แล้วเราจะเรียกมันว่าจุดหมายหรือปลายทางในสิ่งที่เรากำลังไขว่คว้า

วันนนี้ตื่นเช้ามารีบเคลียร์งานต่างๆเพื่อเตรียมเดินทางไปยังบางกอก (กรุงเทพฯ) พรุ่งนี้เพราะมีกำหนดการเดินทางด้วยรถไฟในรอบหลายสิบปี (เคยขึ้นรถไฟไม่เกิน ๕ ครั้งเท่าที่จำความได้) พอดี อ.มูซา ชอบหวาน (คนที่ทาบทามจะให้มาช่วยเสริมทีมภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัย) ตอนนี้ท่านสอนอยู่ที่ ร.ร.ธรรมิสลาม ท่าอิฐ นนทบุรี ท่านได้จองตั๋วเดินทางไว้ให้ตอนบ่ายสามโมงกว่าๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองกรุง ที่ความว้าวุ่นรอคอยอยู่ข้างหน้า

        อันเนื่องจากว่าผมมีนัดกับหลายๆท่านในเรื่องงานและเรื่องวิทยานิพนธ์ที่กำลังทำ (ติดแฮ่กมาหลายเดือนแล้ว) เลยต้องรีบเคลียร์ครับรอให้มีเวลาคงยากแน่เพราะไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากเราจะขวนขวายและพระเจ้าเท่านั้น ความจริงอยากลาออกจากที่ทำงานเพื่อเคลียร์หลายเรื่องให้เสร็จก่อนด้วยซ้ำครับแต่ก็ไม่รู้ที่ทำงานจะว่าไงครับ อิอิ เพราะดูแล้วเสมือนไม่มีใครเข้าใจเราเลย อิอิ

       วันนี้เลยต้องมานั่งทบทวนครับว่าอะไรคือจุดหมายและปลายทางที่แท้จริง ความนิ่งเงียบสนิท คือวิถีคิดที่ถูกต้องหรือเปล่ากับการให้ได้มาในหลายสิ่ง การเดินหรือวิ่งไปข้างหน้าจะนำพาเราไปสู่จุดหมายหรือปลายทางหรือไม่อันนี้ก็ยังคิดอยู่ หรือว่าต้องหยุดแล้วถอยมองไปถามไถ่สิ่งที่ผ่านมา เวลา สิทธิ และหน้าที่ เราเลือกมันได้ไหม๊ เลือกที่จะให้เป็นไปบ้างอย่างที่ควรเป็น ใคร ใคร และใครก็ได้ช่วยตอบผมที

        ปิดเทอมนี้รู้สึกตัวเองเจอบททดสอบเยอะครับ ตามที่ได้วางแผนกับตัวเองไว้แทบล่มทุกงานครับ เพราะมีงานราษฎร์เข้ามาประหนึ่งว่าเราว่างมากมาย แต่สุดท้ายบ่นไปก็แค่นั้นเพราะรู้ๆว่าทั้งหมดนั้นเราปฏิเสธไม่ค่อยเป็น การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การบรรยาย การเป็นวิทยากร คือบางบทบางตอนของวันนี้ว่า "มันคือจุดหมายหรือปลายทาง" หรือมันมีอะไรมากมายกว่านั้นเพราะสิ่งสำคัญคือ การไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งบทพิสูจน์ของการเวลาที่เรียกว่า "ปริญญามหาบัณฑิต" ล่าสุดต้องรีบเขียนบทกวีการเมืองเพื่อส่งไปยังรัฐสภา ใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงเลยไม่มั่นใจให้ผู้รู้ช่วยไขตรวจทานขัดเกลาให้ ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺที่ท่านผู้เชี่ยวชาญที่ตกเป็นจำเลยที่ผมส่งเมลล์ไปให้ช่วยตรวจขัดเกลาภาษาให้บางท่านได้ตอบกลับมาบ้างแล้ว ส่วนผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับเพราะผมจะบอกว่า (ไม่มีเวลามากจริงๆ หรือ ลิ้งท์ต่อไปยังท่านๆ ครับผม อิอิ)