อีกหนึ่งความฝันที่ฉันอยากเป็น

           เมื่อปี 2549 ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน HA Forum ที่สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล  สถาบันที่เเม่ต้อยเป็นรองผอ.และพอลล่าก็เป็นที่ปรึกษาตัวน้อยนี่เองค่ะ  และคนในทีมสุขภาพจะรู้จักดีกับสถาบัน พรพ.ฉันได้จุดประกายหลายต่อหลายสิ่ง  

           และฉันพยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะเก็บเกี่ยวความรู้ใหม่ๆ เพื่อจะนำไปพัฒนาหน่วยงาน    ธีมที่ไปปีนั้นเป็นเรื่องตามรอยนวัตกรรมและวัดผลคุณภาพ( 14-17 มีนาคม 2549) และปีนี้นี่เองค่ะที่ทางพรพ.ได้จุดประกายให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคนในเรื่องระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์

          ฉันยังจำปาฐกที่ท่าน ศ.นพ. ประเวศ วะสี พูดถึงระบบบริการสุขภาพที่อยากให้เป็นจะเรียกได้ว่า ในฝัน ก็ว่าได้ ท่านกล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า"เราจะต้องส่งเสริมสปิริต แห่งการเป็นอาสาสมัคร เพื่อเพื่อนมนุษย์และมิตรภาพบำบัด ศีลธรรมพื้นฐานของสังคม คือการเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะคนเล็กคนน้อย คนยากคนจน เพราะฉะนั้นระบบบริการสุขภาพต้องเป็นพลังทางศีลธรรม บ้านเมืองจึงจะอยู่รอดปลอดภัย "

         ในปีนี้นี่เองที่ฉันได้รู้จักชื่อท่านอาจารย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ อาจารย์อยู่ที่สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร ฉันได้เข้าฟังอาจารย์บรรยายในหัวข้อสร้างโลกใบใหม่...สร้างเเรงบันดาลใจจากเรื่องเล่า วันนั้นอาจารย์ได้พูดถึงสิ่งที่ท่านทำอยู่ขณะนี้ คือการรวบรวมเรื่องราวที่เป็นตัวอย่างเล็กๆของคนในทีมบริการสุขภาพ ที่ถือโอกาสในการทำงานเป็นโอกาสในการทำความดี อ่านแล้วจะทำให้เกิดแง่คิดและเเรงบันดาลใจ เรื่องเล่าดังกล่าวตอนนี้จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มแล้ว เล่มที่ 1 ชื่อหนังตัวอย่างปกสีเขียวตั้งชื่อหนังสือว่า งานคือความดีที่หล่อเลี้ยงชีวิตส่วนเล่ม 2 ปกสีส้มชื่อว่า ความดีที่เยียวยา

          เนื้อหาในเล่มเป็นเรื่องราวของคนที่ทำงานในทีมบริการสุขภาพปฐมภูมิ   วิธีการเล่าเรื่องชวนให้เราติดตามในทุกตัวละครที่กล่าวถึงในแต่ละเรื่อง ที่สำคัญเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในระบบบริการสุขภาพในยุคที่เรากำลังอยากให้เป็นคือการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ อ่านแล้วทำให้เกิดเเง่คิดและเเรงบันดาลใจได้จริงๆ  อาจารย์บอกว่า  "นี่เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการค้นหาสิ่งดีดีที่มีอยู่รอบตัวมาเป็นพลังขับเคลื่อนเปลี่ยนเเปลง" ฉันคนหนึ่งที่ประทับใจกับสิ่งที่อาจารย์พูดในวันนั้น และประโยคหนึ่งที่ยังจดจำและรู้สึกว่ามันใช่เลยก็คือ "ในคนเราทุกคนมีเมล็ดพันธุ์ของความดีอยู่ในตัว เมื่อใดที่เห็นคนอื่นทำความดีเราก็อยากทำความดีด้วย" 

            เพราะฉะนั้นหากใครที่ได้อ่านหนังสือทั้งสองเล่ม ฉันเชื่อว่าไม่มีใครไม่อยากทำความดี โดยเฉพาะความดีที่มาจากงานบริการสุขภาพที่เราทำอยู่ทุกวัน แหละนี่เองคือจุดเริ่มต้นของความฝันของฉัน...........ความฝันที่อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวความดีในรูปแบบเรื่องเล่า........ที่เกิดขึ้นในทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรม คณะเเพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นของเราในวิถีของการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งรวมถึงผู้ป่วยเด็กโรคมะร็งระยะสุดท้าย ผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง ที่เราได้พัฒนาโครงการต่างๆร่วมกันในทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยทุกอย่างได้เอื้อประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวที่มาอยู่กับเรานับตั้งเเต่ปี 2547-ปัจจุบันโปรดติดตามอ่านในบันทึกต่อไปนะคะว่าฝันของฉันจะเป็นจริงหรือไม่( โปรดอ่านต่อฉบับหน้า)