ถ้าหนูจากไปช่วยดูแลใจพ่อ เเม่หนูด้วย

  เมื่อวานได้บันทึกเรื่องราวตามรอย grief คุณตาดม ทำให้คิดได้ว่าเดือนเมษานี้ก็มีหลาย case ที่ครบกำหนดติดตามถามข่าวให้กำลังใจ ครอบครัวที่สูญเสีย เช้านี้เลยได้เวลาปฏิบัติการเป็น เพื่อนใจยามหงาเเละยามคิดถึงลูกที่จากไป

       เริ่มต้นจากครอบครัวน้องดรากอน ดรากอนจากไปเมื่อ ปลายเดือน กันยายน 2551ถึงวันนี้ก็ครบ 6 เดือนแล้วเดือนที่ 6 คุณเเม่เสียงใส พูดคุยกันแบบสบายๆ ถามถึงคุณพ่อตอนนี้ก็ทำงานอยู่ต่างจังหวัดเหมือนเดิม ขอบคุณที่ทีมส่งแผ่น CD รวบรวมรูปภาพน้องไปให้  " ขอบคุณมากๆเลยนะคะรูปภาพทุกรูปภาพนั่งดูแล้วก็คิดถึงเขา" "ไม่เป็นไรค่ะเรายินดี และรู้ว่าภาพทุกภาพมีความหมายต่อครอบครัว "

       "จากที่ได้ดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายมานาน ทุกครอบครัวจะขอภาพของลูกค่ะ เอาทุกภาพที่มี จึงเข้าใจค่ะว่าเเม่น้องดรากอนก็คงต้องการ คุณพ่อดีขึ้นหรือยังคะ" ฉันถามคุณแม่ที่ต้องถามถึงคุณพ่อเพราะช่วงเเรกคุณพ่อแย่กว่าใคร เนื่องจากช่วงท้ายก่อนที่น้องจะเสียคุณพ่อต้องทำงานต่างจังหวัดเเต่มาเยี่ยมทุกสัปดาห์  ทำให้รู้สึกเศร้าที่สุดที่ไม่ได้อยู่กับลูกตลอดในช่วงท้าย "คุณพ่อดีขึ้นมากแล้วค่ะ คุณปู่ก็ไปไปมามาระหว่างกรุงเทพฯกาฬสินธุ์" "เวลาผ่านไปความเศร้าก็คงจะค่อยๆคลายหายไป แต่ดรากอนก็จะอยู่ในใจเราตลอดอยู่แล้วเน๊าะคุณแม่ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้สู้ค่ะ" นี่คือประโยคทิ้งท้ายจะเรียกว่าเเทบทุกครั้งและทุกคนที่ฉันจะพูดก่อนจะวางสายโทรศัพท์

           ครอบครัวที่ 2 เป็นครอบครัวน้องแฮค น้องจากไปเมื่อเดือน พ. ย.51  สวัสดีค่ะ เเม่น้องแฮคพยาบาลกุ้งเด้อ เป็นจั่งได๋น้อ ตอนนี้เฮ็ดหยังอยู่ "โอ๊ยพอใครแหน่เเล้วหละคุณกุ้ง บ่คือใหม่ๆ กินข้าวกะบ่แซบนอนกะบ่หลับ มีเเต่นอนฮ้องไห้ คิดเห็นเต่หน้าเพิ่น ยิ่งช่วงปีใหม่เเฮงคิดฮอด คิดเห็นยามเพิ่นไปเที่ยวเล่น" ช่วงเเรกกะธรรมดาเน๊าะ มันเป็นอาการปกติดอก ฉันให้กำลังใจ "ช่วงนี้ไปเเต่วัดถ้าคึดฮอดลูกกะไปวัด ปีหน้าว่าจะเฮ็ดบุญบวชอุทิศให้เพิ่นอยู่ค่ะ" "เอ้าอย่าลืมส่งข่าวเด้อเเม่น้องเเฮคสิได้ร่วมเฮ็ดบุญนำ" " ตอนนี้กะมีเเม่โอ๊ต แม่ติ๊กที่โทรคุยให้กำลังใจกันตลอด" "ดีเเล้วหละคุยกับผู้เพิ่นหัวอกเดียวกัน จั่งเข้าใจกัน ดีมาก ดีมากเเม่น้องเเฮค เดือนพฤษาภาคม จะจัดกิจกรรมรำลึกถึงน้องผู้จากไป ช่วงเช้าจะทำกลุ่มถามข่าวสารทุกข์สุกดิบในกลุ่มที่ลูกเฮาเสียคือกัน ช่วงบ่ายจะพาเฮ็ดบุญอุทิศให้ลูก แม่น้องเเฮคมาร่วมได้บ่" "ได้ได้อยากไปคือกัน"  "เดี๋ยวได้วันแล้วจะเเจ้งอีกทีเด้อ" ก่อนวางสายฉันพูดประโยคเดิมเหมือนที่พูดกับแม่ดรากอน "เป็นกำลังใจให้เด้อ"

          คนที่ 3 ที่ฉันโทรหาคือเเม่น้องเจมส์  น้องเจมส์จากไปช่วงเดือนมีนาคม 2552 "สวัสดีค่ะเเม่น้องเจมส์ พยาบาลกุ้งนะคะทำอะไรอยู่น้อ"  "อยู่บ้านเฉยๆค่ะ" เสียงตอบรับจากปลายสายจากแม่น้องเจมส์ "โทรมาให้กำลังใจค่ะเเละติดตามถามข่าวว่าอยู่ยังไงเป็นยังไงตอนนี้"  "ดีขึ้นแล้วค่ะคุณกุ้ง แต่พ่อเขายังทำใจไม่ค่อยได้พูดถึงจะกินข้าวไม่ลงก็เขามีลูกชายคนเดียว" "ดูแลจิตใจกันนะคะทางทีมเราก็ขอส่งใจไปช่วยนะ ส่ง CD รวบรวมภาพน้องเจมส์รวมทั้งภาพที่เราทำพิธีอโหสิกรรมน้องด้วย ไปให้ได้รับหรือยังคะ" "ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณทุกๆคนนะคุณกุ้งพี่พี่พยาบาล คุณหมอ และเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทำงานเเบบทุ่มเทดูแลคนไข้"  "ขอบคุณเเม่น้องเจมส์นะที่เป็นกำลังใจให้เรา ต่างก็เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันเน๊าะ ปลายเดือนจะเชิญแม่มาร่วมกิจกรรมรำลึกถึงน้องผู้จากไป พอจะไหวมั๊ย" ที่ฉันต้องถามคำนี้เพราะว่าเคยชวนเเม่น้องเจมส์ครั้งหนึ่งแล้วแต่ว่าช่วงเเรกๆบอกว่ายังไม่อยากมาโรงพยาบาลยังทำใจลำบาก คราวนี้เวลาผ่านไป 1เดือนแล้วจึงลองชวนอีกที "0.k ค่ะคุณกุ้ง" เเม่เจมส์รับปาก

  " ถ้างั้นปลายเดือนพฤษภาคม เราเจอกันนะคะ" ก่อนวางสายฉันพูดประโยคเดียวกับที่พูดกับแม่ดรากอนและแม่แฮค

น้องเจมส์ พี่กุ้ง พี่ใย และเพื่อนๆในวันที่ไป

เที่ยวครั้งสุดท้ายที่โบนันซ่า

         3 ครอบครัวที่ได้พูดคุยในวันนี้เป็น 3 ใน 10 กว่าครอบครัวสูญเสียที่อยู่ใน profile ที่ทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรมของเราติดตามดูแลโดยมีฉันเป็นตัวแทนทีมจะเรียกว่าเป็น Bereavement co-ordiator ของทีมก็ว่าได้ค่ะ เพราะนอกจากจดหมายคลายทุกข์แล้ว การติดตามทางโทรศัพท์ก็มีความสำคัญ เราตามอย่างนี้ค่ะ สัปดาห์ที่ 1 ส่งจดหมาย สัปดาห์ที่ 2 เดือนที่ 2 เดือนที่ 6 เดือนที่ 12 จะโทรศัพท์ติดตามโดยทุกครั้งที่ตามจะจดบันทึกไว้ในเเฟ้ม profile ของครอบครัวสูญเสีย

          คิดว่าเป็นกิจกรรมที่ทีมเราจะทำให้ได้ต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไปค่ะคนที่ต้องสูญเสียลูกนั้นความรู้สึกไม่ต้องบอกค่ะว่าทุกข์ทรมานขนาดไหน บางคนถึงกับจะฆ่าตัวตาย บางครอบครัวเศร้ามากๆเวลาฝนตก ฝนตกเเล้วลูกเราจะไปอยู่ไหน เพราะฉะนั้นการดูเเลต้องดำเนินต่อไป ไม่ได้สิ้นสุดลงเเค่เมื่อหนูจากไปแล้วส่งหนูกลับบ้านเท่านั้น แต่เมื่อหนูจากไปเราจะขอดูแลจิตใจพ่อแม่หนูต่อค่ะ