อะไรเป็นปัญหาที่สุดเกี่ยวกับ การรู้ ในเรื่องของความรู้

ท่านว.วชิรเมธีกล่าวว่า ในชีวิตของมนุษย์มีบทเรียนสองบทเรียน หนึ่ง บทเรียนที่ยาก และ สองบทเรียนที่ง่าย

บทเรียนที่ง่าย คือ ทำอะไรก็สมหวังไปทุกอย่าง แต่พอ สมหวังไปเสียทุกอย่าง  มนุษย์มักจะหลงตัวเอง พอหลงตัวเองนั่นคือต้นทางของความผิดพลาด

 ป้าแต๋งว่านี่คือปัญหาที่เกี่ยวกับความรู้เพราะถ้าเรามีมายาคติว่า รู้ทั้งๆที่ไม่รู้หรือ ไม่รู้ว่า ไม่รู้ หรือ รู้แบบผิดๆ แล้วยึดติดนั่นแหละหนทางแห่งความขัดแย้ง และ นำสู่ความโกรธซึ่งเป็นกิเลศชนิดหนึ่ง

ถ้าเราทำ KM อย่างมีสติจะทำให้มีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ยึดติด และ ช่วยลดความขัดแย้ง เกิดมิตรภาพ ร่วมใจกันสร้างสมความรู้โดยเจริญพรหมวหารสี่ แบบ เมตตา เห็นด้วยกับป้าไหมคะ?   

 

ถ้าเราทำ KM อย่างมีสติ เข้าใจเพื่อนร่วมงาน ที่ไม่เข้าใจเรา เมื่อเกิดความขัดแย้งจากเรื่องความรู้  มองที่จิตของเราที่เริ่มโกรธ ความโกรธจะหายไป เพราะ จิตจะมองที่ตัวเราเอง จิตไม่สามารถจรดจ่อในสองสิ่งพร้อมกันได้ ฝึกไปเรื่อยๆ เราจะค่อยๆโปร่งโล่ง สบาย ไม่ยึดติด

       เพราะความรู้ที่ว่านี้ล้วนเป็นสมมุติสัจจะทั้งสิ้น ท่าน Nonaka ปรมาจารย์ด้านการจัดการความรู้กล่าวว่า  ความรู้เป็นความเชื่อภายใต้เหตุผล เป็นนามธรรมและเกี่ยวข้องกับสุนทรียะ ความจริง ความดี ความงาม และ เป็นพลวัตร ความรู้จึงเก่าและ หมดสภาพง่ายจึงจำเป็นต้องสร้างใหม่อยู่เสมอ

ในส่วนนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงทราบมาตั้งแต่พุทธกาลเพราะท่านได้แบ่งชนิดของความรู้ไว้ว่า ปรมัทธสัจจะเท่านั้นที่เป็นความจริงและไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ท่านกล่าวไว้เป็นภาษาธรรมะว่า ชาติ ชรา มรณะ ถ้าน้องดาว กลับมาจากไปปฏิบัติธรรมแล้วต้องปาฐกเก่งกว่าป้าแต๋งแน่นอน

 

เรามา เจริญสติขณะ KM กันดีกว่า เหมือนตั้งสติก่อน สตาร์ท ครูบาอาจารย์สายสติปัฐฐานสี่ กล่าวว่า ไม่ส่งจิตออกนอกไงคะ พิจารณาอารมณ์ของเรา ขณะ KM  จะได้ทำแล้วมีความสุขในระดับปัญญญา เอาสามเหลี่ยมไปเขยื้อนภูเขาให้ได้

 

ทำให้มีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ยึดติด และ ช่วยลดความขัดแย้ง เกิดมิตรภาพ ร่วมใจกันสร้างสมความรู้โดยเจริญพรหมวหารสี่ แบบ เมตตา เห็นด้วยกับป้าไหมคะ?   แสดงความคิดเห็นกันหน่อยปะไร