งามเลอล้ำเป็นที่หนึ่ง อ่อนหวานปานน้ำผึ้ง เจ้าเอยเอื้องผึ้งสาวดอย หนุ่มจันผาเจ้าเฝ้าคอย

สวัสดีครับ  ตั้งใจจะเขียนบันทึกนี้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์แล้วนะครับ  แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้  จึงไม่อยากเขียน  เป็นไปได้หรือไม่ว่าเรารับรู้ข่าวสารเหตุบ้านการเมืองมากไป...รับรู้แล้วก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าเราคนไทยคิด-ทำอะไรกันอยู่...ต้องยอมรับว่ารับรู้ขาวสารแล้วไม่ค่อยสบายใจ...นอนไม่ค่อยหลับ...คิดอะไรไปมากมาย...สุดท้ายก็อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่าคนเราก็แปลกนะ...คิดอะไรได้ตั้งมากมาย...

แต่ก็ช่างมันเถอะ  คิดมากไม่ดี  มาเข้าเรื่องที่จะเขียนกันดีกว่า  ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนถึง เอื้องผึ้ง ครับ

เอื้องผึ้งเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ใบเดี่ยว ใบมีลักษณะหนา สาก ดอกบานเดือน มีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม รากเป็นแบบรากกึ่งอากาศ  จะออกดอกหลายดอกห้อยลง ช่อดอกจะออกทางข้อบนๆ  การขยายพันธุ์  แยกต้น เพาะเมล็ด  ประโยชน์ เป็นไม้ประดับ  และในช่วงเทศกาลสงกรานต์นิยมนำดอกเอื้องผึ้งมาเกล้าผมช่างฟ้อน ซึ่งสวยงามมากครับ

ยังมีตำนานที่เล่าถึง เอื้องผึ้ง ไว้ว่า 

...แต่เดิมเอื้องผึ้งและจันผานั้น เป็นคู่รักกัน ทั้งสองให้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ไม่พรากจากกัน ถ้าหากแม้นคนหนึ่งตายไป อีกคนหนึ่งก็ไม่ขออยู่ต่อ และแล้วโศกนาฏกรรมก็มาถึง หนุ่มจันผา พาสาวเอื้องผึ้งไปเที่ยวที่ดอย เขาเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม งอกอยู่ที่ต้นไม้ริมผา จึงคิดจะเก็บมาให้สาวเอื้องผึ้ง คนรักของตน จึงปีนไปเก็บดอกไม้ชนิดนั้นมา แม้เอื้องผึ้งจะห้ามแต่จันผาก็ยังพยายามจะไปเด็ดดอกไม้มาให้ได้ และแล้วในที่สุดสิ่งที่เอื้องผึ้งกลัวก็เป็นความจริง จันผาพลาด ตกลงไปในเหว เลือดไหลนอง คอหัก ตายสนิท เอื้องผึ้งร่ำไห้ หัวใจแตกสลาย จึงวิ่งเอาหัวชนกับแง่หินที่หน้าผา ตายตามจันผา เหมือนที่เคยให้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ดอกไม้ที่จันผาพยายามจะเก็บนั้น ต่อมาคนให้ชื่อว่า ดอกเอื้องผึ้ง  ที่ ๆ จันผาตกลงไปตาย ก็มีต้นไม้ชนิดหนึ่งงอกขึ้นมา ผู้คนกล่าวขานเรียกว่า ต้นจันผา…” (ที่มา คุณยายคำมูล  สุวรรณ เล่าให้ฟัง)

นอกจากนี้แล้ว  ยังมีนักร้องชื่อ จรัล มโนเพชร ผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้แต่งเพลง เอื้องผึ้ง-จันผา ไว้ว่า

งามเลอล้ำเป็นที่หนึ่ง

อ่อนหวานปานน้ำผึ้ง

เจ้าเอยเอื้องผึ้งสาวดอย

หนุ่มจันผาเจ้าเฝ้าคอย

จะเคียงผูกพัน

สัญญารักมั่นและซื่อตรง

+++

จวบวันสองคนวิวาห์

จันผาปีนขึ้นดอย

หวังใจจะสอยดอกไม้ดง

แต่มือไม้ไม่มั่นคง

ตกลงมาสิ้นใจ เอื้องผึ้งร่ำไห้วิ่งกระโจน

พุ่งชนชะเงิบหินสิ้นใจตายตามจันผา

+++

เอื้องเอยคนขานนามเอื้องผึ้ง

กลีบเหลืองปานน้ำผึ้ง

หอมตรึงต้องใจภุมรา

จันผาเอ๋ยงามสง่า

ต้นใจสะดุดตา

ขึ้นเคียงคู่กันนิรันดร์เอย

   เมื่อได้รู้จัก เอื้องผึ้ง ไปแล้ว ก็น่าจะรู้จักจันผาไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ คำว่า จัน-ผา กับ จันทร์-ผา น่าจะเป็นคำคำเดียวกันนะครับ

จันผา เป็นไม้ป่าประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ  ชอบขึ้นตามภูเขาสูง ๆ หรือตามซอกหิน หน้าผาสูงชัน  ปัจจุบันนิยมเป็นไม้ประดับที่หายาก และเป็นพืชที่ทางการหวงห้าม  แต่ก็มีคนแอบนำมาเพาะขายกันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ก็ดีเหมือนกันนะครับที่คนนำมาเพาะขาย  จะได้ไม่ต้องลักลอบเอามาจากป่า

จันผามีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จันทร์แดง หรือลักจั่น จันผาเป็นไม้ยืนต้น มีความสูงประมาณ 5-7 ฟุต ลำต้นแกร่ง เปลือกนอกลำต้นมีลักษณะเกลี้ยงเป็นสีเทานวล ลักษณะลำต้นตั้งตรงเป็นลำคล้ายหมาก ใบของจันผาจะมีลักษณะเรียวยาว สีเขียวเข้มปลายใบจะแหลมเป็นรูปหอก ริมใบเรียบเกลี้ยง ก้านใบจะมีลักษณะเป็นกาบหุ้มซ้อนทับอยู่รอบ ๆ ต้น  บางปีก็จะออกดอกด้วย  ดอกของจันผาจะออกดอกเป็นพวง  คล้าย ๆ ดอกวาสนา โดยแตกออกจากโคนก้านใบคล้ายกับจั่นหมาก  จึงเป็นที่มาของชื่อจันผาอีกชื่อหนึ่งว่า ลักจั่น หมายถึงต้นไม้ ที่ไม่ใช้ต้นหมากหรือมะพร้าวแต่สามารถออกดอกเป็นจั่นได้อย่างจั่นหมาก หรือจั่นมะพร้าว เข้าทำนองว่าคล้ายกับการไปลักจั่นหมากหรือจั่นมะพร้าวมาออกที่ต้นของมันได้นั่นเองครับ

จันผา

แปลกดีไหมครับ ขึ้นต้นด้วยเอื้องผึ้ง จบด้วยจันผา  ขอขอบคุณมิตรรักนักอ่านที่สนใจอ่าน และให้ข้อคิดเห็น  ขอบคุณครับ  ขอให้หลับฝันดี-ฝันเด่นครับ  ราตรีสวัสดิ์


รับโค้ดเพลง เอื้องผึ้งจันผา คลิกที่นี่