดอย่างไร เอช่วยตอบหน่อย
พูดถึงเรื่องตรงต่อเวลา แม่มาจากอุตรดิตถ์ ผมติ่นนอนตีห้าครึ่ง ท่านหุงข้าวไว้แล้ว เห็นความตรงต่อเวลาตั้งแต่เราเป็นเด็กจนตอนนี้แก่แล้วก็ยังเห็นอยู่ เลยสัญญาต่อไปว่าการที่เราตรงต่อเวลากับทุกๆ เรื่อง ยังมีคุณค่ากับคนที่เรารักเสมอ
ส่วนการทำดีอย่างที่อาจารย์และเอผมคิดว่า ทำดีแล้วกุศลเกิดกับตัวเราด้วยก็ถือว่าดี ส่วนความดีนั้นส่งผลให้คนอื่นด้วยก็ถือว่าสุดยอด
ขอบคุณคุณแดงครับ
ดูท่าที่ขอนแก่นจะเป็นต้นแบบได้หลายๆเรื่องเชียว เพราะมีหลายเรื่องที่เป็น prototype ของประเทศทีเดียว อย่างเช่นเรื่องอุบัติเหตุของ อ.วิทยา ชาติบัญชาชัย เรื่องการทำวิจัยในโรงพยาบาลก็เริ่มที่ขอนแก่น โดยทีมจากขอนแก่นไปเผยแพร่ที่โคราช แล้วทีมโคราชเอาไปเผยแพร่ต่อ
ที่ขอนแก่นผมมีคนที่สนิทคือพี่วิทยา ชาติบัญชาชัย ท่านเป็นรุ่นพี่ รุ่นเดียวกันมีคุณหมอสุกรี สุนทราภา ซึ่งท่านเป็นประธานชมรมพุทธ สมัยเรียนหนังสือ
ตอนนี้มีรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนร่วมเตียงกันคือท่าน เจเจ
หากมีโอกาสจะขอมาเที่ยวชมสิ่งดีๆในขอนแก่นนะครับ
คุณ Add ครับ
เขียนบล๊อก 21 วันนี่มันจะติดหนึบเลยเหรอครับ น่ากลัวไหมนะ
ออกกำลังกาย 21 วัน แล้วไม่ออกจะหงุดหงิดเชียวหรือครับ
สวัสดีค่ะ
อาจารย์ jj ท่านเป็นคนที่น่ารัก
เมื่อเช้ามาทักทายกันทางblog
อาจารย์บอกให้ชวนไปร่วมงานด้วย
กิจกรรมสานฝันเด็กมะเร็งที่ตึก 3ง
โดยจิตอาสาชาว G2Kจากกทม. ร้อยเอ็ด สารคาม ขอนแก่น...พิษณุโลก...ครูคิม...
9พ.ค.52...เห็นแล้วค่ะการเขียน blog ดีอย่างไร
ดังเช่นที่ได้รู้จักกิจกรรมดีๆของ พิษณุโลก
ยินดีต้อนรับค่ะ คนขอนแก่นใจดี...
ฝากดอกไม้ที่บ้าน บานรับวันมงคล...
ความดีงามที่เป็นเช่นความสวยของดอกไม้
ขอบคุณคุณแดงครับ
ดอกไม้งามมากเชียว
วันนี้ออกเดินกลางคืนเป็นวันที่สี่ ชักจะเริ่มชิน เลยดูจะเดินง่ายขึ้น ไม่ต้องมีกระบวนการมากมายอย่างวันแรก ที่มีการโต้เถียงในใจว่าเดินดีหรือไม่เดินดีกว่า ทั้งที่ทราบดีว่าเดินดีกว่า แต่ก็ยังมีการถกเถียงในใจ จึงคอยดูอาการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ว่าความรู้สึกจะเปลี่ยนไปอย่างไร และจะเคยชินจนไม่เดินแล้วจะหงุดหงิดอย่างที่คุณ Add กล่าวไว้หรือไม่
วันนี้สมาชิกหายหน้าไปคนหนึ่งขอรับ
เรียนคุณหมอสาโรจน์
ขอบคุณครูต้อยครับ
ผมเองเป็นพวกใจว่อกแว่กวิ่งไปมาเร็วมาก
แต่มีเดินสองวันก่อนที่เดินแล้วปล่อยเฉยๆ ไม่คิดไปไกล ก็รู้สึกสบายเหมือนผ่อนคลาย
พอดีมีที่เดินภายในโรงพยาบาลครับ
จึงเลือกเดินกลางคืนเพราะคนน้อยและไม่ถูกแดด
ความสบายมันก็ไม่เที่ยง นะครับอาจารย์ ^^
แน่นอนขอรับ สบายได้ไม่นานไงครับ
แต่สบายก็ดีกว่าไม่สบายนะครับ
เอ หรือชักจะไม่แน่แล้ว
ทั้งสบายและไม่สบายก็ล้วนแต่เป็นภาวะอย่างหนึ่ง
แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธความสุขอันชอบธรรมนะครับ
ไม่เอาทุกข์มาเพิ่มให้ตัวเอง ไม่ปฏิเสธความสุขอันชอบธรรม แม้มีความสุขก็ไม่หลงยึดติด
ผมก็เริ่มไม่แน่ใจ หรือสงสัยในบางอย่าง
แต่ความสงสัย ก็เป็นสภาวะอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาให้เรา "รู้"เหมือนกัน
สำหรับ ความสุขอันชอบธรรม นั้น
ความชอบธรรมของแต่ละท่านก็ไม่เหมือนกัน
ผมยังไม่เข้าใจอินทรียสังวรณ์ศีลดีนัก แต่คิดว่าคงเป็นกรอบสำหรับความชอบธรรมครับ