เสน่ห์ของการสอนวิธีนี้ อยู่ที่การมีลูกล่อลูกชน การกั๊กคำตอบไว้ให้เขาแย้งครูมา และครูต้องมีเทคนิคเสริมแรงแกล้งไม่รู้ด้วย

             ความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับอะไรกันแน่.....  บางท่านบอกว่าดูที่ การที่นักเรียนบรรลุ"มาตรฐานการศึกษาของชาติ" น่ะสิ  ทั้งที่เจ้าตัวยังจำไม่ค่อยจะได้.  บ้างก็ว่าดูที่"ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง"สิจ๊ะ  เด็กทำได้ไหม  ถ้าได้ก็ผ่านไงเธอ..เป็นการตัดสินที่แป๋มว่าค่อนข้างจะหยาบไปนิดหนึ่ง ด้วยไม่มี Rubric scale ให้เห็น ครูก็เช็คเพียงแค่เด็กส่ง/ไม่ส่ง  แค่นั้น  แบบนี้แป๋มก็เห็นแล้วค่ะ  เด็กๆมาเล่าว่าเธอมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการรับจ้างทำรายงานให้เพื่อน  ด้วยมีแม่เป็นครูประถมศึกษาและที่บ้านมี omputer PC ผลัดกันทำผลงานของแม่และผลงานของลูกสลับกันไป  นี่แค่ออเดิร์ฟเล็กๆ  สำหรับการซิกแซกของครูบ้าง  นักเรียนบ้าง  แต่ของผู้บริหาร...เอ่อ...ละไว้ก่อนนะคะ...อิอิ...

            หลายครั้งที่มีการประชุมครูทั้งโรงเรียน  จะต้องมีคุณครูที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน  ถามแป๋มอยู่เนืองๆ  ถึงวิธีการสอนนักเรียนของแป๋ม (ที่ดูแบบแปลกๆในสายตาของพี่ๆ) เป็นประจำ  ซึ่งแป๋มก็ยินดีที่จะตอบ   ด้วยคาดเดาอยู่แล้วค่ะ  ก็มนุษย์เรามีสัญชาติญานการอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว  จึงตอบไปอมยิ้มไป  จนพี่ๆก็เขินในการถามซอกถามแซกขนาดนี้....อาจมีการแย้งบ้าง  จนเมื่อได้รับคำตอบจนเป็นที่พอใจ  ซึ่งเป็นสิ่งที่แป๋มปรารถนาค่ะ  หลายคราพี่ๆอาจจะมีอาการหัวเสียแต่ไม่ยอมลุกจากไปไหน  เพราะต้องการ "เคลียร์" ในสิ่งที่ตนเองสงสัยอยู่  นี่คือแผนของแป๋มเองค่ะ  ถึงจะบ่นกะปอดกะแปดไปพร้อมกัค้อนขวับให้แป๋มไป 2- 3 ที  แต่อาการตอนหลังนี้มีรอยยิ้มปนอยู่ด้วยนะคะ  เพราะท้ายที่สุดพี่เขาก็ได้คำตอบที่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง  แถมยังได้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองอีกด้วย  นี่ยังไงคะ  คือวิธีการสอนของแป๋ม  จึงมีเสียงอุทานดังๆว่า "อ้อ...อย่างนี้นี่เอง  ยัยแป๋มนี่ล้ำลึกจริงๆนะ..ยอมรับเลย  " เห็นไหมคะเป็นอุบายที่แป๋มอยากให้พี่ๆได้มาปฏิบัติจริงและรับรู้อารมณ์ความสนใจของเด็กเองค่ะ 

          นี่เป็นการสร้างองค์ความรู้  ที่เกิดจากการกระตุ้นของแป๋มซึ่งเป็นครูผู้สอนนักเรียนที่เป็นเด็กห้องเก่ง  เด็กพวกนี้ไม่เคลียร์ไม่ยอมค่ะจะถามๆๆๆๆ  เสน่ห์ของการสอนวิธีนี้อยู่ที่การมีลูกล่อลูกชน  การกั๊กคำตอบไว้ให้เขาแย้งครูมา  และครูก็ต้องมีเทคนิค"เสริมแรง  แกล้งไม่รู้" บ้างนะคะ  บางทีจะมีการอภิปรายยกเหตุผลออกมาโต้กันไปมา  เด็กๆได้ผ่อนคลาย  (ครูแอบพักเหนื่อย..อิอิ..) เอ่อ..ครูก็ต้องทำหน้าที่ส่งสายตา  ยิ้มบ้าง  พยักหน้าบ้าง  ให้กำลังใจสำหรับนักพูดมือใหม่  สนุกค่ะ  คือ..พี่ๆคุณครูที่มาถามน่ะค่ะ  ปัจจุบันรายวิชาภูมิศาสตร์  คณิตศาสตร์  ศิลปะ  ภาษาไทย  ได้นำแนวทางของแป๋มไปใช้ในบางท่าน  บางหัวข้อ  แค่นี้ก็ภูมิใจแล้วค่ะ...อย่างน้อย  เด็กๆก็จะมาเล่าให้ฟังว่า..."วิชา....คุณครู....สอนคล้ายกับครูแป๋มค่ะ....ผมฮามากเลยครับ"  "ครูแป๋มขา...คุณครู...ค่ะ..แกไม่ยอมบอกว่าทำไม........จึง.......คอยดูนะคะ...ทรายจะหาคำตอบให้ได้เอาไปอวดแกน่ะค่ะ.."  เป็นไงคะ  นี่เป็นวิธีที่เด็กๆบอกว่าเป็นวิธีสอนแบบ " ท้าสมองประลองปัญญา" อันเป็นชื่อวิธีสอนที่นักเรียนพร้อมใจกันตั้งขึ้นมาค่ะ....