ผมตั้งคำถามนี้กับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ ๕ ที่กำลังเรียนรายวิชาเวชศาสตร์ชุมชน และมีชั่วโมงเกี่ยวการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายแทรกอยู่หลายชั่วโมงตามหลักสูตร
นักศึกษานำเสนอกรณีศึกษาคนไข้คนหนึ่ง
คนไข้ผู้หญิงวัยรุ่นอายุประมาณ ๒๕ ปี เคยวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกได้รับการรักษาทางรังสีแล้วหายขาดเป็นเวลา ๗ ปี จนกระทั่งกลับไปแต่งงานและตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์พบก้อนที่ต้นคอและวินิจฉัยเป็นมะเร็งชนิดที่สองต่างจากครั้งแรก คราวนี้เป็นมะเร็งของเนื้อเยื่ออ่อนของลำคอและลุกลามเข้ากระดูกสันหลัง มีอาการปวดมาก เป็นอัมพาตทั้งแขนและขาเมื่อโรคเป็นมากขึ้น คนไข้ปฏิเสธการรักษาครั้งที่สองด้วยการผ่าตัด ยาเคมีและฉายแสง แต่ขอให้รักษาตามอาการเท่านั้น
ความยากของคนไข้รายนี้ คือ จะให้การรักษาตามอาการอย่างไรเพื่อให้กระทบบุตรในครรภ์น้อยที่สุด เพราะยาแทบจะทุกตัวผ่านรกไปถึงเด็กได้ ทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลต้องใช้การดูแลด้านอื่นที่ไม่ใช้ยาเข้ามาช่วยเหลือจนกระทั่งสามารถทำคลอดลูกสาวของคนไข้ได้สำเร็จ ก่อนที่ตัวคนไข้จะกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน
ผมตั้งคำถามนักศึกษาแพทย์ทั้งกลุ่ม โดยให้ลองสมมุติว่าตนเองเป็นคนไข้ ถ้าเป็นนักศึกษาผู้หญิง หรือเป็นสามีคนไข้ ถ้าเป็นนักศึกษาผู้ชาย เราจะตัดสินใจรับการรักษาหรือไม่ เพราะอะไร
คนที่ตอบทันทีจะตอบว่า ไม่รับการรักษาครั้งที่สองเหมือนกัน ขอแต่การรักษาตามอาการ เหตุผลก็คือ เพราะอยากได้ลูกคนแรกคนนี้มาก ผมพยายามถามว่า มีใครที่ตัดสินใจเลือกรักษาตัวก่อนแล้วค่อยมีลูกใหม่มั๊ย นักศึกษาตอบว่า ขึ้นกับการพยากรณ์โรคว่าดีหรือไม่ ซึ่งเขาประเมินกันทั้งกลุ่มแล้วบอกว่าคงไม่ดี
ผมจึงถามคำถามข้างบน จิตวิญญาณของคนไข้รายนี้คืออะไร
นักศึกษาแทบจะทั้งกลุ่มตอบทันทีพร้อมกัน ลูก ครับ นั่นคือ ความเป็นแม่
ไม่ใช่ การได้นั่งสมาธิ การอ่านหนังสือธรรมะเพราะเป็นคนสนใจเรื่องพุทธศาสนาอยู่บ้าง ตามที่นักศึกษากลุ่มนี้นำเสนอผลการวิเคราะห์ของเขาเมื่อตอนต้นชั่วโมง
ผมเน้นให้นักศึกษารู้ว่า จิตวิญญาณไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องศาสนา อย่างตัวอย่างคนไข้คนนี้ และเราจะสามารถช่วยเหลือด้านจิตวิญญาณเขาได้ ด้วยการทำให้ความเป็นแม่ของคนไข้สมบูรณ์ นั่นคือ การให้กำเนิดลูกอันเป็นที่รักและเฝ้ารอของครอบครัว และช่วยดำเนินการให้เขามั่นใจได้ว่า จะมีคนเลี้ยงดูลูกคนนี้อย่างดี แม้เขาจะจากไปแล้ว
สอนนักศึกษาแพทย์: จิตวิญญาณของคนไข้รายนี้คืออะไร
2 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
tawade · 2 พ.ค. 2552
ภัทรานิษฐ์ · 2 พ.ค. 2552
พันคำ · 2 พ.ค. 2552
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 2 พ.ค. 2552
Phornphon · 2 พ.ค. 2552
เป็นตัวอย่าง caseที่ดีมากๆครับอาจารย์
การเรียนรู้จากคำถามและเรื่องเล่าช่วยให้นักศึกษาเข้าใจใน spiritual health เพิ่มขึ้น แทนที่จะจำ definition หรือจากตัวอย่างเท่านั้น
สวัสดีค่ะ
แต่แรกคนไข้รายนี้มีสำนึกต้องการลูก
เมื่อต้องการลูก ก็ต้องให้ลูกมีสุขภาพดีที่สุด
ความต้องการลูกกลายเป็นความต้องการชีวิตที่สืบแทนหรือตัวแทนตนเองในยามที่ตนเองจากโลกนี้ไป
ภาระหน้าที่ก็คือการสืบต่อชีวิตเป็นปรากฎการณ์ธรรมของสิ่งมีชีวิตคะ
สาธุ...
น้ำใจของแม่...ยิ่งใหญ่ที่สุด
อ่านบันทึกนี้แล้วน้ำตาไหล...
เคยมาอบรมที่ มอ.และได้นำกลับไปใช้...กับผู้ป่วยเด็กมะเร็ง
มะเร็งระยะสุดท้ายทุกข์ทรมานจริงๆ
อาการปวดที่ไม่มีเพดาน...ปวดจนตัวสั่นริกๆ...
อ.ศรีเวียงเคยบอกว่า...ถ้าปวดมากๆถือว่าโรค progress
ต้องเพิ่มยา...ไม่ต้องกลัวapnea...
สงสารแม่ที่มีความอดทนเป็นเลิศ...
ไม่หลับไม่นอนมากี่วันแล้ว...
คงจะได้มาแลกเปลี่ยนกับอาจารย์บ่อยๆ
เพราะดูแลคนไข้มะเร็งเด็ก...เห็นการสูญเสีย...
ใบไม้ร่วงตามๆกัน...เศร้านะ
กำลังใจดีจากขอนแก่นค่ะ
ประทับใจมากค่ะอาจารย์บทเรียนรู้นี้ หนูเคยไปฟังอาจารยืโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
กล่าวถึงเรื่องจิตวิญญาณไว้ตอนหนึ่งว่า เวลาที่เราทำคลอดให้กับผู้หญิงคนหนึ่งนอกจากเราคลอดเด็ก ทำให้เด็กได้ลืมตามาดูโลกเเล้ว เรายังได้ทำคลอดจิตวิญญาณของความเป็นเเม่ด้วยค่ะ มาเรียนอาจารย์ว่าเสียดายจังที่ไม่ได้ไปเที่ยวหาดใหญ่...เเต่มาขอนเเก่นก็ยินดีต้อนรับค่ะ จะรอนะคะแต่คงมีโอกาสที่หนูได้ไปบุกหาดใหญ่นะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
พอลล่าเอาเรื่องนี้ไปเล่าอยู่บ่อยๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ
บางครั้งคิดว่าตัวเองเห็แก่ตัวที่เดินออกจากวิชาชีพนี้ แต่บางครั้งก็ดีใจค่ะ ถ้าถามเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายนั้นบอกได้คำเดียวค่ะว่าเจ็บปวด
ประมาณปลายปีที่แล้ว พี่สาวที่รักคนหนึ่งจากไปด้วยโรคมะเร็งเต้านม คำขอของคนไข้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตคือไม่รับการรักษาใดๆ เพิ่มนอกจากมอร์ฟีนที่ต้องใช้เครื่องให้ตลอดเวลา โดยที่คนไข้เป็นคนกดเพื่อรับยาเอง (สี่เรียกชื่อไม่ถูกค่ะ)
บอกได้แต่ว่าพวกเราไม่รู้ว่าพี่เจ็บไหม ปวดอย่างไรเพราะเค้าไม่เคยบอก สุดท้ายเค้าก็จากไปอย่างสงบค่ะ
ขอบคุณค่ะ
น้องสี่ครับ
สวัสดีครับอาจารย์ ความยากของการเข้าถึงจิตวิญญานของผู้คนในความเห็นของผมคือ การที่ผู้คนมองเฉพาะบนหลักการของตัวเองโดยไม่เปิดใจรับฟังครับ
ผมคิดว่า การยกตัวอย่างให้คิดในมุมต่างเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีครับ
ถ้าผมเป็นญาติ case นี้คงลำบากใจมาก รักทั้งผู้ป่วย+ลูกคือความหวัง/ตัวแทนชีวิตใหม่ แต่คงจะเน้นที่ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยอยู่อย่างมีสุขทุกวันจนวันสุดท้าย