ขอบคุณค่ะ คุณซวง
การแบ่งเด็กเป็นห้องคิง ห้องควีน ห้องคิงลี่
เป็นนโยบายที่สนองความต้องการของหน่วยเหนือ
ข้อดี จะได้ทุ่มเทความรู้ให้เด็กกลุ่มนี้ได้เต็มที่
มากและลึกที่สุด เพราะเป็นเด็กกลุ่มเก่ง หัวกะทิ
โรงเรียนใดมีเด็กแบบนี้มากแสดงว่ามีคุณภาพ
เพราะสังคมไทยวัดคนด้วยคุณสมบัติข้อนี้ค่ะ
ข้อเสีย เด็กห้องที่อยู่ห้องคิงจะมีอีโก้สูง เห็นแก่ตัว
พวกเขาถูกปลูกฝังให้มีชีวิตเพื่อการแข่งขัน
ใครดีใครได้ บางคนโกงเพื่อคะแนนก็มี
ตรงข้ามเด็กที่รู้ตัวว่าเป็นห้องรองๆลงไป
จนกระทั่งห้องท้ายก็จะขาดความมั่นใจ ครูไม่สนใจ
บางคนอายที่จะต้องมาสอน แถมใครเป็นที่ปรึกษายังดุว่า
ว่าโรงเรียนไม่ยุติธรรมที่จับให้มาเป็นที่ปรึกษาห้องนี้
ทุกกิริยา ทุกการกระทำล้วนส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้
มีการลงโทษตัวเองด้วยความคิดที่มาจากความสับสน
จากข้อมูลที่คนรอบข้างกระทำต่อตนเอง.
เด็กวัยรุ่นเขามีเหตุผลและรักความยุติธรรมค่ะ
ดีแต่"ปากว่าตาขยิบ"เด็กๆมีศักยภาพสามารถพัฒนาได้
ในทางปฏิบัติไม่เห็นทำกับเขาแบบที่กล่าวมา
เด็กห้องท้ายๆยังเป็นประชากรชั้น 2 และ 3 เหมือนเดิม
ผู้ปฏิบัติที่เป็นแบบนี้คือ "ครู" และ"ผู้บริหาร"ที่มักจะยกย่อง
เด็กคะแนนดีๆมีการให้ทุนการศึกษาเอิกเกริก ขณะที่เด็กกลุ่มท้ายๆ
แม้จะเรียนช้าแต่เขาทำความดี มีใครไหมที่จะมอบทุนสำหรับ
เด็กนักเรียนที่เป็นคนดี น้อยค่ะ น้อยมาก......พูดไปก็ละเหี่ยใจค่ะ....
ครูคนไหน ใครก็ตามที่ทานกระแสสังคม เสียสละ อดทนพัฒนาความสามารถด้วยหวังให้เขาได้รู้ว่าเขาเอง มีคุณค่าของ"ความเป็นมนุษย์"ไม่ต่างจากเด็กห้องคิง อาจมากกว่าด้วยซ้ำ กลับเห็นเป็นเรื่องขบขัน และดูแปลกแต่จริง นั่นเพียงเพราะไม่ได้ทำแบบที่คนส่วนใหญ่ทำ จึงได้แต่ปลงและมีความหวังว่า สักวันจะทำให้เด็กกลุ่มนี้มีเกียรติ
มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับเขาบ้างค่ะ....เฮ้อ!!!!!