เด็กๆผู้ใสซื่อ

 

การปิดภาคเรียน ก็ปาเข้าไป เกือบเดือนแล้ว เด็กๆคงจะคิดถึงคุณครูแน่เลย ผมยังจำภาพได้ติดตา เมื่อผมขี่เจ้า 2 ล้อ คู่ใจ ไปถึงหน้าโรงเรียน เด็กๆก็จะจำเสียงรถได้ ต่างก็วิ่งปรือ กันออกมา แล้วยกมือทั้งสองข้างประนมขึ้น พร้อมกับกล่าวคำว่า ครูครับสวัสดีครับ ครูทำไมไปนานจังเลยครับ ผมช่วยถือของครับ เมื่อไปถึงบ้านพัก เด็กก็จะไปบอกต่อๆกันว่า ครูป่ามาแล้ว (ครูป่า ภาษา ลาหู่ หรือมูเซอ แปลว่า ครูผู้ชาย) จากนั้นในไม่มีนาที ก็จะมีเด็กๆมาเยี่ยมที่บ้านพักแทบไม่มีที่อยู่

พวกเขาคงดีใจ ที่เห็นคุณครูกับมา ที่จะได้มีเพื่อน ทุกๆครั้งผมก็จะซื้อขนมติดไม้ติดมือไป ถึงไม่มากแต่ก็ด้วยนำจิตน้ำใจ เด็กๆก็จะช่วยกันทำความสะอาดบ้าน กวาดบ้านถูบ้าน

นี่คงเป็น พฤติกรรมที่บ่งบอกได้ว่า ความใกล้ชิด ความผูกพัน ระหว่าง ครูกับนักเรียน มันแน่นแฟ้น อาจจะตรงกันข้ามกับนักเรียนในเมือง ซึ่งเมื่อ หลังโรงเรียนเลิก 4 โมงเย็น ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ดังนั้น ความรักความอบอุ่นระหว่างครูกับศิษย์นั้นแสนห่างเหินยิ่งนัก และในปัจจุบัน โรงเรียนก็เป็นโรงเรียนเพื่อนเด็ก

ครูทุกคนต้องดูแลเด็ก สั่งสอนเด็ก เป็นทั้งครู เป็นทั้งเพื่อน ในระหว่างเรียน

หากท่านๆลองคิดดูว่า การเรียนที่ครูและนักเรียน มีความรัก ความผูกพัน ระหว่างเด็กและครูเห็นหน้ากันแค่ ชั่วโมงเรียน ประสิทธิภาพประสิทธิผล อันใดน่าจะดีกว่ากัน

โอ้โม้มานาน ออกนอกประเด็นซะไกลเลย...

อยากให้เปิดภาคเรียนเร็วๆจัง

ผมชักจะคิดถึงพวกเขาซะแล้ว กะไอ่พวกซน ซน ทั้งหลายแหล่

สามเสือจอมซน

จะได้ขึ้น ป. 1 แล้ว....

ไม่ใช่ ม๊อบเสื้อแดงนะครับ

 

สำหรับ บันทึกนี้ขอจบลงแค่นี้ก่อน ไว้แล้ว คราวหน้าจะบันทึกเรื่องราวเด็กดอยอีกครับ