วันนี้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ และคณะครูไปทัศนศึกษา  แต่มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๑๓ คน ไม่ไปทัศนศึกษากับโรงเรียน  จึงทำให้ครู ๒ คนมีความจำเป็นสมัครใจอยู่กับนักเรียนกลุ่มนี้  เพราะนักเรียนกลุ่มนี้มีความสนใจศึกษาโครงงาน "เติมรักปรุงรสวิถีไทในหมู่บ้านของเรา"

นักเรียนกลุ่มผู้นำ

         โครงการผ่านการอนุมัติจากโรงเรียน  กลุ่มนักเรียนเจ้าของโครงงานได้ชวนนักเรียนชั้นอื่น ๆ ที่มีความใจร่วมกระบวนการเรียนรู้ด้วย มีภูมิปัญญา ๓ ท่านคือป้าแดง ป้าเรียมและป้าน้อย  พวกเราออกเดินทางไปค้นหาด้วยความตื่นเต้น

         กลุ่มนักเรียนเจ้าของโครงงานได้เชื้อเชิญภูมิปัญญาและนัดแนะกันเอง  ส่วนครูคิมเป็นที่ปรึกษาโครงงาน (กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน : แนะแนว) คุณครูเด คุณครูชาญ คุณครูแหวว คุณครูนวล คุณครูนิน คุณครูกานต์ ไปร่วมเรียนรู้ด้วยแต่ในตอนเย็นต้องออกเดินทางไปทัศนศึกษา

        ออกเดินทางจากโรงเรียนผ่านหมู่บ้าน ไปถึงลำห้วยประมาณ ๒.๕ ก.ม.  ข้ามลำห้วย ลัดเลาะไปตามทางสูงค่อนข้างชัน  เด็ก ๆ สนุกสนานเพราะชินกับสถานที่  เมื่อถึงที่ราบมองลงไปเห็นหมู่บ้าน  จึงรู้ว่าขี้นเขามาเป็นลูก ๆ กว่าจะถึงที่หมายประมาณ ๔ ก.ม.

        ป้าน้อยเป็นคนเชียงใหม่  ย้ายไปทำมาหากินอยู่ที่ภาคใต้และย้ายมาอยู่ที่บ้านซำรู้เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มาซื้อที่ปลูกยางพารา ในที่ของป้าน้อยมีต้นผักกะทอนขึ้นมากมาย  และป้าน้อยได้รู้ว่าคนในหมู่บ้านนี้สามารถนำผักกะทอนมาแปรรูปเป็นน้ำสำหรับปรุงอาหารได้  จึงไม่โค่นล้มต้นกะทอนเหมือนบางแห่ง  เพราะกลัวจะเป็นอุปสรรคต่อต้นยาง  ป้าน้อยไม่หวงผักกะทอนและได้ประกาศให้ชาวบ้านมาตัดกิ่งใบกะทอนในไร่ของป้าน้อยได้

         ปลายฤดูหนาวใบกะทอนจะผลัดใบและมีใบอ่อนขึ้นมาก่อนฤดูร้อนของทุกปี  ชาวบ้านจะนิยมไปนำใบกะทอนที่อ่อนและไม่แก่เกินไปมาทำ "น้ำผักกะทอน" สำหรับปรุงน้ำพริก แกงหน่อไม้ แกงเลียง แกงป่า หรืออาหารพื้นบ้านอื่น ๆ โดยใช้แทนน้ำปลา

         ภูมิปัญญาป้าแดงและป้าเรียมบอกว่า  ต้องตัดใบกะทอนมาทั้งกิ่งก้าน เพื่อให้แตกกิ่งก้านใหม่ ไม่เช่นนั้นต้นจะโตเกินไปทำให้ลำบากต่อการหาใบอ่อน  นักเรียนที่ไปร่วมทั้งหมดช่วยกันแบกกิ่งก้านของผักกะทอนมากองรวมกันไว้ที่บ้านป้าแดง  ทำหารเด็ดใบ  นำไปล้างให้สะอาด  โขลกให้แหลกพอประมาณ เติมน้ำฝนให้ท่วม และปิดฝาทิ้งไว้ ๒ - ๓ คืน

            สูตรนี้เลือกใช้เวลาหมักเพียง ๒ คืน แล้วจึงจะนำมาเคี่ยว นักเรียนเป็นฝ่ายนัดว่าครูคิมจะต้องไปร่วมเรียนรู้อีกครั้งหนึ่งในวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ความเป็นมาของ "เติมรักปรุงรสวิถีไทในหมู่บ้านของเรา" เป็นกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ เมื่อสิ้นสุดกระบวนการนักเรียนเจ้าของโครงงานจะเผยแพร่องค์ความรู้

         การเรียนรู้ครั้งนี้ครูคิมถูกนักเรียนชวนไปเรียนรู้ด้วย  เป็นการเรียนรู้ที่ครูคิมอยากจะรู้มานานแล้ว  ขอขอบใจนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เจ้าของโครงงานที่ทำให้ครูคิมมีโอกาสมาร่วมเติมรัก..และรอปรุงรส..ต่อไป