เมื่อวานที่ผมได้ไปนำเสนองานนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่ จันทบุรี มีผู้บริหารโรงเรียนท่านหนึ่ง บ่นมาว่าในแต่ละปี ท่านเสียดายหนังสือเรียนมาก นั่นคือ หลายๆ เล่ม ฉีกขาด สูญหาย พอเรียนเสร็จก็ทิ้งๆ ขว้างๆ อาจเป็นเพราะเด็กได้หนังสือเรียนฟรี เลยทำให้ไม่มีค่า
ในปีนี้ ท่านผู้บริหารท่านนี้เลยคิดว่าจะเรียกเงินค่าประกันหนังสือจากผู้ปกครอง ถ้าสิ้นปี หนังสืออยู่ครบ ไม่เสียหาย ก็ให้มารับเงินคืน ถ้าชำรุด เสียหาย สูญหาย ก็ต้องนำเงินประกันมาชำระ
ที่ประชุมตอบว่า ไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ เพราะถ้าเรียกเก็บเงิน ประเดี๋ยวจะมีปัญหาร้องเรียนตามมา
มีสมาชิกในที่ประชุมท่านหนึ่ง บอกว่า ต้องสร้างจิตสำนึกให้รักหนังสือ
ผู้บริหารท่านเดิมก็บอกว่า เขาและคณะครูก็ทั้งบอก ทั้งสั่ง ทั้งบังคับ ก็ยังไม่ได้ผล
หลายๆ โรงเรียน ก็เป็นเหมือนกันครับ เด็กไม่รักหนังสือ
ตอนนี้ ผมยังคิดไม่ออกครับ ว่าจะต้องทำอย่างไร
ท่านผู้อ่านมีเทคนิคอย่างไรให้เด็กรักหนังสือ นำมาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ ถือว่าเป็นวิทยาทาน
ขอบคุณมากครับ
ข้อเสนอแนะดีมากเลยครับ ที่สำคัญต้องเป็นแบบอย่างให้เด็กๆ
ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ
ขอบคุณมากครับ ที่แวะมาทักทาย
สวัสดีค่ะ
การรัก (ษา) หนังสือ น่าจะเกิดจาก "การเห็นคุณค่า" ของหนังสือนั้น
โจทย์ต่อไปคือ สำหรับเด็ก ๆ แล้ว ทำอย่างไรจะให้เขาเห็นคุณค่าของหนังสือเรียนที่เขาได้ใช้
ช่วยปลูกฝัง....โดย ครู พ่อแม่ พี่น้อง บางทีเด็ก ๆ เขาจะเชื่อและทำตามคนที่เขาสนิทสนม คุ้นเคย หรือ ศรัทธา
ให้รางวัล... สำหรับคนที่มาคืนหนังสือซึ่งอยู่ในสภาพดี
...ฯลฯ...
ตอนนี้คิดออกแค่นี้ค่ะ เพราะส่วนตัว รักหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ๆ ค่ะ
การบังคับให้เด็กรักหนังสือไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไรหรอกค่ะ เพราะการสร้างจิตสำนึกให้รักหนังสือ ค่อนข้างจะทำยากเพราะส่วนใหญ่ขาดการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก จริงๆแล้วโครงการรักการอ่านหรือกิจกรรมในห้องสมุดที่ส่งเสริมการอ่านก็สอดแทรกวิธีการใช้หนังสือ การดูแล และซ่อมแซมหนังสืออยู่แล้ว ถ้าปรับใช้ในห้องเรียนทุกชั้นคงจะดีด้วยกิจกรรม หนังสือคือชีวิตสิคะ ถ้าหนังสือใครขาด ปกไม่มี หรือ ร่อแร่
ขนาดหนักแสดงถึงเจ้าของไม่ดูแลเอาใจใส่ (หนังสือป่วยค่ะ)เรามีกิจกรรมบริการซ่อมแซมให้ดีขึ้นให้มีชีวิตชีวาน่าใช้ น่าจับอ่าน (ส่งหาคุณหมอหนังสือ) กิจกรรมตรงนี้อยู่ที่เทคนิคของครูผู้สอนน่ะค่ะ และมีรางวัลสำหรับคนที่ดูแลหนังสือดีคือไม่ป่วยเลยด้วยนะคะ จะทำได้ไหมเนี่ย? แต่คุณครูเก่งทุกเรื่องอยู่แล้วถ้าใส่ใจ จริงหรือเปล่าคะ
การรัก (ษา) หนังสือ น่าจะเกิดจาก "การเห็นคุณค่า" ของหนังสือ
ช่วยปลูกฝัง และ ให้รางวัล
ดีมากครับ ผมจะนำไปบอกโรงเรียน
ขอบคุณมากครับ
คุณบิ๊กบุ๊คมากครับ
- การสร้างจิตสำนึกให้รักหนังสือ ค่อนข้างจะทำยากเพราะส่วนใหญ่ขาดการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
- กิจกรรมหนังสือมีชีวิต
- ให้รางวัลหนังสือที่ไม่ป่วย
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับท่าน small man
อาจจะต้องใช้กุศโลบายครับ
เคยดูในทีวีนะครับ
กอ่นรับประทานร่วมกันในศาสนาคริสต์ ก็จะมีการสวดขอบคุณชาวนา อาหาร และ แหล่งที่มาของอาหาร (จำได้เด็กๆ ผมก็เคยสวดระลึกถึงบุญคุณของชาวนาครับ)
ก่อนเริ่มเรียนทุกวันในตอนเช้า
อาจลองคิดบทสวดที่เล่าถึงการเชื่อมโยงของหนังสือ แหล่งที่มา จากต้นไม้แต่ละต้น คนที่เสียสละเด็กๆได้ใช้หนังสือดีดี สวดพร้อมกัน ครู กับ ศิษย์
เป็นบทสวดสั้นๆซัก 1-2 นาที่ก็น่าจะใช้ได้ครับ
เห็นด้วยกับคุณพันคำครับ กราบหนังสือหลังเรียนเสร็จก็น่าจะช่วยบ่มเพาะความเมตตากับหนังสือ ความรักหนังสือให้กับเด็กได้ครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ small man~natadee
อาจารย์สบายดีนะคะ
Moon smiles on Venus&Jupiter อยากจะเปรียบเทียบยกตัวอย่างให้เห็นภาพก่อนน่ะค่ะ เริ่มจากเด็กเล็กๆ บางครอบครัวก็จะสอนให้เด็กรู้จักรักสิ่งของโดยการให้เก็บของเล่นให้เข้าที่ให้เรียบร้อยทุกครั้งที่เล่นเสร็จ พอเด็กโตขึ้นมาอีกนิด ก็จะได้รับคำอธิบายเพิ่ม หลังจากที่ภาคปฎิบัติได้เข้าที่เรียบร้อยไปก่อนแล้ว ซึ่งในขณะเดียวกัน บางครอบครัวก็ไม่ได้ถือสาเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ คุณแม่ หรือ ผู้ดูแล จะช่วยเก็บทำให้ลูกทุกอย่างทุกครั้งตั้งแต่เล็กจนโต..
หนังสือยืม เป็นสมบัติของคนอื่น ที่ไม่ใช่ของตัวเอง ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับเด็กๆ.. จะมีพื้นฐานทางครอบครัวมาอย่างไรก่อน เป็นเบื้องต้น
หนังสือห้องสมุด เป็นสมบัติของส่วนรวม Moon smiles on Venus&Jupiter ได้มาคิดย้อนหลังถึงอดีตชีวิตในวัยเด็ก เห็นว่า ในชั้นเรียน ไม่มีหลักสูตรใดเลยที่มีการพูดถึงเรื่อง การถนอมหนังสือที่ยืมมาอ่าน มีแต่พูดเรื่อง การใช้ห้องสมุด หรือสมัยใหม่นี้ จะมีหรือเปล่า ก็ไม่อาจรู้ เพราะครอบครัวตัวเอง เด็กๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้ค่ะ
จึงคิดว่า น่าจะให้คุณครูในชั้นเรียน แทรกเรื่องการดูแลถนอมหนังสือ เข้าไปในบทเรียนของชั้นเรียนก่อนน่ะค่ะ อย่างน้อย สิ่งที่เด็กอาจะไม่เคยรู้ ก็อาจจะได้มีการผ่านสมองน้อยๆ ของเขาก่อน คิดว่า เขาก็จะค่อยๆ เรียนรู้และเข้าใจได้ ช้า หรือเร็ว ก็ตามพัฒนาการและนิสัยของเขาเอง ซึ่งถ้าพูดถึงความรักหนังสือและเห็นความสำคัญ ความเป็นเด็กจนถึงโตอาจต้องใช้เวลาถึงจะเห็นความสำคัญ ตามแต่ความรู้ และพัฒนาการค่ะ
ขอให้สุขกาย สบายใจ นะคะ
ในความรู้สึกของ ผม....ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า
เมื่อเราเปิดหนังสือ บ่อย ๆ ...มันเป็นเหมือนการกระตุ้นให้ ตัวเอง อยากอ่าน
หนังสือ...ดังนั้น หนังสือสมัยเรียน เล่มที่ถูกเปิดบ่อย ๆ จะ เป็นเล่มที่...ได้ผล ผมจะทำคะแนนสอบได้ดี
เพราะฉะนั้น หนังสือเล่มนั้นจะมองไม่สวยงาม...(หนังสือบางหน้าก็จะวาดอะไร ต่อมิอะไรลงไปบ้างตามประสาเด็กชอบขีด ชอบเขียน)
ที่สำคัญ...ผมชอบเอาหนังสือใส่กระเป๋าเรียนไปเยอะๆ เวลาเดินไป ร.ร.(ไหล่นี้ห้อยเลยครับ) หนังสือบางเล่มก็จะถูกเปิดตอนเย็น ระหว่างที่ เราต้อง รอ...หรือยังไม่ได้กลับบ้าน
ผมมีความคิดว่า ...การให้หนังสือยืมเรียน..ของรัฐเป็นเรื่องที่ดีมาก มาก
แต่ผมยังเห็นว่า...การส่งคืนหนังสือ ให้อยู่ในสภาพเดิม หรือใกล้เคียง มันอาจจะเป็นการตีกรอบ ทำให้นักเรียน(บางคนหรือหลายคน)ไม่กล้าที่จะเปิด หรือเปิด น้อยลง เพราะ กลัว ....ข้อกำหนดเบื้องต้น
การปลูกฝังการรักหนังสือ ....และถนอมหนังสือ ถือเป็นเรื่องดี แต่ในทางปฏิบัติ...สังคม ในหลาย ๆ แห่ง ของเมืองไทย ที่ มีวิถีการใช้ชีวิต ที่หลากหลาย และแตกต่างกัน ไป
และผมก็ คิดถึง เด็กหญิงวลี ขึ้นมา ทันที
สำหรับ "กราบหนังสือเรียน"
ผมจะนำไปบอกโรงเรียนครับ
บทสวดที่เล่าถึงการเชื่อมโยงของหนังสือ แหล่งที่มา จากต้นไม้แต่ละต้น คนที่เสียสละเด็กๆได้ใช้หนังสือดีดี สวดพร้อมกัน ครู กับ ศิษย์
ผมจะนำไปบอกโรงเรียนครับ
ขอบคุณมากครับ
กราบหนังสือหลังเรียนเสร็จก็น่าจะช่วยบ่มเพาะความเมตตากับหนังสือ
ขอบคุณที่ช่วยเสริมเติมเต็มครับ
แทรกเรื่องการดูแลถนอมหนังสือ ค่อยๆปลูกฝังตามพัฒนาการ
ขอบคุณมากครับ ผมจะนำไปบอกโรงเรียน
เป็นมุมมองแตกต่างที่ดีมากครับ
การส่งคืนหนังสือ ให้อยู่ในสภาพเดิม หรือใกล้เคียง มันอาจจะเป็นการตีกรอบ ทำให้นักเรียน(บางคนหรือหลายคน)ไม่กล้าที่จะเปิด หรือเปิด น้อยลง เพราะ กลัว ....ข้อกำหนดเบื้องต้น
เด็กหญิงวัลลี เด็กยอดกตัญญู ที่ต้องวิ่งไปมาบ้านโรงเรียนไปดูแลพ่อแม่ใช่ใหมครับ
ขอบคุณมากครับ ผมจะนำประเด็นไปแจ้งโรงเรียนครับ
สวัสดีค่ะ อ.small man~natadee
เข้ามาทักทายค่ะ
มีอะไรดีๆทางนั้น เกี่ยวกับวันสงกรานต์
เก็บมาฝากบ้างนะคะ
ขอบคุณค่ะ
(¯`°.•°•.★* ตลาดนัดอาหาร *★ .•°•.°´¯)
ครูแป๋ม ขอพรพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โปรดดลบันดาลให้ ท่านรองฯวิชชาและครอบครัว
ปราศจากทุกข์ให้ชีวิตมีแต่ความสนุกสุขสันต์
ในวันสงกรานต์ 2552 ตราบนี้และตลอดไปค่ะ.
พบกันที่นี่ นะคะ ... เมนู ห้ามทานระหว่างท้องว่าง...