ชีวิตที่พอเพียง  : ๗๔๑. เชียร์ขบวนการ “จิตเจริญประเทศไทย”


“การพัฒนาจิต    สามารถพัฒนาได้จากการปฏิบัติงานจริงในชีวิตประจำวันหรือทำงานประจำวัน    โดยไม่จำเป็นต้องทำพิธีกรรมทางศาสนาหรือศึกษาค้นคว้าคำสอนศาสนา  หากมีโอกาสใช้ชีวิตหรือทำงานในลักษณะบางประการภายใต้บริบท  ที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็สามารถเกิดการพัฒนาจิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานหรือกิจกรรมที่มาจากเจตนาที่ดีและมีระบบการเรียนรู้อย่างเหมาะสมควบคู่กันไป”


          ข้อความข้างบน ผมคัดลอกมาจาก PowerPoint ที่ นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ นำเสนอคณะกรรมการกำกับทิศทาง ของแผนพัฒนาจิต สสส. เมื่อวันที่ ๙ เม.ย. ๕๒  


          พิเคราะห์ให้ดีๆ นะครับ    คนเรามีโอกาสพัฒนาจิตใจของตัวเราเอง และของคนรอบข้าง อยู่ทุกขณะจิต ทุกย่างก้าวของชีวิต ทุกกิจกรรมที่ทำ    แต่ส่วนใหญ่เราละทิ้งโอกาสนั้น   หรือไม่รู้จักใช้โอกาสนั้น    หรือไม่ได้ฝึกฝนทักษะให้ใช้โอกาสนั้นเป็น


          การพัฒนาจิตจากชีวิตประจำวัน เป็นทักษะจำเป็นสำหรับชีวิตของทุกคน    เป็นสิ่งที่ทุกคนควรฝึก    เป็นสิ่งที่ทุกคนควรเรียนตั้งแต่เด็ก    เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก   เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้วิธีสอนลูก    เป็นสิ่งที่ครูต้องสอนศิษย์  


          ผมคิดใหม่ เรื่องแบบนี้สอนไม่ได้ แต่สร้างบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมให้เรียนรู้ได้    และเรื่องแบบนี้ “พระเอกของการเรียนรู้” ไม่ใช่สมองส่วนคิด   ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่บอกเราว่า การเรียนรู้เชิงคุณธรรมมีศูนย์อยู่ที่เซลล์กระจกเงา  อยู่ที่สมองส่วนอารมณ์


          แผนพัฒนาจิตมีแผนจะจัดประชุมประจำปี   ผมยุให้จัดฟอร์มใหญ่ ใช้ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเครือข่าย ใช้ยุทธศาสตร์ mapping SS   และใช้ยุทธศาสตร์ SSS – Success Story Sharing   ดำเนินการเพื่อให้เกิด Node อิสระ “ทำงานไป พัฒนาจิตไป” อีกจำนวนมากในพื้นที่และภาคส่วนที่หลากหลาย 


         ผมวิ่งออกกำลังกายเกือบทุกเช้า หวังสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย (และจิตใจ) แบบองค์รวม    และฝึกออกกำลังใจทุกวัน หรือทุกขณะจิต   หวังให้ตนเองมีจิตใจสูงขึ้น มีสุขภาวะทางจิตวิญญาณสูงขึ้น    และเผื่อแผ่แก่คนอื่นได้ดีขึ้น   การเขียนบันทึกใน บล็อก Gotoknow ก็เป็นการฝึกทำบุญกิริยาอย่างหนึ่ง


         ผมจึงไม่ใช้แค่เชียร์ ขบวนการจิตเจริญประเทศไทยเท่านั้น   แต่เป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย    ผมอยู่ในขบวนการมานานแล้ว น่าจะอยู่มาตลอดชีวิต    เพลี่ยงพล้ำหรือเป๋ไปบ้างเป็นครั้งคราวตามความเป็นปุถุชน    แต่ผมก็หมั่นเตือนตัวเองให้ไม่ละความเพียร    และยืนยันได้ว่ากิจกรรมนี้เป็นการบำเพ็ญบุญ เป็นการสร้างกุศล    ผลบุญตกแก่ตนเองในระยะยาว และเผื่อแผ่แก่ผู้คนรอบข้างไปเองโดยอัตโนมัติ 


          การพัฒนาจิตให้มีสุขภาวะทางจิตวิญญาณไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราตั้งเข็มทิศถูก และหมั่นฝึกจากชีวิตประจำวัน    มันยากตรงตั้งเข็มทิศนี่แหละ    เพราะจะมีกระแสต่างๆ มาชวนให้เราเดินผิดทิศอยู่เรื่อย   เดินถูกทิศคือมีสัมมาทิฐิ   เดินผิดทิศคือยึดถือมิจฉาทิฐิ    สังเกตดูเถิดครับ ว่ากระแสต่างๆ ในสังคม ส่วนใหญ่ชวนเราเดินผิดทิศ    ดังนั้นเราจึงต้องมีสติที่จะแยกแยะกระแสสังคมให้ดี   และต้องฝึกฝนปัญญาให้แยกแยะเป็น

 

 


วิจารณ์ พานิช
๑๑ เม. ย. ๕๒