สงกรานต์ปีนี้ ดูเหมือนจะงานเข้าป้าแดง เนื่องจากว่าไม่ได้บ้านอยู่ซะหลายเดือน ทำให้ฝุ่นเต็มบ้านไปหมด

จึงถือเอา.............

วันที่ 13  เมษา วันสังขารล่อง ทำความสะอาดบ้าน ตั้งแต่เช้าตรู่จนมือไม้พองได้แผลได้สองสามที่ บ่ายๆ ออกไปดูขบวนแห่นางสงกรานต์ สรงน้ำพระพุทธรูปที่มาในขบวนแห่

แล้วคนอื่นๆก็กลับเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทราย ซึ่งสมัยที่ป้าแดงเป็นเด็กต้องไปขนทรายจากริมแม่น้ำโขง แต่เดี๋ยวนี้.......สั่งร้านขายวัสดุก่อสร้างให้เอามาส่ง.....ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย........ที่สบายตัวแต่ไม่สบายงบประมาณ......ค่ำหน่อยมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่.....ตั้งใจมากแต่ไม่ได้ร่วมเพราะต้องขลุกอยู่กับพ่อ

วันที่  14 เมษา วันเนา ไปทำบุญบังสกุลให้แม่ พี่สาว และญาติโยมที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นประเพณีนิยมทำกันในเทศกาลวันสงกรานต์ แสดงถึงความกตัญญูของลูกหลาน ได้เจอหลายครอบครัวที่มาทำการบังสกุลให้กระดูกพ่อแม่ตายาย วันนี้ได้ทำอาหารไปถวายพระด้วย รู้สึกได้บุญมามากมายจากที่ไม่เคยกินข้าววัดวันนี้ก็กินไปจานใหญ่ เพราะเจอ "ปลาร้าปิ้ง" กลิ่นหอม รสชาดอร่อย เค็มกำลังดี ทานกับข้าวสวย อร่อยมากๆๆ เป็นของหากินได้ยากในปัจจุบัน

ค่ำๆ ไปทานข้าวเย็นกับน้องๆที่ทำงาน กินหมูกะทะ เข้าไปเยอะหน่อย ท้องอืด นอนไม่หลับ เพิ่งได้งีบเมื่อตอนประมาณตีสาม......

วันนี้วันที่ 15 ตั้งใจไปใส่บาตรแต่ตื่นไม่ทัน เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ(ข้อแก้ตัว) คิดในใจว่าขอเลื่อนไปวันพรุ่งนี้ ได้ยินหัวหน้าชุมชนประกาศให้ไปร่วมฟังธรรมเวลา 16.00 น. บอกว่าผู้เฒ่าผู้แก่ ญาติโยมที่วัดมีน้อยมาก รู้สึกผิดอย่างไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ไม่ใช่ผู้เฒ่าซักหน่อย...........

เลยจัดการกับสวนหน้าบ้าน ย้ายกระถางต้นไม้ ถอนหญ้า  ออกไปซื้อกล้วยไม้หวายตั้งใจจะเอามาลงกระถางใหม่ ให้สวยงาม แต่ก็ไม่ได้ที่ถูกใจ เลยได้ตันไม้มงคลมา ไม่ว่าจะเป็น สามเฮง พาร่ำรวย(ชื่อแปลกดี) กะว่าจะให้มีโชคมีลาภตลอดปีและตลอดไป

ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมที่จะแวะไปลิ้มรสอาหารคุ้นลิ้นที่วันนี้ไม่อร่อย ส้มตำ ต้มหอยขม ขนมจีนน้ำปู ทำให้ผิดหวังยิ่งนัก

เย็นนี้มีนัดกับ เดอะแก็งส์ กินปลาบึกจิ้มจุ่ม ฝีมือคุณสามี ที่ตลอดฤดูกาลสงกรานต์นี้ไม่มีคิวว่างเลย

แผนสำหรับวันต่อไป

พรุ่งนี้เช้า ไปใส่บาตรที่วัด

พรุ่งนี้บ่าย ไปประชุมกับน้องๆชาวไอซียู

มะรืนเช้า ไปดิวตี้ฟี ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

มะรืนบ่าย ตะเวนทั่วเมืองหนองคาย สรงน้ำพระพุทธรูป เอาฤกษ์เอาชัยในวันปีใหม่

เช้าวันต่อไป ติดปีก บินกลับเชียงใหม่ ไปเป็นคนวิกฤต สู้กับการเรียนที่หนักทั้งใจและกาย

ปล. บันทึกเรื่องราวของตัวเองในเทศกาลวันสงกรานต์