มะเร็งเป็นการกลายพันธุ์ (Mutation) ของเซลล์ที่มียีนเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดลักษณะสายพันธุ์ การกลายพันธุ์แสดงออกโดยการเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดระเบียบและกฎเกณฑ์อันเป็นธรรมชาติ กล่าวได้ว่าเป็นความไม่มีระเบียบและความผิดปกติ

        เซลล์ปกติที่มีสุขภาพดีมีลักษณะการเติบโตในแบบที่กะเกณฑ์ได้ และเมื่อเซลล์เติบโตไปถึงจุดแก่ตัวก็เริ่มสลายตัวไป แล้วมีเซลล์ใหม่เกิดขึ้นมาทดแทน

        แต่เซลล์มะเร็งเติบโตแบบไม่มีอะไรไปหยุดยั้งได้ในแบบที่กะเกณฑ์ไม่ได้เลย การเติบโตของเซล์เหล่านี้ไม่ส่งผลดีต่อการที่ร่างกายจะมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุข เซลล์ที่งอกงามดูเสมือนมีพลังสูงส่งกลับไม่มีหน้าที่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเลย มะเร็งที่ท่านมีอยู่เป็นตัวอย่างเดียวที่มีอีกหลายรูปแบบในคนอื่นๆ มะเร็งของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แตกต่างกันในความร้ายแรงและลักษณะเฉพาะตัวต่าง ๆ

        มะเร็งยังเป็นผลผลิตของการที่ร่างกายมีสมรรถนภาพของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) ตกต่ำไม่พอเพียงแก่การมีสุขภาพดี ความเข้าใจของท่านในเรื่องนี้มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เป็นจุดควบคุมสถานการณ์ว่าท่านสามารถจะช่วยตัวเองให้อยู่รอดตลอดไปและพ้นอิทธิพลภัยพาลครั้งนี้หรือไม่ ระบบภูมิคุ้มกันของท่านเป็นแนวต้านแรกและด่านสำคัญสุดยอดในการต่อสู้กับมะเร็ง หลายปีมาแล้วที่ท่านได้สร้างเซลล์ที่กลายพันธุ์และส่อที่จะเป็นมะเร็งได้อยู่เสมอมา แต่ภูมิคุ้มกันของท่านยังมีพลังสูงพอที่จะต่อต้านไว้ได้และแก้ปัญหาตลอดมาโดยที่ท่านอาจไม่เคยทราบ แต่มาบัดนี้มีเหตุการณ์ผันแปรไป ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของท่านหย่อนสมรรถภาพไปบางส่วน ไม่เพียงพอในการธำรงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีเช่นที่เคย

        บทความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ มีวิธีการที่ท่าจะนำไปปฏิบัติเป็นลำดับขั้นในการต่อสู้มะเร็ง โดยการร่วมมือกับทีมของแพทย์ผู้รับผิดชอบดูแลสุขภาพของท่าน กับตัวท่านเองในการจัดโปรแกรมการรักษาตามที่ท่านมีความเชื่อถือและมั่นใจ ทีมของแพทย์เขาจะมุ่งดูแลในด้านที่เกี่ยวกับเซลล์ที่ทำให้ท่านเจ็บป่วย สำหรับท่านเองจะรับงานในส่วนการดูแลร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ในการส่งเสริมให้ท่านมีชีวิตต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ มีความสุขสมบูรณ์พร้อม ไม่เพียงแต่พ้นจากภัยของเซลล์ร้ายมาได้ แต่ชีวิตสะบักสะบอมแทบไม่มีส่วนดีเหลือไว้ให้ชื่นชม กิจกรรมที่ท่านทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในที่สุดจะส่งผลให้ท่านมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ท่านมีสมรรถภาพในการหายโรคเองตามธรรมชาติ

        ทั้งหมดนี้กล่าวได้ว่าเป็นปฏิบัติการทางร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณร่วมกันโดยมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันอย่างแยกไม่ออก เมื่อใช้วิธีการนี้ร่วมกับการรักษาของแพทย์ที่ดูแลท่านในระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน จะดลบันดาลให้ท่านมีโอกาสสูงสุดในการเอาชีวิตรอดจากมะเร็งได้ ทีมแพทย์ของท่านมีหน้าที่มุ่งกวาดล้างเซลล์ที่กลายพันธุ์อันไม่พึงประสงค์ ขณะที่งานของท่านคือการเพิ่มเติมเสริมแต่งระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง การเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันของท่านเองนั้น แพทย์ช่วยท่านได้ไม่มากเท่ากับที่ท่านลงมือเอง ในการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต (Life style) ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

        ระบบภูมิคุ้มกันในตัวท่านมีความไวต่อสิ่งเหล่านี้ การสูบบุหรี่ การกินอาหารไม่ถูกต้องและการขาดการออกกำลังกาย เหล่านี้ส่งผลร้ายมากต่อหน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นมีการจัดการกับความเครียดอันเป็นพิษ ที่ทำให้ฮอร์โมนทุกข์คือ อะดรีนาลีน ถูกหลั่งจากต่อมหมวกไตไม่ขาดสาย อีกทั้งฮอร์โมนชื่อ คอร์ติโซน ทั้งสองอย่างนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นตัวทำลายหน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกัน

        แม้อารมณ์ของท่านเองที่ออกมาตอบโต้ต่อความรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งก็สำคัญมาก คนส่วนมากรับทราบความจริงนี้ด้วยความหวาดกลัว ความหวาดกลัวจะทำให้ความคิดและสติปัญญาของท่านที่กำลังต้องการมากกลับถูกยับยั้งจนเป็นอัมพาตทางความคิด และความสำนึกทางจิตวิญญาณที่เป็นพิษจากคำวินิจฉัยของแพทย์จะมีผลให้สภาพของชีวิตกลายเป็นนรกในใจ ไม่มีอันใดจะทำร้ายระบบภูมิคุ้มกันได้มากกว่านี้แล้ว

        เมื่อท่านจัดทีมแพทย์ผู้ดูแลให้เข้าประจำการเรียบร้อยแล้ว ท่านต้องเพ่งความสนใจไปที่จิตใจและจิตวิญญาณของท่านทันทีหากต้องการมีชีวิตรอดจากมะเร็ง ถ้าท่านทำไม่สำเร็จท่านจะประสบมหันตภัยอย่างหนักหนาสาหัส การมีแพทย์ดูแลตัวท่านโดยปล่อยความรับผิดชอบให้เป็นหน้าที่ของแพทย์เท่านั้นไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น มันจะตกที่นั้งคล้ายท่านหัดเดินด้วยไม้ต่อขา จริงอยู่มันพอทำได้ แต่ในบั้นปลายผลร้ายมักปรากฏขึ้นไม่เร็วก็ช้า

        การใช้วิธีการผสมผสาน ร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ ไม่ควรจะขัดต่อหลักการรักษาของแพทย์ที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าเป็นแพทย์แผนไทยและผู้มีความรู้ในการแพทย์ทางเลือกบางสาขาก็น่าเชื่อถือได้ สำหรับการแพทย์แผนวิทยาศาสตร์นั้นดีแน่ตรงที่พิสูจน์ได้ แต่แท้จริงแล้วก็ไม่พอเพียง ในการรักษาร่วมกับร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณนั้น เราสามารถมองเห็นผลที่คาบเกี่ยวกันได้ แต่แม้กระนั้นการวัดผลออกมาตามแบบวิทยาศาสตร์ก็ไม่เป็นที่พอใจ การแพทย์แผนปัจจุบันจะกลายเป็นการแพทย์ที่เป็นวิทยาศาสตร์สมบูรณ์ต่อเมื่อทีมแพทย์สละเวลาให้กับการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ของโรคทางกายกับสภาพจิตใจและจิตวิญญาณในลักษณะที่เป็นพลังธรรมชาติในการสร้างโปรแกรมเพื่อรักษาผู้ป่วยด้วยมะเร็งให้มีสภาพฟื้นตัวสมบูรณ์เท่านั้น

        ถ้าท่านมีมะเร็งวันนี้ ท่านไม่สามารถจะรอต่อไปเป็นปี ๆ เพื่อให้นักวิจัยเข้ามาวิเคราะห์เรื่องเหล่านี้จนเห็นว่าน่าเชื่อถือได้จริงจัง แต่ท่านต้องรีบลงมือปฏิบัติการทันที สิ่งที่ท่านทำได้จะมีความหมายมากที่แสดงความแตกต่างชัดเจน การฟื้นหายจากโรคต้องการความริเริ่มของตัวท่าน และความพยายามของตัวท่านเองอย่างสูงจึงจะเป็นผู้ชนะมะเร็งได้ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ข่าวสารนี้จัดเป็นข่าวดีที่นำความหวังมาสู่ตัวท่านและครอบครัวมากพอแล้ว

 

ตอนต่อไป

ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ความสิ้นหวัง

 

หมายเหตุ เรื่องนี้พิมพ์เผยแพร่ครั้งเดียวในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ม.ร.ว. ธันยโสภาคย์ เกษมสันต์ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๓