ในเรื่องแรก คือ ลักษณะประชากรของคนไทย
ผู้สูงอายุ เราใช้คำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก คือ 60 ปีขึ้นไป ในประเทศยุโรป อเมริกาเหนือ เขาใช้ 65 รวมทั้งในญี่ปุ่น ถ้าไปอ่านตำราก็จะลำบากหน่อย เพราะเขาก็จะบอกว่า 65 ขึ้นไป
ประชากรผู้สูงอายุจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นการคาดการณ์ พ.ศ.2528 2.8 ล้าน = 5.58% พ.ศ.2533 3.4 ล้าน = 6 % พ.ศ.2568 12.8 ล้าน = 15.7%

จากภาพนี้ เมื่อ พ.ศ.2503 ลักษณะกราฟของประชากรอย่างนี้ สมัยก่อนเราเรียกว่า ประเทศด้อยพัฒนา underdeveloped country และตอนหลังเขาเปลี่ยนให้เพราะขึ้น เลยกลายเป็น Developing country ประเทศกำลังพัฒนา หมายความถึงยังไม่พัฒนา ถ้าพัฒนาแล้วเรียกว่า Developed country จะมีเด็กเยอะ และค่อยๆ ร่วงโรยหายไป จากโรคติดเชื้อ และจากอะไรทั้งหลาย และขึ้นไปเป็นผู้สูงวัย เผอิญเขาเอาคนอายุ 70 ขวบ มารวมกัน ทำให้ข้างบนใหญ่ แต่ความจริงถ้าดูๆ ไป มันจะเรียวเล็กไปเรื่อยๆ อายุมากขึ้น ก็จะน้อยลงเรื่อยๆ 2513

อาจารย์จบแพทยศาสตร์บัณฑิตปี 2521 ไปทำงานใช้ทุนอยู่ต่างจังหวัด ตอนนั้น รณรงค์วางแผนครอบครัว ของอาจารย์มีชัย อาจารย์ไปเป็นผู้อำนวยการ รพ. 10 เตียง รณรงค์ครั้งนี้ได้ผลมาก และทำให้การเกิดของประชากรของเราลดลง
สิ่งที่คุณมีชัยทำไว้ ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องของการแนะนำวางแผนครอบครัวอย่างหลายๆ รูปแบบเท่านั้นเอง แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การวาง concept แนวคิด วิธีการคิดของคนในประเทศนี้ จนถึงเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณแต่งงานแล้วคุณมีลูก คุณจะมีลูกกี่คน ส่วนใหญ่ 2 คน มันมาจากไหนล่ะ ตัวเลข 2 ... ไม่รู้ แต่คิดไปคิดมา มันทำให้ อัตราการเกิดลดลงเรื่อยๆ เพราะว่าผู้หญิงไม่แต่งงานเยอะขึ้น ผู้ชายที่เราเห็นเหมือนผู้ชาย ก็ไม่ใช่ผู้ชาย ... เราควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเขาบ้าง เพื่อที่จะมีคู่ ... พอแต่งงานก็ไม่ยอมมีลูกอีก ... คุณมีชัยทำ Concept ไว้ว่า ผู้หญิงก็ได้ ชายก็ดี มีแค่ 2 และต่อไปเราคาดว่าจะเป็นอย่างนี้
น้องขา ... มันจะมีปัญหาอย่างนี้ ถ้าเด็กน้อยไปเรื่อยๆ มีปัญหาแน่ๆ อาจารย์ก็เลยบอกว่า ใครจะแต่งงานแล้วมีลูก มีคนเดียว หนูเลี้ยงดียังไงก็ตาม โอกาสจะไม่ดีเยอะกว่า จริงๆ ถ้าคุณมีลูกคนเดียวและลูกดี แสดงว่า มีบุญมาทั้งแม่ทั้งลูกเลย ส่วนใหญ่แล้ว มีลูก 1 คน โอกาสที่ 2 คน จะดูแล 1 คนเยอะ
อาจารย์ยังมีผู้สูงอายุบอกว่า มีลูกคนเดียว บอกอาจารย์ว่า สบาย ให้เขาดูแล อาจารย์ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ... แต่ตอนนี้ ไม่ใช่ ลูกคนเดียว take อย่างเดียว เพราะว่าพ่อแม่พร้อมที่จะให้ เพราะว่ามีคนเดียว ... เขาจะไม่รู้จักการ treat ถ้ามีลูกมากกว่า 1 คน มี 2 คน เขาก็จะ share กัน
แต่ถ้าจะให้ดี อาจารย์แถมสักนิด ลูกเบอร์ 1 กับเบอร์ 2 ก็ต้องห่างกันอย่างน้อย 2 ปี หรือว่า มีลูกหัวปีท้ายปี เพราะว่าลูกคนโต จะยังไม่โตพอที่พร้อมจะให้ ขณะเดียวกันเขามีน้องแล้ว
คนไทยก็จะบอกว่า "ให้น้องๆ" มันก็ไม่เข้าใจว่า "ทำไมจะต้องให้น้อง" .... ใช่หรือเปล่า เพราะว่ามันก็ของฉันน่ะ ... "ให้น้องสิลูก เราเป็นพี่" ... ก็มันเรื่องอะไร จะรับได้ยังไงนะ ... มันโตกันมาแบบคู่กัดกันตลอดเวลา นะคะ ... "นี่ให้น้องเล่นก่อน" มันเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น อย่า ... ถ้ามีลูก 2 คน ต้องห่างกัน อย่างน้อยต้อง 2 ปี
อย่าเกิน 5 ปี ถ้าเกิน 5 ปี ลูกคนโตจะโตก่อน และจะเป็นลูกคนเดียวมานาน นานพอที่จะรู้จักอิจฉาแล้ว และผู้ใหญ่ ญาติโก โหติกา นี่ก็ตัวเรา ... "เนี่ยะ เขาจะมีน้องแล้ว แกละจะเป็นหมาหัวเน่า" ... ทำให้ลำบาก
ถ้ามีลูกคนที่ 2 ถ้าลูกเกิดมาให้คนอื่นดู ถึงเวลาให้นมเราให้นม แต่ให้คนอื่นดูลูก คุณกลับมาดูลูกคนที่หนึ่งสิคะ เพราะว่า เขาจะมีปัญหาเยอะ เขาจะเครียด
เมื่อก่อนอาจารย์ไปเขียงราย เจ้าหน้าที่ก็จะมา บอกว่า ลูกหนูคนโตกัดเล็บตลอดเลย เล็บเท่ายังกัดเลย ... เขาเหมือนเด็กสมาธิสั้น อาจารย์มาดูบอกว่า ลูกยู OK เลย ถามไปถามมาก็คือ ลูกเบอร์หนึ่ง และลูกเบอร์สองห่างกันไม่ถึงปี ปีกว่าๆ คือ ลูกเบอร์ 1 อายุ 6 เดือน ก็ท้องลูกเบอร์สองแล้ว ห่างกันนิดเดียว เพราะว่าพอลูกเบอร์สองมา เบอร์หนึ่งจะถูกจัดการมาก ก็เลยกัดเล็บตลอด เพราะว่าเขา stress และนี่เป็นการนำต่อไปข้างหน้า เป็นการเรียกร้องความสนใจ เพราะว่าพ่อแม่ concern มาก
ก็เลยว่า คุณไม่ต้องไปพูดอะไร แต่ถึงเวลาไปไหน ก็ต้องดูแลเขาด้วย เพราะว่าเห็นไปไหน เขาก็จูงลูกคนเล็ก ก็ต้องบอกว่า จูงคนโตด้วย จูงสองมือ เพราะว่า มันเป็นอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่าเราปล่อยเขา เพราะว่าเขาเล็กเกินกว่าที่เขาจะมี confidence ความมั่นใจ เพราะฉะนั้น เขาจะเครียด และมานั่งกัดเล็บ
เพราะฉะนั้น เลี้ยงลูกระวัง อย่างน้อยต้อง 2 ถ้าเศรษฐกิจดี ต้อง 4 ต้องมีทีละคู่ ถ้ามีสองคนเป็นเพศเดียวกัน อย่ามี 3 นะคะ ต้องมี 4 เลย เพราะว่า ถ้าคนเบอร์หนึ่งกับเบอร์สอง เป็นเพศเดียวกัน ไม่ว่าคนเบอร์สาม จะเป็นเพศไหนก็ตาม คนเบอร์สองลำบากทั้งนั้น ... แต่ถ้าเขาถูกเลี้ยงมาอย่างดี คนที่สองจะเป็นคนที่ compromise มาก ทำงานที่ไหนได้ เพราะเจ้านาย ใครๆ ก็รัก เพราะว่าเขาได้พยายามต่อสู้ ให้เขาอยู่ในครอบครัวมาได้อย่างนี้ อันนี้เป็นข้อดีของลูกคนกลาง แต่ถ้าไม่ดี อาจจะ break ไปเลยได้
คนเกิดน้อยๆ อย่างนี้ลำบากนะคะ ถ้าออกมาจากประชากรคุณภาพไม่ดี จะสร้างชาติได้ ชาติบ้านเมืองจะไปได้นั้นต้องมาจากคน หรือว่าคนทำงานต้องมาจากคนระดับกลาง คนระดับข้างบนที่เขารวยเป็นร้อยๆ ล้าน แต่คนระดับล่างๆ นั้นช่วยชาติไม่ได้ เขาไม่ได้ช่วยชาติ ... เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้ คุณเป็นคนระดับกลาง พันธกิจแรก หาสามีที่เหมาะสมเสียก่อน ถ้าหาได้ ไม่งั้นชาติไม่เจริญ แต่อย่าไปนอนกับเขาก่อน ต้องให้แน่ใจว่าแต่งงานนะ ถ้าทำไม่ได้จริงๆ ต้องมาปรึกษาเป็นรายๆ ไป
อาจารย์สอนหมอกับพยาบาลบอกว่า พวกคุณเป็นคนที่ทำมาหากินได้ และดูแลตัวเองได้ ผู้ชายที่มาอยู่ข้างหนูนั้น อย่างน้อยต้องใกล้เคียงกัน ที่ห่างกันเยอะ อีกหน่อยจะพูดกันไม่รู่เรื่อง คุณจะเหนื่อย ถ้า 30 กว่า จะต้องขึ้นคาน ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ขึ้นคานพร้อมขึ้นคาน อันที่หนึ่ง ... อันที่สอง ถ้าบอกว่าไม่อยากขึ้นคาน ยังพอมีความหวังอยู่ อาจารย์แนะนำ ให้มองพ่อหม้ายที่ภรรยาตาย นี่พูดจริงๆ ประสบการณ์เยอะแล้ว อาจารย์เห็นมาหลายคู่แล้ว พอภรรยาตาย ลูกเขาก็มีแล้ว และอย่าไปรังแครังคัดกับลูกเขา และคุณไม่ต้องมีลูก ตรงนั้น ลูกๆ เขาก็ไม่คิดว่า คุณจะมาแย่งมรดก เพราะว่าคุณก็ตัวคนเดียว และถึงเวลา เราก็ดูแลอะไรกันไป ไปเที่ยว ให้สบายใจ ถ้าหนูมีลูกจะปวดหัวเลย กับคำว่า ลูกเขา ลูกเธอ ลูกฉัน แต่ถ้าให้ดีไม่เอา แต่มาแล้วไม่ดี เลิกค่ะ ชัดเจน อย่าไปทน
อีกอันหนึ่ง อาจารย์สอนพยาบาลไว้ พยาบาลมาขึ้นเวร หาเงิน ซื้อรถให้สามีขับมาส่ง แล้วสามีก็ขับกลับ ถ้าคุณซื้อรถยนต์ คุณขับมาทำงานเองค่ะ แล้วสามีอยู่บ้าน จะไปไหนก็ตามใจ อย่าซื้อรถให้สามีเป็นอันขาด ชัดเจนไม่คะ อาจารย์เห็นมาเยอะมาก จนได้บทสรุปอย่างนี้ละค่ะ
อิอิ บทนี้ สะใจ ผู้เข้าประชุมชอบอกชอบใจกันยกใหญ่ละค่ะ
รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ