เมื่อประมาณสองเดือนที่แล้ว ผมได้ฟังท่านผู้นำในวงการธุรกิจของไทยท่านหนึ่ง ปัจจุบันท่านมาทำงานด้านการศึกษา ท่านบอกว่าผู้ที่เป็นผู้นำ ควรอ่านหนังสือว่าด้วยความเป็นผู้นำของโตโยต้า
ผมจึงได้ไปหาซื้อหนังสือเล่มดังกล่าวมาครับ ชื่อหนังสือว่า How Toyota became # 1 แปลเป็นไทยว่า โตโยต้า มหาอำนาจยายนยนต์หมายเลข 1 อ่านแล้วรู้สึกประทับใจครับ จึงขอนำมาฝากเป็นตอนๆ ขอว่าด้วยตอนที่ 1 ก่อนครับ
ผู้นำของโตโยต้ารุ่นบุกเบิก คือ Sakachi Toyoda จุดเริ่มของการเป็นผู้นำของเขา ได้มาจากการอ่านหนังสือชื่อ Self-Help เป็นผลงานว่าด้วยการพัฒนาแรงจูงใจและพัฒนาตัวเอง
ในหนังสือเล่มดังกล่าว ผมขอสรุปเป็นประเด็นดังนี้ครับ
1. แก่นสารของการช่วยเหลือตัวเอง ก็คือ รากฐานของการเจริญเติบโตที่แท้จริงทุกอย่างในตัวบุคคล และ แสดงให้เห็นในชีวิตของคนหลายคน มันคือ แหล่งที่มาของพลังและความแข็งแกร่งของชาติที่จริงแท้แน่นอน
2. Self-Help เป็นการปลุกผู้อ่านให้ตื่นขึ้นมาเห็นถึงศักยภาพของตน ปลูกฝังความปรารถนาที่จะประสบผลสำเร็จ และ ช่วยคนให้รู้จักทุ่มเทแก่สิ่งที่คู่ควร จะได้ไม่เปลืองแรง เหนื่อยยาก หรือ ท้อใจในการปฏิบัติงานให้ลุล่วง ตลอดจนรู้จักการพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก
3. สิ่งดีๆ ย่อมเกิดแก่ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเอง
ครับ ด้วยหลักคิดเพียงแค่ 3 หลัก ข้างต้น ทำให้โตโยต้ากลายมาเป็นมหาอำนาจยานยนต์หมายเลข 1
หันกลับมามองสังคมไทยบ้างครับ สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ ช่วยเหลือกันจนเป็นนิสัย เกิดวัฒนธรรมการพึ่งพิง พึ่งพา นั่นคือ คอยพึ่งแต่คนอื่น พึ่งพาผู้มีอำนาจ หรือ แม้กระทั่งพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่พยายามช่วยเหลือตัวเอง
ดังนั้น หัวใจของผู้นำการเปลี่ยนแปลงประการแรก คือ การช่วยเหลือตัวเอง ครับ แม้จะขัดกับวัฒนธรรมแบบพึ่งพาของไทยๆไปบ้าง ต้องพยายามเปลี่ยนครับ
น่ายกย่องความมีระบบ ของการบริหารงานของคนญี่ปุ่นมากครับ คุณภาพคนเขาฝึกกันรุ่นต่อรุ่น..จนเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นระบบ ระเบียนที่ดีมาก
หัวใจของผู้นำการเปลี่ยนแปลง.. ที่กล่าวไว้เห็นด้วยครับ องค์กรเอกชนก็มีระบบนี้ให้เห็น.. แต่ราชการยังคงเดิมไม่ค่อยชอบจะเปลียน
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ เขาฝึกกันรุ่นต่อรุ่นจริงๆครับ จนเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นระบบระเบียบของเขา
ผมชอบการทำงานแบบญี่ปุ่นครับ
ระบบราชการไทย ก็เป็นระบบอีกอย่าง
ขอบคุณมากครับ
เราอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชอบแล้วชอบคำว่า"ไล่ล่าความสมบูรณ์แบบอย่างไม่หยุดยั้ง"
เราซื้อหนังสือเล่มนี้มาวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2552 ชอบมากจริงๆ ประทับใจสุดๆ เลย ว่างมาคุยกับเราบ้างน่ะทุกคน อยากจะปรึกษา พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องธุรกิจน่ะ หรือว่ามีหนังสืดดีๆ ก็ช่วยแนะนำกันบ้างน่ะครับ ขอบคุณครับ MSN [email protected]
ขอบคุณคุณpuwathornมากครับ
หนังสือเล่มนี้ มีวัฒนธรรมในการทำงานหลายอย่างที่ดีมาก ผมว่าเป็นยอดแห่งผู้นำในการทำงานเลยครับ
ผมว่าผมจะเขียนเป็นตอนๆ แต่ส่วนใหญ่จะขัดกับวัฒนธรรมไทยครับ ผมเลยหยุด
ถ้าเราหันกลับมามองที่ตัวเองก่อน แล้วค่อยหันกลับไปที่เพื่อนร่วมงาน แต่สังคมไทยก็คงยังคงเป็นสังคมไทยอยู่วันยังค่ำ ระบบพวกพ้อง ญาติฉันท์ พวกเค้าพวกเรา ยังมีอยู่
ทำให้ประเทศไทย ไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร เมื่อเทียบกับฝั่งเอเชียเหมือนกัน
แต่ก็ยังอยากให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจในวัฒนธรรม ประเพณี (รักการอ่านให้มาก)
แต่ก็มีอีกเล่มที่อยากให้เพื่อนรวมคนทำงานได้อ่าน(โดยเฉพาะตัวบุคคลที่มีพวกพ้องทำอะไรก็ต้องรอแต่หัวหน้า หัวหน้า) คือ The Strafish and the spiderแปลเป็นไทย องค์กรไร้หัว พลังมหัศจรรย์ไร้ขีดจำกัดของการบริหารจัดการแบบพิเศษ เน้นการกระจายอำนาจและมีส่วนร่วมของทีมงาน
รู้สึกจะเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ยูเรก้า นะ
ลองไปรอดูที่งานBook Expo เดือนตุลาคมนี้สิ น่าอ่านมากเลยหละ
คุณSandraครับ
องค์กรไร้หัว ผมอ่านแล้วครับ ผมว่าน่าจะเหมาะกับเอกชนนะครับ ราชการ ก็อาจจะเหมาะเฉพาะการทำงานกลุ่มเล็กๆ อย่างไม่เป็นทางการ
ขอบคุณครับ