ความรู้ในตำราที่เราได้ร่ำเรียนมาก่อนหน้านี้ เป็นพื้นฐานสำคัญในการนำมาทำงานเพื่อส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านพืชกรรม ทางด้านการเลี้ยงสัตว์ ดินและปุ๋ย การอารักขาพืช การตลาด และด้านอื่นๆ แล้วแต่หลักสูตรที่แต่ละคนได้ร่ำเรียนมา
แต่ในการทำงานในพื้นที่นั้น ยังมีความรู้และทักษะต่างๆ อีกมากที่เราจะต้องเรียนรู้หรือศึกษาเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการทำงานในสถานการณ์จริง ที่บางครั้งก็ไม่มีในตำราหรือว่ามีก็อาจไม่เหมือนกับที่ตาราหรือหลักการที่เขียนไว้ เรียกว่าพลิกตำราไม่เจอเลยก็ว่าได้
เมื่อก้าวเข้ามาทำหน้าที่ในบทบาทของนักส่งเสริมการเกษตร สิ่งที่เราจะต้องระลึกอยู่เสมอก็คือ “ทุกคนคือครูของเรา” อย่าคิดว่าเรารู้มากกว่าชาวบ้าน หรือเรารู้มากเพื่อนร่วมงานที่บางคนอาจไม่ได้ร่ำเรียนมาเหมือนเรา แต่เขาเหล่านั้นย่อมมีความรู้และหลักปฏิบัติที่เกิดจากการทำงานที่เราเรียกกันว่า “ประสบการณ์”ในแต่ละคนอยู่ไม่น้อย ที่เราเสียอีกที่จะต้องเรียนรู้จากเขาเหล่านั้น
และอย่างที่กล่าวไปแล้วข้าวต้น ความรู้ที่ใช้ในการทำงานส่งเสริมในพื้นที่นั้น ไม่ได้ขีดกรอบอยู่แต่หลักวิชาที่เราได้เรียนมาจากสถาบันเท่านั้น ยังมีความรู้และทักษะอีกมากมายที่เรายังต้องศึกษาและฝึกทักษะเพิ่มเติม สรุปว่าเราต้องใช้ความรู้ในหลายๆ ศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ในการทำงานนั่นเอง เพราะงานส่งเสริมการเกษตรเป็นงานที่ต้องทำกับ"คน" ที่นักส่งเสริมต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์
ดังนั้น จงเปิดใจรับ และเปิดใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมจากทุกๆ คน ในทุกๆ เรื่อง แม้เรื่องเล็กๆ ก็อย่ามองข้าม และไม่ว่าจะใคร เช่น ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน เกษตรกร ผู้นำชุมชน เป็นต้น เพราะทุกคนล้วนเป็นครูของเราได้ทั้งนั้น
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วีรยุทธ์ สมป่าสัก 2 มีนาคม 2552
ทุกคน คือ ครูของเรา
ความรู้ในห้องเรียน เป็นแค่ พื้นฐานในการทำงานเท่านั้นเอง
ทำงานจริง มี ครู ให้ศึกษาอีกมากเลยครับ