หากว่าครอบครัวร่วมด้วยช่วยกันกับโรงเรียนทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านผู้ปกครองต้องการเห็นคงจะเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย
- สวัสดีค่ะ...หลังจากที่โศกเศร้าเสียใจมาพักใหญ่ๆ...
- วันนี้พร้อมก้าวเดินและสู้สู้...
- บันทึกนี้เขียนขึ้นเนื่องมาจากได้ไปติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนมาประมาณ 13 โรงเรียน
- สิ่งที่ต้องการถ่ายทอดก็คือผู้ปกครองรวมถึงกรรมการสถานศึกษาได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอยากให้บุตรหลานของตนเองเป็น...
- อยากให้เจ้าเป็น...อยากให้เจ้าเติบใหญ่ขึ้นมาลักษณะไหนบ้าง
- และที่สำคัญ..ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษาได้สะท้อนความคิดเห็นไว้หลายอย่างเพื่อฝากถึงคุณครู
- ขอยกตัวอย่างที่เก็บประเด็นสำคัญสำคัญมาได้นะคะ..เรียงตามลำดับความต้องการที่แสดงออกมาซ้ำซ้ำกันหลายโรงเรียนดังนี้นะคะ
- 1. ต้องการให้ทางโรงเรียนเน้นย้ำในเรื่องการอ่านหนังสือ ฝีกให้ลูกหลานของตนอ่านออกเขียนได้ โดยท่านได้ยกตัวอย่างว่าสมัยที่ท่านเป็นนักเรียนจะมีการท่องจำ มีการท่องสูตรคูณ มีการท่องอาขยาน หรือแม้แต่การอ่านหนังสือให้ออกเสียงเวลากลางคืน ทุกบ้านที่มีนักเรียนในสมัยนั้นเวลาหัวค่ำจะได้ยินเสียงอ่านหนังสือแข่งขันสนั่นลั่นหมู่บ้านเพราะคุณครูใหญ่สมัยนั้นบอกว่าจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านช่วงเวลาเท่านั้นเท่านี้เพื่อฟังเสียงอ่านหนังสือของนักเรียน ถ้าบ้านไหนไม่มีเสียงอ่านหนังสือเด็กคนนั้นจะถูกลงโทษ ซึ่งสมัยก่อนสามารถตีนักเรียนได้ จึงทำให้นักเรียนกลัวมากมากกับไม้เรียวของคุณครู
- 2. ต้องการให้โรงเรียนเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้กับบุตรหลานของตนซึ่งท่านกรรมการสถานศึกษาที่กรุณาแสดงความคิดเห็นได้ชี้ประเด็นที่ว่าเห็นลูกหลานตนเองในหมู่บ้านเห่อตามวัตถุนิยมเช่น อาหารการกินนิยมบริโภคตามห้าง ร้าน หรือแม้แต่อาหารจานด่วนต่างๆ เห่อตามสื่อต่างๆ เห่อแฟชั่น จนลืมวัฒนธรรมท้องถิ่นไปแล้ว
- 3. ต้องการให้ทางโรงเรียนเน้นย้ำในเรื่องของการไหว้ ท่านสังเกตว่าลูกหลานไม่ค่อยจะยกมือไหว้ผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน จะยกมือไหว้เฉพาะครูตนเอง หากเป็นไปได้ท่านเสนอแนะว่าต้องการให้คุณครูปลูกฝังลูกหลานของตนเลยว่าไม่ว่าเจอะเจอใครที่เป็นผู้ใหญ่กว่าให้ยกมือไหว้เพื่อเป็นการทักทายและเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามต่อไป
- 4. ต้องการให้ทางโรงเรียนฝึกลูกหลานของตนเป็นคนที่มีจิตอาสา เช่นการช่วยเหลือผู้อื่น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อยากให้ทำเรื่องง่ายง่ายที่เห็นได้ชัดเจนเช่นการเก็บเศษขยะที่มองเห็นอยู่บนท้องถนนลงถังขยะ การเข้าไปช่วยผู้ใหญ่ทำงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ต้องให้บอกคือให้ทำเองเพราะจิตอาสาฝังอยู่ในใจของเขา
- วันนี้ขอนำเสียงสะท้อนของผู้ปกครองที่คาดหวังว่าลูกหลานควรจะเป็น..มาฝากทุกท่านไว้เป็นแนวคิด
- หากว่าครอบครัวร่วมด้วยช่วยกันกับโรงเรียนทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านผู้ปกครองต้องการเห็นคงจะเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย
- เป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่ายเพื่อลูกหลานอนาคตของชาติจะเติบใหญ่ขึ้นมาอย่างเป็นคนมีคุณภาพต่อไป
- และยินดีกับหลายๆโรงเรียนที่ได้ฝึกฝนลูกหลานให้ความรู้ให้ความรักความอบอุ่นจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้ปกครอง..
- เราในฐานะผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย..มาร่วมให้กำลังใจแก่ลูกหลานอนาคตของชาติต่อไปนะคะ
- ขอบคุณค่ะ





ขอชื่นชมในความคิด คิดคมเหมือนเดิม
ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยมเป็นคนแรกเลย..นำมาซึ่งกำลังใจในการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ...
ครอบครัวเป็นส่วนเริ่มต้นที่สำคัญนะคะท่านจะฝากให้เฉพาะที่โรงเรียนอย่างเดียวก็ไม่ได้..ต้องร่วมด้วยช่วยกัน..ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะพี่แอ๊ด....
เป็นกำลังใจให้พี่เสมอนะคะ
พี่แอ๊ด สู้ๆๆๆๆ ค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ สุขสดชื่นร่มเย็นพร้อมกับกำลังใจเพื่อสิ่งดี ๆ ต่อไป ครับ
พี่แอ้ดสู้ตายค่ะน้องรัก...
ขอบคุณค่ะ..กำลังใจดีดีที่ได้รับนำมาซึ่งพลังกายที่พร้อมจะก้าวเดินนะคะ
เห็นด้วยว่า..ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันค่ะ..เพราะการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีนั้น..มีปัจจัยหลายอย่างและที่สำคัญเป็นภาระกิจกที่ต้องการเวลาและตัวอย่างที่ดีค่ะ..
..
แวะมาบอกว่าง.คิดถึงพี่แอ๊ดนะคะ..ดูแลสุขภาพกายใจให้แข็งแรง..สดชื่นเสมอนะคะ
^^
สวัสดีครับคุณน้องแอ้ด ศน.
4 ต้องการของผู้ปกครอง และผู้บริหารการศึกษาเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว
สมัยก่อนครูขี่จักรยานไปโรงเรียน นักเรียนเห็นครูก็วางกระเป๋า รอสวัสดีครูโดยการบอกต่อ ครูมาๆ วัฒนธรรมเหล่านี้ มันหายไปพร้อมกับเสาไฟฟ้าเข้าในหมู่บ้านครับ
สวัสดีค่ะ
* อยากให้เจ้าเป็น....ผู้ปกครองต้องช่วยด้วยค่ะ
* ขณะลูกอ่านหนังสือผู้ปกครองไม่ควรชมรายการโทรทัศน์...สร้างบรรยากาศการเรียนรู้
* สุขกายสุขใจนะคะ
พี่แอ๊ดที่รัก...
เห็นด้วยที่สุด การที่เราอยากให้เด็กเป็นไปตามที่ใจเราต้องการ เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งโรงเรียน และผู้ปกครอง
ถ้าโรงเรียนปลูกฝังไปแต่เมื่อกลับไปบ้าน ผู้ปกครองไม่ช่วยสานต่อ เด็กก็จะลืมเลือนไป
แต่ก็ไม่ใช่ว่าโรงเรียนจะปลูกฝังได้ดีไปทุกเรื่องนะคะ เรื่องบางเรื่องก็ยังรอการเติมเต็มจากผู้ปกครอง ผู้ปกครองอาจทำได้ดีกว่าเราด้วย เนอะ ^__^
ขอบคุณค่ะ..ที่เป็นกำลังใจมาให้โดยตลอด
เวลาสุขมีเพื่อนเวลาทุกข์ก็มีเพื่อน..ยิ้มปลิ้มค่ะ
ท่านผู้ปกครองท่านหนึ่งให้แง่คิดว่า...ตัวอย่างที่ดีดีกว่าคำสอนค่ะคุณครูแอ๊ว...รักค่ะ
สมัยก่อนครูขี่จักรยานไปโรงเรียน นักเรียนเห็นครูก็วางกระเป๋า รอสวัสดีครูโดยการบอกต่อ ครูมาๆ วัฒนธรรมเหล่านี้ มันหายไปพร้อมกับเสาไฟฟ้าเข้าในหมู่บ้านครับ
เออ...เสาไฟฟ้านำวัฒนธรรมใหม่ๆมาแทนจริงด้วยสินะคะ
ขอบคุณค่ะ
ถูกต้องแล้วจ้า...ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายนะคะ..
บ้านและโรงเรียนต้องจับมือกัน...
มีความมสุขมากมากนะคะพี่ครูพรรณาที่รัก
ขอบคุณนะคะ..เชียงใหม่เป็นไงบ้าง
แล้วคุณพ่อของป้าแดงคงเหงานะคะลูกสาวไปไกลๆและนานนาน
คิดถึงป้าแดงเช่นกันค่ะ
เศรษฐกิจพอเพียงไม่ควรละเลยนะคะ..ควรปลูกฝังปลูกจิตสำนึกให้เด็กๆทุกรูปแบบ..
ศน.แอ้ดก้อชอบจ้า
ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งโรงเรียน และผู้ปกครอง
ถูกต้องแล้วน้องรัก....