GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไร

คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรโดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทยนั้นนับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นอันควรปกป้องหวงแหนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานไทยขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติที่จ้องฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเราไปเป็นของตนทุกวิถีทาง ดังนั้นอนุชนรุ่นหลังจึงควรที่จะได้นำมาศึกษาค้นคว้าและคิดค้นตามแนวทางที่บรรพบุรุษของเราท่านได้วางพื้นฐานไว้ให้เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านโภชนาการของคนไทยต่อไป
สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไร
     1. ปวดหัวกินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัวกินพร้อม ๆ กับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง
     2. แพ้ละอองเป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ให้กินโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว
     3. โรคหัวใจดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด
     4. โรคนอนไม่หลับดื่มน้ำผึ้งเป็นประจำสารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี
     5. โรคหืดหอบกินหอม ต้นหอม หรือหัวหอมก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง
     6. โรคไขข้ออักเสบกินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ปลาแซลมอนปลาทูน่า( ปลาโอ ) ปลาแมคเคอเรลปลาซาดีนส์(ปลากระป๋อง)น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง
     7. ท้องผูกท้องอืด ให้กินกล้วย หรือขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูกและขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป
     8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี(ไม้เมืองหนาว)กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้
     9.. โรคหงุดหงิดฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วยให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียดวิตกกังวล และความคิดสับสนได้
     10.โรคกระดูกพรุนทั้งกระดูกเปราะและแตกง่ายแก้ไขได้โดยให้กินสับปะรดซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มากช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้
     11. ความจำเสื่อมแก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่นๆซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี
     12. เป็นหวัดกินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่งสมองโล่งกระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย
     13. ไอจาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง
     14. มะเร็งเต้านมกินข้าวสาลี รำข้าวและกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี โดยเฉพาะรำข้าวกะหล่ำปลีช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม ข้อสำคัญอย่ากินไก่มากเพราะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต
     15. มะเร็งปอดกินส้ม และ ผักใบเขียวมีวิตามินเออยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน
     16 แผลในกระเพาะอาหารกินกะหล่ำปลีซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กหายขาดได้
     17. โรคท้องร่วงกินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือกช่วยให้อาการปั่นป่วนในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง
     18. เส้นเลือดตีบกินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดีโมโรอันแซตเทอเรต ที่มีอยู่ในผลไม้ชนิดนี้ทำลายไขมันเลว "คลอเลสเตอรอล" ได้
     19. ความดันโลหิตสูงกินผลโอลีฟและผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมีทำให้ระดับความดันเลือดลดลง
     20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุลกินผักบร็อกโรลี่และถั่วลิสงซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้
          พืชผักที่กินเป็นอาหารประจำวันนั้นนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังมีสรรพคุณช่วยสร้างความสมดุลภายในร่างกายช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บชนิดต่างๆได้ถ้าได้เรียนรู้ที่จะรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับตนเอง
          คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรโดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทยนั้นนับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นอันควรปกป้องหวงแหนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานไทยขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติที่จ้องฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเราไปเป็นของตนทุกวิถีทาง  ดังนั้นอนุชนรุ่นหลังจึงควรที่จะได้นำมาศึกษาค้นคว้าและคิดค้นตามแนวทางที่บรรพบุรุษของเราท่านได้วางพื้นฐานไว้ให้เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านโภชนาการของคนไทยต่อไป
          อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
     1. มะเร็งปากมดลูก อาการมีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นการตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้
     2. มะเร็งในมดลูก อาการมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง
     3. มะเร็งรังไข่ อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อยน้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง
     4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย ) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียวหรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่างๆทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง
     5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆมีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบเจ็บหน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
     6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหารน้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
     7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
     8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆและมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็นตาพร่าและเห็นแสงเขียวๆ แดง ๆลอยไปมาเวลาปวดศีรษะิอ่อนเพลียไม่มีแรงหรือการเป็นลมโดยกะทันหัน อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราว  ควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคย มีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
     9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปากหรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษาหรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน
     10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันทีมีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบากหรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอ ที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้
     11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อแม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
     12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่
     13. มะเร็งลำไส้ อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติมีเลือดออกปนมากับอุจจาระซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคือ อาการของริดสีดวงทวาร  แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้
     14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกาย
     15. มะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่างขนาดนอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าเมลาโนมา  (Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 25344
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)