ชาวยุโรปก็เข้ามาในรูปการเผยแผ่ศาสนาแต่มีจำนวนจำกัดในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ไงละ.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าชนชั้นทางสังคมในต้นรัตนโกสินทร์อาจกล่าวได้ดังนี้

1 . พระมหากษัตรีย์  คือผู้ปกครองตั้งอยู่บนสุดของชนชั้นเหมือนสมัยอยุธยาแต่ลดความเป็นเทวราชลงไปเยอะ

2 . เจ้านาย  คือผู้เป็นเชื้อพระวงศ์ลดระดับลงตามสกุลยศ  การตั้งเจ้านายอยู่ในตำแหน่งเรียกทรงกรม  กรมสำคัญที่สุดคือ วังหน้า มีอำนาจรองจากพระเจ้าแผ่นดิน  นามกรมพระราชวังบวร ฯ

3 . ขุนนาง  คือผู้เข้ารับราชการมียศตั้งแต่สมเด็จเจ้าพระยาลงมามักเกี่ยวดองชิดใกล้กับพระราชวงศ์อย่างตระกูลสำคัญ ๆ เช่นบุนนาค  จันทโรจน์วงศ์  สิงหเสนี  เป็นต้น

4 . ไพร่  คือกำลังพลของอาณาจักรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมเช่นเข้าทำงานรับใช้ประชาชน  ถูกเกณฑ์เป็นทหาร  ทำงานรับใช้ชาติ  เป็นคนมีเงินเดือนกิน  การทำงานถ้าไม่ทำงานต้องเสียเงินแทนในอัตรา 18 บาท 

 เป็นอย่างนี้จนมาถึงยุค ร. 5

5 . ทาส  คือคนใช้ของเจ้าขุนมูลนาย  อย่างทาสในเรือนเบี้ย  ทาสเป็นทั้งวัตถุทาสและบุคคลที่ส่งขายได้ตามกฎหมายพึ่งมาเลิกทาสในสมัย ร. 5

6 . พระสงฆ์  เป็นบุคคลนอกชนชั้น  มีการบริหารกันเองช่วยงานพระราชาสั่งสอนอบรมชาวบ้านให้ทำคุณงามความดี  ตำแหน่งสูงสุดคือสังฆราช  เจ้าคณะใหญ่ 3 รูป ( หนกลาง  เหนือ  ใต้ ) ในแต่ละวัดจะมีสมภารคอยดูแลบริหารกิจการคณะสงฆ์   

7 . คนต่างชาติ  มีมากสุดคือชาวจีน  เมื่อเกิดออกลูกมาก็ให้ไปอยู่ในชนชั้นไพร่  หลายคนข้ามขั้นมีฐานะทางเศรษฐกิจดีได้เป็นถึงชนชั้นขุนนางเจ้าเมือง  และกลุ่มผู้นำเชิญชวนมาไว้เป็นพวกมีอำนาจทางการเมืองแสวงหาผลประโยชน์กัน  นอกนั้นยังมีชนชาติต่าง ๆ เช่น เขมร ลาว ยวน  พม่า  มลายู อาหรับ  อินเดีย  ฯลฯ

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องเข้ามาสังกัดเจ้านายและทำการสักข้อมือก่อนไปทำงานตามอาชีพยังที่ต่าง ๆ และชาวยุโรปก็เข้ามาในรูปการเผยแผ่ศาสนาแต่มีจำนวนจำกัดในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ไงละ.