ข้าพเจ้าได้นำเรื่องเล่าของเภสัชกรทศพร หรือเภสัชนุ๊ก...มาเป็น "ต้นแบบ" ของการเรียนรู้การทำ R2R ผ่านเรื่องเล่า

คำถาม ; ทำไมจึงเป็นเรื่องเล่า... ทำไมไม่คัดเลือกปัญหามาทำเลย

ในทัศนะส่วนตัวของข้าพเจ้าใคร่ครวญว่า การเริ่มต้นงานพัฒนา หากเราเลือกทำในแนวทางที่สร้างสรรค์นี่ก็จะก่อเป็นพลัง และกำลังใจสำหรับบุคคลนั้นได้เป็นอย่างดี

และก็เช่นเดียวกันใน วรรคตอนท้ายสุดทางความคิดของ เภสัชกร ที่เธอบอกเล่าอย่างเขินว่า มันอาจดูเป็นความฝัน แต่เธอปรารถนาที่อยากจะทำ ข้าพเจ้ามองว่า การเริ่มต้นฝันนั้นน้อมนำไปสู่การเกิดความยิ่งใหญ่ได้เสมอ...

เภสัชกรนุ๊ก เธอเล่าว่า...

จากเรื่องเล่า ได้เห็นความงามที่เกิดจากการเอาใจใส่การเสริมแรงผู้ป่วย/ญาติ

โอกาสพัฒนา ==> ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อายุมากทราบว่าจะควบคุมโรคอย่างไร จะกินยาอย่างไร แต่ขาดกำลังใจ โดยเฉพาะจากคนที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุด ซึ่งก็คือคนใกล้ชิด ญาติ ลูกหลาน และถ้าฝึกคนเหล่านี้ได้ เขาก็จะเป็นกำลังสำคัญแทนเรา ขยายสู่ชุมชนต่อไปให้ชุมชนดูแลกันเองได้

งานวิจัย R2R ที่เราร่วมกันมองในเชิงเป็นงานวิจัยและพัฒนานั้น... น่าจะดำเนินไปในประเด็น

"บทบาทของเภสัชกรในการเป็นพี่เลี้ยงต่อการดูแลการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง"

เธอมองว่า บทบาทของเภสัชกรน่าจะเคลื่อนไปในรูปแบบของการเป็นพี่เลี้ยง ... ส่งเสริม สนับสนุน อีกทั้งนี่น่าจะเป็นแนวทางที่นำไปสู่ การที่เภสัชกรก้าวเดินออกจากห้องกระจกมากขึ้น และเข้าสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสรรพสิ่งต่างๆ มากขึ้น

ความเดิม

ตอนที่ 1 เรียนรู้คุณค่าจากเรื่องเล่าสู่จุดเปลี่ยนนำสู่การทำงาน R2R

ตอนที่ 2 คุณค่าที่ได้สู่การมองเห็นความงามของงาน R2R

ตอนที่ 3 เรียนรู้และร่วมกันมองหน้างาน

 

นั่งฟังเรื่องเล่าของคุณศิริมา โคตรตาแสง

เภสัชต๋อม...บอกเล่าวันสุดท้ายว่า "ไม่คิดว่าตัวเองจะร่วมกระบวนการได้ครบสามวัน แต่ก็ได้อยู่จนวินาทีสุดท้าย"

น้องแอ๋ม...เล่าถึงคุณค่าและความภูมิใจเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่มากจนมาสู่กำลังใจในการทำงานในปัจจุบันนี้

เภสัชนุ๊กหรือเภสัชกรทศพร...แม้ต้องเทียวไปให้นมลูก แต่เธอก็ลุ่มลึกต่อการเรียนรู้ครั้งนี้

 

------------------------------------------