เงาแห่งความอำมหิตและเลือดเย็นบางอย่าง ที่ทำให้ผู้นำประเทศเกือบเอาชีวิตไม่รอด

 

เหตุการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา  ยังมีควันหลง
กลิ่นอายคุกรุ่น  เงาแห่งความอำมหิตและเลือดเย็นบางอย่าง
ที่ทำให้ผู้นำประเทศเกือบเอาชีวิตไม่รอด  เลขาธิการนายก
ถูกทำร้ายอย่างบอบช้ำแสนสาหัส  โดยที่ผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย
ด้วยความประมาทหรือเจตนากันแน่ ?  นั่นคือคำถามชวนสงสัย

ที่น่าสังเกต  และการติดตามประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ จาก
นักวิชาการ  และผู้เกี่ยวข้องกับวงการเมืองทั้งหลาย  ได้กล่าวถึง
เหตุการณ์ครั้งนี้  เป็นการลวงผู้นำประเทศไปทำร้าย  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง
นับว่าเป็นพฤติกรรมของฆาตกรที่เลือดเย็นมากจริง ๆ

การทำงาน  ทำหน้าที่ต่าง ๆ  หากคนทุกคนรู้จักบทบาทอัตโนมัติ
ไม่ต้องให้ใครมาบอก...ว่าคุณควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
คุณควรมีไหวพริบปฏิภาณ  ในการแก้ไขสถานการณ์  และมีจิตสำนึก
ในการทำหน้าที่แม้จะแลกด้วยชีวิตก็พึงทำมิใช่หรือ  เพื่อรักษา
เกียรติยศ  ศักดิ์ศรี   เกียรติภูมิของตนเองและวงศ์ตระกูล  มิใช่ละเลย
เมินเฉย....

หลวงปู่พุทธทาส  เคยกล่าวสอนเตือนใจเสมอว่า  "ศีลธรรมไม่กลับมา
โลกาจะวินาศ"  

บัดนี้ศีลธรรมเริ่มเสื่อมถอย  เพราะเราเน้นส่งเสริมให้เด็กเก่ง ยิ่งฉลาดมาก  ยิ่งชื่นชมมาก  เร่งเรียน  เร่งรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จนลืมปลูกฝังคุณธรรมให้เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกในการเสียสละ 
แบ่งปันเพื่อผู้อื่น  เมื่อเติบใหญ่จึงกลายเป็นผู้ร้ายเลือดเย็นที่ทำร้ายสังคม
อย่างน่ากลัวที่สุด 

 โลกทุกวันนี้จึงไม่ต้องการคนเก่งที่กอบโกยเพื่อตนเอง  หากแต่ต้องการคนดีเพื่อทำให้ชีวิตและสังคมเจริญขึ้นต่างหาก  สมดังคำที่ว่า

              "คนเก่งนั้นมีมากที่หายากคือคนดี"