การสร้างภาพลงในบันทึกเกี่ยวกับเรื่องของโรงเรียน  ครู เด็กและชุมชน เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเล่าไปพร้อมกับภาพบ้าง วันนี้มีข้อสงสัยของเพื่อน ๆ นำมาสู่การบันทึกฉบับนี้..มันอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง  ถือว่าเล่าและแบ่งปัน  ท่านใดมีข้อเสนอแนะก็เข้ามาแลกเปลี่ยนได้ค่ะ 

     ครั้งแรกประมาณปีการศึกษา ๒๕๔๗  พบว่าผู้ปกครองมาประชุมน้อยมาก ไม่หนาแน่น ด้วยสาเหตุไม่ว่างบ้าง ไปทำงานบ้าง และผู้ปกครองที่มาประชุมก็ล้วนแต่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ดูแลลูกหลานแทนพ่อแม่ หรือพ่อแม่ทอดทิ้งไปไม่เหลียวแล และผู้ปกครองกลุ่มนี้จะไม่แสดงความคิดเห็น  เออ ๆ ออ ๆ ไปตามเรื่อง

    ความต้องการที่อยากจะศึกษาชุมชนด้วยการหันไปพึ่ง สกว.ขอทุนสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาพืชสมุนไพรโดยชุมชนมีส่วนร่วม  พยายามไปเกณฑ์ผู้เกี่ยวข้องมาประชุม มีการแจกเงินค่ามาประชุม เลี้ยงอาหารและของว่าง ชุมชนมาร่วมทุกครั้งเพราะมีรายได้ 

    ผลการวิจัยที่สิ้นสุดลง ได้ข้อสนเทศที่ต้องนำมาวางแผนพัฒนาโรงเรียน สำหรับนักบริหารเรียงตามความสำคัญคือ โรงเรียนขาดสัมพันธภาพที่ดีต่อชุมชน ครูทุกคนเดินทางมาจากต่างท้องถิ่นเช้ามาเย็นกลับ  ชุมชนไม่เข้าใจบริบทของตนเองที่มีต่อการจัดการศึกษา ชุมชนเข้าใจว่าโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครู  ชุมชนไม่มั่นใจในการที่จะแสดงความคิดเห็น และชุมชนไม่ศรัทธาต่อพฤติกรรมของครูส่วนหนึ่ง

    ครูผู้สอนมีหน้าที่เป็นนักบริหารจัดการชั้นเรียน และครูวิชาการมีหน้าที่เป็นนักบริหารงานวิชาการ ได้เริ่มสร้างปัจจัยภายในและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทีละน้อยได้แก่..เลือกเด็กที่ค่อนข้างมีแววมาฝึกโดยเริ่มที่ตัวฉันก่อน

   น้องเต้ยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความมั่นใจในการกล้าแสดงออก ให้ฝึกร้องเพลงสากล More Than I Can Say ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ฝึกร้อง San Francisco และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓  Right Here Waiting น้องเต้ยยังอ่านหนังสือไม่ออกแต่ร้องตามครูเมื่อจำได้แล้วจึงนำซีดีไปร้องที่บ้าน ทำให้ผู้ปกครองร้องได้ด้วย

   น้องมุกชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ ฝึกพูดหัวข้อ My Family และ My School โดยเพิ่มเนื้อหา น้องมุกเมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ยังอ่านไม่ออกมากนัก  แต่น้องมุกมีแม่มาฝึกกับครู  แล้วกลับช่วยฝึกน้องมุกเมื่ออยู่ที่บ้าน

    น้องโบว์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ ฝึกพูดหัวข้อ My Dream และ  We Love The King ปัจจุบันน้องโบว์อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ชอบเรียนภาษาอังกฤษ

     น้องฝ้าย น้องฟ้า น้องอ้อมและน้องก็อล์ฟ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ฝึก Crosswords ตลอดปี เด็กกลุ่มนี้บอกว่าไปแข่งขันทีไรได้ลำดับที่ ๒ เพราะจัดการกับอารมณ์ตนเองไม่ได้สักทีและยังจะสู้อยู่ต่อไป

     น้องแป้งชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ฝึกร้องเพลงYesterday Once More และ The End Of The World  ปัจจุบันอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

      ผลการไปประกวดรอบแรก ครั้งแรกนักเรียนได้เป็นตัวแทนของศูนย์นครไทย ๔ ในเรื่องการร้องเพลงและการพูด  เพื่อไปแข่งขันที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลกเขต ๓ น้องเต้ยได้รางวัลชนะเลิศที่ ๑ และน้องมุกได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ น้องโบว์ ได้รองชนะเลิศอันดับ ๓

      เมื่อผู้ปกครองมาประชุมได้ให้เด็กทั้ง ๓ คนนี้โชว์การร้องเพลงและการพูดภาษาอังกฤษให้ผู้ปกครองฟัง  มอบวุฒิบัตรให้ผู้ปกครองเป็นผู้ปกครองดีเด่นด้วยภายหลังกลุ่มสาระอื่น ๆ ได้หันมาฝึกเด็ก ๆ เช่นเดียวกัน...ปัจจัยแรกที่..ผู้ปกครองเริ่มหันมาใส่ใจโรงเรียนเพิ่มขึ้น 
 

ยังมีต่อค่ะ

น้องมุก เมื่ออยู่ ป.๑ ยังอ่านภาษาไม่ออก

พาคุณแม่มาฝึกอ่านกับครูก่อน และไปสอนน้องมุกอีกที

ปัจจุบันน้องมุกกำลังจะขึ้น ป.๖ สนใจเรียนภาษาอังกฤษ