สู่การงานอันอุดม บทลำนำ ; วินัย
หน่อเนื้อและเมล็ดพันธุ์แห่งการงาน :
ถอดบทเรียนที่ว่าด้วย ... ทำไมกระแสแห่งความตื่นตัวในการทำงานบางอย่างเมื่อมีการกระตุ้นในหลากหลายรูปแบบ แล้วเมื่อช่วงเวลาหนึ่งผ่านไป การงานนั้นกลับเงียบหายไป และถูกลืม ความยั่งยืนและต่อเนื่องลดน้อยลง
แต่ภายใต้แห่งสัจธรรม...หรือความจริงที่ปรากฏขึ้นตามธรรมชาติ เรานั้นเป็นผู้ดำรงและการดำรงนั้นเป็นแบบก้าวเดินไปข้างหน้า นั่นคือ มีความเจริญขึ้น ก้าวหน้าขึ้น พัฒนาขึ้น แต่เส้นทางของการเดินไปนั้น อย่างหนึ่งที่คนหน้างานได้เผชิญ...
นั่นคือ ไม่ใช่...งาน ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ปัจจัยภายนอกใดใดทั้งสิ้น
แต่กลับเป็นสภาวะภายในบุคคลนั่นเอง
“ความท้อ ความเบื่อหน่าย...ความอะไรมากมายที่ผลักอยากให้คนหน้างานถอยหนีออกไป”...
คำถาม ; ทำไมถึงทำงานไม่ได้ตามแผนที่วางไว้
เมื่อมองเนื้องาน ลักษณะงานอาจเป็นงานที่ต่อเนื่องใช้เวลานาน เนื้องานมาก หรือมีปริมาณจำนวนงานหรือภาระงานมาก ลักษณะงานไม่สอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่มีติดตัวมา จึงได้เกิดการบอกตัวเองว่า ทำงานที่ตนเองไม่ถนัด...แต่พลาดโอกาสการได้นำตนเองสู่การเรียนรู้...อีกมากมาย...
และเมื่อมองนิสัย...อารมณ์ ความรู้สึก และความคิด
คนหน้างานโดยส่วนใหญ่ที่เผชิญกับอารมณ์แห่งความเบื่อหน่ายในงานนั้น มักมีลักษณะอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกที่แสดงออกมาในทำนองที่ว่า >>>… ปราศจากพลัง ไม่มีความมุ่งมั่น ขาดกำลังใจ ขาดความตั้งใจ ขี้เกียจ จับจด
หลากหลายเหตุผลที่จะมาสนับสนุน “ตัวตน” ของตนเองให้รู้สึกดี
บทที่ว่าด้วยการเรียนรู้ภายในตนเองสำหรับข้าพเจ้าเอง เมื่อต้องเผชิญกับสภาวะอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดที่โน้มเอียงไปทางด้านนี้ เริ่มใคร่ครวญ พิจารณา ด้วยใจเบาเบา...สภาวะใจเบาเบา เป็นสภาวะที่จิตมีอารมณ์เป็นสมาธิและจดจ่อกับสิ่งที่กำลังพิจารณานั้นอยู่... ความเป็นสมาธิ คือ สภาวะที่เรามีความระลึกและรู้ตัว ณ ขณะนั้นอย่างต่อเนื่องในห้วงเวลานั้นๆ
“โดนกิเลสครอบงำแล้วเรา...เอ๋ย”... โดนอย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะ
กิเลสที่ว่านี้ คือ ความขี้เกียจขี้คร้าน นี่เป็นกิเลสตัวร้ายที่ทำให้เราปราศจากความเจริญ...แห่งภายในและภายนอก
รู้ตัวแล้วแก้ไขซะ...โดย
ทบทวนแนวทางแห่ง...มรรคแปดใหม่ “ศรัทธา” มีมากไหม ศรัทธาที่ว่านี้ คือ ศรัทธาแห่งการงานและการดำรงอยู่ เรามีทัศนคติต่อการงานที่เราต้องเผชิญนี้อย่างไรบ้าง...ทบทวนไปเรื่อยๆ...อ่อนตรงไหน ย่อหย่อนตรงไหนบ้าง...พิจารณาลงไปภายในตนเอง แทนที่การวิ่งไปหาสาเหตุจากภายนอกตัวเรา...

ทบทวนวินัย...
อ้าว...วินัยหย่อนนี่นา...ขาดวินัยด้วย
การดำรงอยู่มีธรรมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีวินัยด้วย ... “ธรรม” นี่ใครทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ขึ้นอยู่กับศรัทธา..แต่วินัยนี่ต้องทำ เพราะเราได้เกิดมาเป็นคน คนที่นำไปสู่ความเป็นมนุษย์...ต้องมีวินัย
วินัย คือ อะไร >>>… ต้องทำความรู้กับตนเองก่อน ไม่ใช่การไปท่องจำมาอย่างเดียว ทำความรู้ให้ปรากฏขึ้นภายในตนเอง อาศัยข้อมูลรอบๆ ตัว (Data & Information) มาใคร่ครวญและทำความเข้าใจคำว่าวินัย...ถ้าหากไม่รู้ไม่เข้าใจวินัย จะแก้ไขได้ไม่ตรงจุด เรื่องเหล่านี้ต้องฝึก ไม่ฝึกมันดับ
“วินัย นั้นเป็นธรรม” เราจะให้มันดับได้อย่างไร “ธรรม” ยังคงอยู่เหมือนวินัยยังคงอยู่...
ถ้ามีวินัย ---> แห่ง “ธรรม” ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
วินัยทำให้เราได้ทำงานได้ทุกงาน ...แม้งานที่ไม่ถนัดก็สามารถทำได้ เพราะวินัยทำให้เราได้มีโอกาส หรือเปิดโอกาสให้ตนเองได้เกิดการเรียนรู้ การเรียนรู้ใดใดก็ตามดีเสมอ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เราก็จะรู้...ในสิ่งที่ครั้งหนึ่งเราบอกต่อตัวเราว่าเราไม่รู้ การเปิดโอกาสหรือเปิดประตูใจให้กับตนเอง...ทำให้เราได้เรียน “รู้” เกิดขึ้น
เมื่อใดก็เมื่อนั้น “งาน”...ที่ได้ทำก็จะสำเร็จ
ความสำเร็จก็คือ...เมื่อได้ลงมือทำ ทำด้วยความตั้งใจ เท่าที่เราทำได้ เสร็จแล้ว...คำว่าเสร็จแล้วก็คือ เสร็จแล้ว...ณ ขณะเวลานั้น เมื่อลงมือทำอีก งานนั้นก็สำเร็จแล้วอีก และได้ทำเสร็จแล้วอีกครั้ง...ไปเรื่อยๆ ของการลงมือทำงานด้วย “ความตั้งใจ”
วินัยแห่ง “ธรรม” หมายถึงอะไร
ในทัศนะนี้...ข้าพเจ้าหมายนัยกับตนเองว่า คือ การทำหรือดำเนินไป อย่างที่ควรเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งธรรมชาติของมนุษย์ต้องขยัน ตั้งใจ (+) และขณะเดียวกันธรรมชาติมนุษย์ก็มักมีความขี้เกียจ เบื่อ ท้อ (-) ...คู่ขนานกันมาด้วย
ธรรมชาติให้มาสองด้านและภายใต้ความเป็นธรรมชาติ “มนุษย์” เป็นผู้เลือกได้ “เลือกที่จะเลือกได้ด้วยตัวเอง”...
เลือก (+) จะดีกับตัวเอง เลือก ( - ) จะนำผลเสียมากมายสู่ตัวเอง ดังนั้นในความเป็นผู้เลือกเราจึงพึงเป็นผู้เลือก ( + ) แม้การเลือกนั้นจะยากลำบาก แต่เราต้องอดทน...อดทนต่อการเกิดเป็นผู้มีวินัย...
---------------------------------------------
บทที่ว่าทบทวนตัวเอง
แห่ง...การงาน
2 เมษายน 2552
----------------------------------------------
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |





มาอ่านแล้วถูกใจค่ะ ต้องฝึก พ่อแม่มีส่วนมากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ วินัยเริ่มที่บ้าน ปลูกฝังทั้งภายนอกและภายในจิตใจ
ขอบคุณค่ะ จะติดตามอ่านนะคะ
มาชม
เห็นความละเอียดอ่อนทางมุมคิดดีแท้นะนี่
อ่านจบ กำลังคิดว่า..ตอนนี้เหมือนกะกำลังเผชิญอยู่พอดีค่ะ
....ทำไมถึงทำงานไม่ได้ตามแผนที่วางไว้.....
ก็คงเป็นไม่มีวินัยในตนเอง..และความขี้เกียจ
กิ๊กก็คิดว่าจะพยายามเอาชนะตัวเองค่ะ
สู้!สู้!
สวัสดีค่ะ
1. krutoi
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ...ที่ว่าควรเริ่มต้นที่พ่อแม่
หากโดยความแท้แล้ว...การที่เราให้เด็กคนหนึ่งได้เกิดมา เราต้องเริ่มรับผิดชอบเขานับตั้งแต่...การมีปฏิสนธิเกิดขึ้นและหน้าที่ที่เราพึงดูแลเลี้ยงดูนั้น ต้องเริ่มกันตั้งแต่ระดับจิตวิญญาณเลยค่ะ
การที่เราตั้งใจให้ชีวิตได้เกิด...เป็นการได้เริ่มบ่มเพาะบุคคลผู้มีแนวโน้มไปสู่สภาวะจิตเจริญ...
ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ไทยนะคะ
(^__^)
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะท่าน
2. umi
ขอบพระคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยือน...
อาจารย์สบายดีนะคะ แวะไปเมียงมองที่บันทึกอาจารย์อยู่บ่อยๆ ค่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักทาย
(^__^)
วันนี้ที่อิสานฝนตกค่ะ
สวัสดีค่ะน้องกิ๊ก
3. กิ๊ก [IP: 125.26.232.64]
พี่กะปุ๋มน่ะ ต้องถอดบทเรียนตนเองอยู่บ่อยๆ ไม่งั้นไถลงานไม่แล้วเสร็จ...ดั่งเช่นการงานในช่วงนี้ต้องให้บทเรียนกับตนเอง ถึงความรับผิดชอบ ความวิริยะ และที่สำคัญความอดทนต่อการสร้างความเพียรให้เกิดขึ้นต่อตนเอง...
ละวางไม่ได้ เพราะคือ หน้าที่
หน้าที่ต่อตนเองที่ต้องทำ...
และทำด้วยความรับผิดชอบ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
(^___^)
พี่กะปุ๋ม