ทุกๆองค์กรย่อมมีความดี ความงามอยู่อย่างแน่นอน

หลายครั้งหลายหนที่แม่ต้อยได้มีโอกาสออกไปจัดประชุมตามพื้นที่ต่างๆ   เพื่อสร้างกระบวนเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรโดยการใช้มุมมองในด้านบวก ( appreciative Inquiry) เพื่อสร้างพลังและรวมทั้งค้นหาศักยภาพด้านดีขององค์กร ซึ่งอาจจะแตกต่างจากวิธีการจัดการที่มุ่งเน้นการค้นหาปัญาและอุปสรรคการทำงานซึ่งเป็นการพัฒนาองค์กรอีกด้านหนึ่ง

     ในการค้นหาศักยภาพ  รวมทั้งการค้นหาสิ่งที่ดีดีในองค์กร หรือของคนทำงาน  เป็นการสร้างองค์กรจากจุดแข็งของตนเอง เป็นการสร้างอนาคตหรือต่อยอดองค์กรจากสิ่งที่มีอยู่แล้วนั่นเอง  เรามักจะบอกว่า ทุกๆองค์กรย่อมมีความดี ความงามอยู่อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นองค์กรก็คงจะล่มสลายไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้  และเช่นเดียวกัน คนทุกๆคนก็มีความดี ความงามอยู่ใตตัวตน มีเมล็ดพันธ์ ความดี อยู่ในตัวตนด้วย และการใช้วิธีการนี้จะช่วยทำให้คนมีความสุข มีกำลังใจ ในการสร้างอนาคตการทำงานของตนเองและองค์กรได้เป็นอย่างดี

 

         การใช้แนวคิด appreciative Inquiry นั้น ใช้วิธีการสนทนากัน โดยการยกตัวอย่างเป็นกรณีให้เห็น หรือเล่าเรื่องเป็นตัวอย่างให้เห็น ให้ชื่นชม กัน  และในการเล่าเรื่องกรณีตัวอย่างนี้เองที่เราสามรถสะท้อน ค่านิยม ความคิด วิธีการที่คนในโรงพยาบาลทำงานร่วมกัน  นิสัยใจคอ รวมทั้งสามารถเห็นการสร้างหรือคิดค้นสิ่งใหม่ๆความหมายใหม่ของงาน ที่เราชอบเรียกกันว่า นวตกรรม ได้อยู่เนืองๆ

    

แต่ว่าบางครั้ง ผลพลอยได้จากการที่เรามีความไว้เนื่อเชื่อใจกันในระหว่างการสนทนา ความรู้สึกที่ปลอดภัย ทำให้บางครั้งเรื่องเล่าดีดี ได้ขยายวงจากในห้องประชุมไปสู่วงน้ำชา  กาแฟ หน้าห้องประฃุมหลายต่อหลายครั้ง และบางเรื่องได้สะท้อนถึงแก่นแท้ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

 

ดังเรื่องราวที่แม่ต้อยจะขอเล่าดังต่อไปนี้....

ในการประชุมที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอิสาณ  เมื่อเราได้ทำกลุ่มสนทนากัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีดีให้กันและกันแล้วในรอบแรก  ก็ถึงเวลาพักรับประทานน้ำชา และกาแฟ ถึงตอนนี้ หลายๆคนยังอ้อยอิ่ง กับเรื่องเล่าของเพื่อนๆ แม่ต้อยคิดว่า เรื่องเล่าที่ดีดี นั้นบางทีสามารถเป็นแรงผลักดันให้เรื่องราวที่ตนเองเคยท้อถอย ..กลับมามีความหวังมีเรี่ย วแรงในการทำงานต่อไป ทุกคนจึงยังอยากที่จะคุยกันต่อแม้ว่าจะเป็นเวลาหยุดพัก

 

แม่ต้อยสังเกตเห็นคุณหมอคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ๆ  พร้อมถ้วยกาแฟหอมกรุ่น.. ควันบางๆๆ

 .. อาจารย์ครับ..ผมมีเรื่องเล่า.. อยากจะเล่าต่อสักนิดครับ..

.. คะ..ยินดีคะ  แม่ต้อยรีบมองหาที่นั่งเพื่อคุยกันแบบสบายๆ ทันที

..มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ Humanized นี่แหละครับอาจารย์ แต่มันเป็นอีกมุมหนึ่ง..

 

เอ้ะ ...แบบนี้ นี่แม่ต้อยยิ่งอยากฟังขึ้นมาในทันที แม่ต้อยนั่งนิ่ง  พร้อมกับสบตาคุณหมอ .. รอรับฟัง..

 

บ่ายวันหนึ่ง ผมมีธุระที่ต้องเดินทางไปที่จังหวัด( คุณหมอทำงานที่รพ.ฃุมชน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร)  เมื่อทำธุระเสร็จ เย็นนั้นผมก็ขับรถกลับบ้านคนเดียว เนื่งจากเป็นธุระส่วนตัวจึงขับรถไปเองเป็นรถกะบะคันเล็กๆ เก่าๆ

 

เมื่อเสร็จธุระมองดูนาฬิกาก็ทราบว่า เป็นเวลาค่อนข้างเย็น ผมก็ขับรถกลับด้วยความรีบร้อน เพราะว่าระยะทางไกลและค่อนข้างเปลี่ยว.. ขับไปสักครู่ รู้ตัวว่าออกจากนอกเมืองเพราะว่าเริ่มมองไม่เห็นบ้านคน สังเกตเห็นรถที่วิ่งสวนไปมาน้อยลง.. พระอาทิตย์ กำลังจะตกดิน..

 

ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ยืนข้างถนน มือถือถุงย่ามใบหนึ่ง คล้ายๆจะขอความช่วยเหลือ ผมจึงจอดรถ และถามว่า  จะไปไหนครับ?  เขาบอกผมว่าจะไปอำเภอที่ผมกำลังจะไปพอดีเลย  ผมเลยรับ พี่ผู้ชายคนนี้ขึ้นรถมาด้วย นึกในใจว่าดีจริง เราจะได้มีเพื่อนคุย

 

อาจารย์ ครับ.. ตลอดทางตั้งแต่ผมรับเขาขึ้นมา ผมสังเกตเห็นเขานั่งเงียบ ไม่ค่อยคุย มือวางบนย่ามใบนั้นตลอดเวลา  ผมเป็นฝ่ายชวนเขาคุยอย่างสนุกสนาน เพราะว่าระยะทางค่อนข้างไกล ..เรานั่งมาด้วยกันน่าจะสักชั่วโมงกว่าๆ..

 

 ตอนหลังผมเห็นเขาเริ่มคุย คุยมากขึ้น หัวเราะ มือที่วางบนย่ามใบนั้นค่อยๆไหลเลื่อนลงไปวางบนเบาะที่นั่งอย่างผ่อนคลาย

       ในที่สุดเขาก็บอกผมว่าถึงจุดหมายที่เขาต้องการจะลงแล้ว ผมส่งชายคนนั้น ลงที่ถนนก่อนที่จะถึงในตัวอำเภอไม่ไกลสักเท่าไหร่   .. ก่อนที่จะลง ..เขาลังเลใจสักครู่หนึ่ง แล้วยกมือไหว้ผมพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างจับมือผม .พร้อมกับพูดเบาๆว่า

       หมอครับ ผมขอบคุณมากครับ และผมอยากจะบอกว่า หมอครับ..ทีหลังอย่าทำ..ทีหลังอย่ารับใครในที่เปลี่ยวแบบนี้อีก.. วันนี้ผมทำคุณหมอไม่ลงจริงๆครับ

 

ในทุกเรื่องเล่า เรามักจะได้เรียนรู้ และเห็นมิติทางจิตวิญญาณ จารีตประเพณี รวมทั้งวิกฤติทางสังคม เศรษฐกิจ  ศีลธรรมได้เป็นอย่างดี

ในเรื่องเล่านี้ เราคงได้เห็นความดีงามความมีน้ำใจของคุณหมอ ความรู้สึกสำนึกในบุญคุณของโจรคนหนึ่งที่วางแผนจะ ปล้นรถ  หลายเป็นโจรกลับใจในวินาทีสุดท้ายได้อย่างฉิวเฉียด

       แต่แม่ต้อยเชื่อว่า สุภาษิตที่ว่า  คนดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้นั้นยังใช้ได้อยู่เสมอ...

และต้องขอขอบคุณ คุณหมอท่านนี้ ที่ได้เล่าเรื่องราวที่ชวนตื่นเต้น นี้ให้ฟังอีกครั้งคะ

สวัสดีคะ

 

 

 เป็นเรื่องเล่าของคุณหมอที่นั่งล้อมวงนี่ละคะ