คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา...
พอเพียง...เส้นทางแห่งชีวิต
“อาก๊กกวง ลูกอยากเรียนอะไร”
“ผมอยากเรียนหมอครับ”
“บ้านเราจน ถ้าลูกอยากเรียนหมอเพื่อไปช่วยคนจน แม่จะพยายามส่ง แม่มีแรงส่งให้ได้ แต่ถ้าลูกอยากเรียนหมอเพื่อไปหาเงิน อย่าเรียนเลย ให้คนอื่นเขาเรียนไปเถอะ”
....เป็นข้อความแรกที่ผู้เขียนได้อ่านและประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และก็นี่เองคือสิ่งดีงามยังคงก้องอยู่ในใจของคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาที่จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับท่านในสัปดาห์นี้ สิ่งดีงามเหล่านี้ได้เริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ในใจมาจากผู้เป็นมารดาของท่านเมื่อครั้นเยาว์วัย ผมว่าคุณผู้อ่านคงอดใจรอไม่ไหวแล้วสิครับ ว่าท่านผู้นี้คือใครกันหนอ....? ครับท่านผู้นี้คือบุคคลที่น่าเคารพนับถือ และควรแก่ความเป็นบุคคลต้นแบบที่ควรดำเนินตามแนวทางของท่านเป็นอย่างมาก ท่านคือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจพอเพียง คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านคงอยากจะมาเรียนรู้ ศึกษา และมารู้จักกับบุคคลผู้ไม่ธรรมดาท่านนี้กันแล้วนะสิครับ....
อย่างที่เกริ่นนำในเบื้องต้นกันแล้ว ชีวิตที่มิใช่นิยาย แต่เป็นเพราะความดีงามบวกพร้อมด้วยความใฝ่ดี ใฝ่งาม มีวิริยะ มีอุตสาหะ มีความกตัญญู และคุณธรรมอันดีงามในหัวใจเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนชีวิตให้ดำเนินไปบนเส้นทางแห่งฝัน หรือเส้นทางแห่งชีวิตที่ตนนั้นได้เลือกแล้วก็ว่าได้ จากชีวิตคอกหมูสู่องคมนตรี บนวิถีทางแห่งความพอเพียงเป็นเรื่องราวที่ท่านผู้นี้ได้พิสูจน์และดำเนินไปจนได้เห็นเป็นความจริงชัดเจนผ่านจากผลงานต่างๆ ของท่าน ศ.นพ.เกษม ท่านนี้
สมัยเรียนท่านเป็นคนคนหนึ่งที่ทั้งตั้งใจ ทั้งใฝ่รู้และใฝ่เรียน จนเป็นถึงนักศึกษาแพทย์เหรียญทองได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิ “อานันทมหิดล”ไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจ เป็นครูแพทย์ เป็นคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ เป็นอธิการบดี เป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เป็นองคมนตรี หลักและแนวทางในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะอยู่ ณ ตำแหน่งหรือจุดใด ก็คือ การยึดงานหรือหน้าที่เป็นหลักสำคัญ เพราะว่าไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหนตำแหน่งไหนทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว และถ้าทุกคนรู้จักที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด และผลก็คือปัญหาก็คงเกิดได้น้อยที่สุด ดั่งผลงานที่ได้กล่าวถึงแล้วในเบื้องต้น
ทุกวันนี้ ท่าน ศ.นพ.เกษม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังหลักในการเผยแพร่แนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นในงานปาฐกถาต่างๆ หรือในงานกิจกรรมต่างๆ ที่ท่านได้มีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ ณ ตรงนั้น ซึ่งแนวทางหลักที่ท่านได้เน้นเป็นอันดับแรกของการที่จะนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปให้ได้ผลก็คือ ต้องมีการปรับพื้นฐานจิตใจให้มีคุณธรรมเสียก่อน
คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านคงอยากจะทราบเหมือนกันใช่ไหมครับ คำว่า ความพอเพียงนี้ จริงๆ มันมีความหมาย องค์ประกอบหรือแนวทางอย่างไรบ้าง ครับ ความพอเพียงนี้ก็มี 3 องค์ประกอบด้วยกัน หนึ่ง พอประมาณ ทั้งปริมาณและคุณภาพไม่สุดโต่ง ไม่ขี้เหนียว ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สอง ต้องมีเหตุมีผลในการบริโภค หากใช้เหตุผลไตร่ตรองก็จะคิดได้ว่าควรหรือไม่ควร และสาม มีภูมิคุ้มกันในตัวพอที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเพื่อป้องกันวิกฤต เมื่อมีองค์ประกอบหลักแล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้ที่จะทำให้แนวคิดของความพอเพียงนำไปใช้และให้ประสบความสำเร็จได้ก็คือ แนวทางการนำไปปฏิบัติ ซึ่งท่าน ศ.นพ.เกษม ท่านก็ได้ให้แนวทางไว้สามแนวการปฏิบัติด้วยเช่นกัน คือ หนึ่ง ความมีคุณธรรม คือต้องปรับพื้นฐานทางด้านจิตใจให้ของคนให้มีคุณธรรมเป็นอันดับแรกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องเกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน สอง ทางด้านวิชาการหรือความรู้ในการวางแผนและการลงมือทำงาน คือต้องมีองค์ความรู้ที่เหมาะสมในเรื่องนั้นๆ ที่เราจะต้องนำไปปฏิบัติ คือรู้จริง มีความรอบคอบ และไม่ใช้อารมณ์หรืออคติ และสิ่งสำคัญที่สุดประการสุดท้ายคือ ต้องใช้ความอดทน สติ และปัญญาในการดำเนินชีวิต และสิ่งสำคัญที่หลายต่อหลายคนยังไม่เข้าใจดีคือ การทำเศรษฐกิจแบบพอเพียงนี้สอนไม่ให้คนเรารวย จริงๆ แล้วหลักนี้ไม่ได้บอกอย่างนั้น แต่เพียงแต่บอกคุณว่า คุณรวยได้แต่ต้องไม่โกง...
นี่ก็คงพียงส่วนหนึ่งของท่าน ศ.นพ.เกษม ท่านนี้ที่ได้สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่โลกใบนี้ และท่านก็ยังคงสร้างและทำหน้าที่ของท่านต่อไป...ผู้เขียนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลายๆ ท่านคงจะได้ประโยชน์จากแนวทางของบุคคลต้นแบบอย่างท่าน ศ.นพ.เกษม บนเส้นทางของความพอเพียงนี้บ้างไม่มากก็น้อย....
แหล่งข้อมูล:
ครอบครัวพอเพียง วารสารรายเดือน ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 เดือนกันยายน 2551
คอลัมน์ Cover Story โดย ศุภกร ม่วงแพรศรี
เรียบเรียงโดย: สมภาร ประกิ่ง E-mail: [email protected]