ผมห่างจากการบันทึก Blog ไปนาน เพราะ "ติดกับดัก" ของงานที่ไม่ได้เคยคิดว่าอยากจะทำมาก่อนเลยในชีวิต

งานที่ผมคิดว่า "ติดกับดัก" ได้แก่ งานแปลหนังสือสุขภาพ งานต้อนรับอดีตประธานสหพันธ์นักกิจกรรมบำบัดโลก งานเขียนเอกสารยื่นรับรองหลักสูตรต่อสหพันธ์นักกิจกรรมบำบัดโลก งานวางแผนเตรียมหลักสูตรกิจกรรมบำบัดในปีการศึกษา 2552 งานเตรียมหาผู้ป่วยอัมพาตมาเข้าร่วมโครงการวิจัย งานวิทยาการ self-managment ณ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ งาน supervise นศ.กิจกรรมบำบัดชาว Denmark งานอ่านโครงการวิจัยนักศึกษาและอาจารย์คณะฯ งานออกข้อสอบของวิชาชีพกิจกรรมบำบัดไทย งานวิทยากร standard of practice ของวิชาชีพกิจกรรมบำบัดไทย งานประชุมวิชาการการจัดกิจกรรมยามว่างในผู้สูงอายุ งานที่ปรึกษาอาชาบำบัดผสมผสานกิจกรรมบำบัด งานส่งต้นฉบับวิจัยในวารสารนานาชาติ ฯลฯ

งานต่างๆ ข้างต้น ทำให้ผมต้องเร่งทำและแบ่งเวลาอย่างคุ้มค่า เพราะทุกงานเหมือนจะสำคัญต่อคนอื่นๆ มีทั้งงานที่มีและไม่มีค่าตอบแทน แม้ว่าผมจะได้พัฒนาประสบการณ์การเรียนรู้จากงานเหล่านี้ แต่ผม "ล้า" เพราะเป็นงานที่นัดหมายและติดต่อมาจนทำให้ "ติดกับดัก" คือ ต้องอดทนและทำทุกงานให้สำเร็จในเวลาพร้อมๆกัน ยังมีอีกหลายงานที่ผมอยากทำเพื่อ "ความก้าวหน้าของตัวเอง" เช่น ทำเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการ ทำงานวิจัยที่ตนเองสนใจและถนัด ขอทุนไปทำ postdoctoral program เป็นต้น แต่มองดูแล้ว การรับหน้าที่ประธานสาขากิจกรรมบำบัด ม.มหิดล ทำให้ผมต้องทำงานหลายๆ งานในระยะเวลาจำกัดอย่างไม่คิดว่าจะได้คุณภาพตามที่ตนเองสุขใจนัก

เหนื่อยกับวิชาชีพกิจกรรมบำบัด...วิชาชีพที่คนไทยไม่รู้จักมากนัก และวิชาชีพที่มีความเป็นนามธรรมสูงหากไม่เรียนรู้ที่จะสื่อสารวิถีการบำบัดต่อคนที่แตกต่างกันและต่อรูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่หลากหลาย

ผมต้องเหนื่อยกับวิชาชีพนี้อีกนาน เพราะผมเพิ่งกลับมาจากการเรียนต่อ ป. เอก เพียง 2 ปี กับ 2 เดือน ด้วยอายุ 34 ปี ที่รับภาระหนักกว่าอาจารย์คนอื่นๆ ที่ต้องสื่อสารให้ประชากรไทยรู้จักประโยชน์ของกิจกรรมบำบัดให้เกิดความคุณค่าแก่การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้จงได้ จากการปฏิญาณหลังได้รับทุนรัฐบาลไทยของผม และที่สำคัญผมยังคงต้องสร้างนักกิจกรรมบำบัดที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทย แม้ว่าจะมีความรู้ความสามารถในการบริหารหลักสูตรอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แต่เมื่อทบทวนที่มาที่ไปของความสุขในการทำงานของตัวผมเอง ผมอยากย้ำเตือนให้พี่น้องทุกท่านได้รับคำตอบว่า ทำไมต้องให้มีคนเรียนกิจกรรมบำบัด ดังนี้

  • คนเราทำกิจกรรมในหลายมิติ เช่น เพื่อตนเอง เพื่อผู้อื่น เพื่อตนเองและผู้อื่น จึงต้องการความรู้ทางกิจกรรมบำบัดเพื่อสร้างความยืดหยุ่นของการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจากกิจกรรมที่ถูกวิเคราะห์และสังเคราะห์ขั้นตอน
  • คนเราทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตแบบอัตโนมัติตามกรอบของเวลาและสังคมนิยม จึงต้องการความรู้ทางกิจกรรมบำบัดเพื่อสร้างสุขภาวะของการดำเนินชีวิตอย่างอิสระ
  • คนเราไม่เคยคิดวางแผนจัดการชีวิตของตนเองอย่างมีระบบ จึงต้องการความรู้ทางกิจกรรมบำบัดเพื่อตระหนักและวางแผนสื่อสารกับร่างกายให้จัดการผลกระทบของปัญหาสุขภาพต่อพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
  • คนเราไม่เคยคิดสร้างกิจกรรมที่มีคุณค่าแก่ตนเองและผู้อื่นไปพร้อมๆกัน จึงต้องการความรู้ทางกิจกรรมบำบัดเพื่อระดมพัฒนากิจกรรมทางสังคมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความหมาย