บรรยากาศในยามเย็นครั้นแลเห็นพระอาทิตย์ช่างอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยวและรันทดใจเสียนี่กระไร…
ชีวิตนี้ที่ต้องเดินทวนกระแสกิเลส แม้ความร้อนจากแสงแดดเมื่อยามกลางวันยังไม่จางคลาย แต่เมื่อผิวกายได้สัมผัสกับกลิ่นไอของยามเย็นช่างรันทด ละเหี่ยใจ
บรรยากาศยามเย็นนี้แสนเศร้านัก แม้อุณหภูมิภายนอกยังร้อนอยู่ แต่ภายในใจของฉันช่างหนาวเย็นจนสุดขั้ยหัวใจ
สายลมแผ่ว ๆ กับอาทิตย์ที่กำลังจะลับตา ทำให้ใจนี้นำมาความอ้างว้างเข้าปกคลุม
ชีวิตที่ต้องอยู่ในสถานที่กว้างต้องยิ่งอ้างว้างมากขึ้นเพราะความเหงา
ชีวิตที่ต้องอดทน ป้องกัน มิให้ข้าศึก ศัตรู อันว่าด้วยความรื่นเริง บันเทิงใจต่าง ๆ เข้ามากล้ำกรายช่างเดียวดายอ้างว้างยิ่งนัก
แม้นลมหายใจที่ผ่านออกมาจากกายนั้นจักมีความอบอุ่น แต่ใจฉันช่างหนาวเย็นยิ่งนัก
ยามอาทิตย์อัสดง ชีวิตนี้ต้องปลดปลงด้วยความเหงา
ความเศร้า เดียวดาย อ้างว้าง มองไปบนหนทางช่างเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก
แม้นมีสรรพสิ่งรอบข้างหลากหลาย แต่จิตนี้ก็มิเว้นวายต้องเศร้ากับจิตใจที่เดียวดายนั้น

สายลมเอื่อยเอื่อย ระเรื่อยลิ่ว ท้อใจ
แสงแดดละ รำไร แสนเศร้า
ชีวิตนี้อดทนสู้ เปล่าเปลี่ยว นักแล
อดทนความอ้างว้าง วันหน้า สงบจริง...
บทความท่านวันนี้ทำให้ เราได้คิดอย่างหนึ่งคือ
ความคิดเรา ความรู้สึกเรา ทำให้เราเห็นโลกอย่างนั้น
หากมี 10 คน มองภาพฉากเดียวกัน
อาจบรรยาย ความรู้สึกภายในไม่เหมือนกัน
เคยนั่งมองฝน กับเพื่อน คนหนึ่งว่าเศร้า คนหนึ่งว่าชุ่มชื่น คนหนึ่งว่าฟ้าร้องไห้ คนหนึ่งว่าฟ้าให้ความเย็น คนหนึ่งว่า.........(ต่างกันสิ้นเชิง)
สิ่งสำคัญคงตาม่ท่านสั่งสอนเรามา เรารู้สึกเช่นไร ตามรู้กายใจไป
ตามกิเลสในใจเรานี้ให้ทันให้จงได้
ยามเย็น เป็นยามที่ชีวิตกำลังก้าวล่วงเข้าสู่รัตติกาลหรือราตรี
ความสว่างไสวในช่วงกลางวันนั้นกำลังริบหรี่ลง เพราะเหตุด้วยความปลดปลงแห่ง "สัจธรรม.."
วันนี้แม้อาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป พรุ่งนี้เช้าแสงแดดอันสดใสย่อมสว่างไสวขึ้นอีกครา
ชีวิตหนึ่ง ชีวิตนี้มีค่ายิ่งนัก คืนแห่งวันและเวลามิเคยหยุดยั้งที่รอใครหรือผู้ใด
หากวันนี้ยังมีชีวิต ไม่ว่ายามเย็นหรือยามไหน ยามใดก็ต้องรีบเร่งทำความดี...
กายใจ มันไม่เที่ยงจริงๆนะท่าน
----
วัน พฤ เราว่างตอน 16.00 ไปนั่งวัดในกทม สวดมนต์ แล้วพระท่าน อ่านเหมือนนิทานธรรมะ สนุกดี ได้แง่คิดด้วย
เขาเรียกอะไร หาอ่านได้ที่ไหน
หรือเรื่องประวัติสาวก หรือเรื่องทศชาติ สนุกดี
หากท่านมีเรื่องอะไรสนุกๆ อยากให้นำมาเล่าเพื่อเป็นทานบ้าง
การที่วันใดวันนึงจะต้องพรากจากสิ่งที่รัก และก็รู้ว่าไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ไม่ว่าคิดถึงสักเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะได้สิ่งนั้นกลับคืนมา การที่เรามองย้อนไปในอดีตแต่ไม่เคยเหหลียวมองปัจจุบันเลย เราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอาจจะยังมีใครอีกซักคนสองคนที่กำลังมองเราอยู่