ก่อนขึ้นมาบนปราสาทหินพนมรุ้ง  จะต้องเดินผ่านร้านค้าสิ่งของมากมาย  ที่แสดงถึง  ความสามารถทางหัตถกรรมฝีมือของคนไทย  ครูอ้อยมองเห็นคนไทยหลายๆ  จับจ่ายเลือกซื้อ  สินค้าพื้นเมืองไว้เป็นที่ระลึก  หรือ ตกแต่งบ้านมากมาย  น่าชื่นใจ

*****

Wer1

*****

ฝีมือของชาวบ้าน  ได้นำออกมาวางจำหน่ายได้ในราคาถูก  มากมาย  หากเราเลือกซื้อได้ในราคาถูก  เพราะเราเป็นคนไทย  ดีใจที่คนไทยยังนิยมชมชอบสินค้าของคนไทยอยู่  ดีกว่า  ที่จะนำเงินตราออกไปนอกประเทศ  หากครูอ้อยมีบ้าน ใหญ่ๆ  ที่ต้องตกแต่ง  หรือ  สวนดอกไม้  ครูอ้อยจะซื้อไปตกแต่งมากมาย  ล้วนแล้วแต่สวยงาม

*****

Otop3

*****

สิ่งของตกแต่งตัว  ก็สวยงาม  มีความหมาย  แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล  คนขายของก็ขายด้วยอัธยาศัยใจดี  ลดราคาให้ตามที่ลูกค้าร้องขอ  สำหรับวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วด้วย  ขายไปเถอะ  ดีกว่าขนสินค้ากลับบ้านไปเปล่าๆๆ

*****

Otop1

*****

ฝีมือของช้าวบ้านที่นำออกมาจำหน่ายนี้  ล้วนแล้วแต่  สวยงาม มีฝีมือที่ถูกใจผู้ซื้อ  ครูอ้อยกับเพื่อนเลือกกันไม่ได้เลย  เพราะ สวยๆๆเหมือนๆๆกัน

*****

Otop2

*****

ก่อนจะขึ้นปราสาทหินพนมรุ้ง  ครูอ้อยต้องซื้อบัตรผ่านก่อนคนละ  20 บาท  คราวนี้  มารู้เรื่อง ของปราสาทหินพนมรุ้งกันด้วยนะคะ.....

ปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล

ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15 – 18

จารึกต่างๆที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ.1487 – 1511)ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง

ซึ่งในสมัยแรกๆคงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ.1511 – 1544)ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง

ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง.....

พนมรุ้ง เป็นชื่อดั้งเดิม ซึ่งปรากฏหลักฐานตามศิลาจารึกที่ค้นพบปราสาทแห่งนี้ ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้น เขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

*****

องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา

อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้า หรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

ถัดจากนั้นเป็นทางเดินทั้งสองข้างประดับด้วยเสามียอคล้ายดอกบัวตูมเรียกว่าเสานางเรียง จำนวนข้างละ 34 ต้น ทอดตัวไปยังสะพานนาคราช ซึ่งผังกากบาทยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียร

สะพานนาคราชนี้ ตามความเชื่อเป็นทางที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า สิ่งที่น่าสนใจคือ จุดกึ่งกลางสะพาน มีภาพจำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบ อาจหมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปด ในศาสนาฮินดู หรือเป็นจุดที่ผุ้มาทำการบูชา

ตั้งจิตอธิษฐาน จากสะพานนาคราชชั้นที่ 1 มีบันไดจำนวน 52 ขั้นขึ้นไปยังลานบนยอดเขา ที่หน้าซุ้มประตูระเบียงคดทิศตะวันออก มีสะพานนาคราชชั้นที่ 2 ระเบียงคดก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบลานปราสาทแต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ เพราะมีผนังกั้นอยู่เป็นช่วงๆ มีซุ้มประตูกึ่งกลางของแต่ละด้าน

ที่มุมระเบียงคดทำเป็นซุ้มกากบาท ที่หน้าบันของระเบียงคดทิศตะวันออกด้านนอก มีภาพจำหลักรูปฤาษีซึงหมายถึงพระศิวะในปางที่เป็นผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และอาจรวมหมายถึง นเรนทราทิตย์ ผู้ก่อสร้างปราสาทประธานแห่งนี้ด้วย

*****

Zsa

*****

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

จาก

ครูอ้อย แซ่เฮ

ข้อมูลจาก....

http://www.oceansmile.com/E/Buriram/Phanomrung.htm