
...
คนไข้โรคซึมเศร้าท่านหนึ่งบอกผู้เขียนว่า เบื่อเมืองไทยเหลือเกิน... อยากจะเก็บเงินสักก้อนแล้วไปอยู่เมืองนอก
ผู้เขียนก็ได้แต่รับฟัง... ไม่สนับสนุน ไม่คัดค้าน แต่อยากจะขอยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายสุขภาพที่นั่นที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์สำนักข่าวรอยเตอร์มาให้ดูว่า มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย
...
ค่าใช้จ่ายสุขภาพทำคนหลังเกษียณ (retirees) ในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คู่สามีภรรยาที่เกษียณที่อายุ 65 ปีในปีนี้ (2009 หรือ พ.ศ. 2552) จะต้องใช้เงิน 240,000$ หรือ 8,400,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายสุขภาพสำหรับชีวิตที่เหลือ (คิดที่ 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายสุขภาพนี้คิดจากอายุขัยผู้ชายเฉลี่ย 82 ปี ผู้หญิง 85 ปี นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจากการซื้อยากินเอง (over-the-counter medications) ค่าทำฟัน (dental services) และค่าใช้จ่ายในการดูแลถ้าดูแลตัวเองไม่ได้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต
...
ผลการสำรวจโดย Fidelity Investments บรรษัทบริหารกองทุนรวมเลี้ยงชีพใหญ่ที่สุดในโลกพบว่า ค่าใช้จ่ายสุขภาพในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.6% ค่าใช้จ่ายนี้รวมค่ายา ค่าผ่าตัด และค่าหมอ (prescription = การเขียนใบสั่งยาโดยแพทย์)
ข้อมูลตั้งแต่ปี 2002 หรือ พ.ศ. 2545 พบว่า ค่าใช้จ่ายสุขภาพเพิ่มขึ้นปีละ 6% คิดเป็น 2 เท่าของเงินเฟ้อ ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 50% ใน 7 ปี
...
นี่ยังไม่ได้คิดค่าเช่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร... แล้วจะหาญาติสนิทมิตรสหายได้อย่างไรก็ยังไม่รู้เลย ผู้เขียนขออยู่เมืองไทยไปก่อนก็แล้วกัน
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา
ต้นฉบับข่าวรอยเตอร์คือ 'U.S. retiree healthcare costs seen up this year' แปลว่า "ค่าใช้จ่ายสุขภาพคนอเมริกันหลังเกษียณปีนี้เพิ่มขึ้นอีก" > Reuters
- 'retiree' > noun = คนที่เกษียณงานแล้ว
- 'retire' > verb = เกษียณตามอายุ
...
-
ตัวอย่าง > Last year they were policemen. Now they retired.
-
แปลว่า > ปีกลายพวกเขา (เธอ) เป็นตำรวจ. ตอนนี้เกษียณแล้ว.
ที่มา