เสี่ยงจากศัตรูภายนอก และศัตรูภายใน
ชีวิตที่พอเพียง : 6. ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยง
-
สมัยเป็นเด็กอายุ ๙ – ๑๐ ขวบ เวลาฝนตกชอบนั่งดูน้ำ ดูป่า (สวน) หน้าบ้าน แล้วจินตนาการเป็นเรื่องราวประสาเด็ก
-
มีต้นไม้ต้นหนึ่งสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางต้นไม้อื่นที่เตี้ยกว่ามาก เราชอบดูเพราะเห็นมันสูงดี แต่ก็ไม่รู้ว่าต้นอะไร ไม่เคยถามผู้ใหญ่
-
อยู่มาวันหนึ่งกลับมาบ้านจากโรงเรียนในวันฝนคก พบว่าต้นไม้ต้นสูงยอดไหม้ดำ ผู้ใหญ่บอกว่าถูกฟ้าผ่า ต้นไม้ที่สูงมากถูกฟ้าผ่าง่าย ผมจำต้นไม้ต้นนี้ได้ติดตาจนทุกวันนี้
-
พอมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ผมอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง จนเป็นที่เลื่องลือในครอบครัว ว่าเป็นคนบ้าหนังสือ ติดใจกลอนของหลวงวิจิตรวาทการอยู่บทหนึ่ง ว่า “จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน”
-
จบหมอ ไปเรียนต่อที่อเมริกา กลับมาอยู่ศิริราช แล้วขอย้ายไปอยู่คณะแพทยศาสตร์ที่ตั้งใหม่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ย้ายครอบครัวลงไปต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๗ พอต้นปี ๒๕๑๘ เขาตั้งให้เป็นรองอธิการบดี ความประทับใจ คือโดนลองของในที่ประชุมหลายครั้ง ครั้งหนึ่งผมเกือบจะจน โชคดี อธิการบดี (ศ. นพ. สวัสดิ์ สกุลไทย์) อยู่ด้วย ท่านช่วยออกรับหน้าแก้สถานการณ์ ท่านคงทราบว่าผมรับมือไม่ไหวแน่ ผมประทับใจจนทุกวันนี้ และจดจำไว้ว่าเป็นผู้ใหญ่ต้องคอยปกป้องผู้ร่วมงานเวลาเข้าที่คับขัน ตำแหน่งสูง ความรับผิดชอบมาก ย่อมมีคนอยากลองของ
-
ผมเรียนรู้หลักธรรมชาติของวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากโครงการ BRT และจาก ศ. ดร. วิสุทธิ์ ใบไม้ ว่าสิ่งมีชีวิตไม่ได้วิวัฒนาการขึ้นมาโดดๆ แต่วิวัฒนาการร่วมกัน เรียกว่า co-evolution คนเราจะวิวัฒนาการมาเป็นคนไม่ได้ถ้าไม่มีต้นไม้ ไม่มีสัตว์อื่น ไม่มีแบคทีเรีย ไม่มีไวรัส คือเราวิวัฒนาการขึ้นมาพร้อมกันกับศัตรูของเรา ทั้งที่เป็นคู่แข่ง ทั้งที่เป็นคนไม่ชอบเรา ทั้งที่เป็นเชื้อโรค ฯลฯ ถ้าไม่มีแบคทีเรียบางชนิดอยู่ในตัวเรา (อี โคไล) เราก็อยู่ไม่ได้ เท่ากับว่าเราอยู่อย่างเป็นสุข เป็นธรรมชาติ ในท่ามกลางระบบนิเวศที่มีความหลากหลาย ทั้งที่เป็นคุณและโทษ เป็นทั้งมิตรและศัตรู แต่ได้มาเห็นคุณทักษิณ ชินวัตร เล่นการเมืองแบบทำลายฝ่ายตรงกันข้ามหมด ใครคิดไม่เหมือน ไม่เข้าเป็นพวก ถือเป็นคนละฝ่าย หาทางสร้างความเข้มแข็งของพวกตนโดยการให้ผลประโยชน์แก่พวกพ้อง และกลั่นแกล้งคนที่ไม่เข้าพวก เป็นวิธีที่ผิดธรรมชาติ ไม่มีทางดำรงอยู่ได้นาน
-
คุณทักษิณ มีพฤติกรรมแบบต้องการเป็นต้นไม้สูงโดดเด่นต้นเดียวในป่า ในไม่ช้าก็จะโดน ”ฟ้าผ่า” ฟ้าที่ผ่า อาจเป็น ฟ้าภายนอก หรือ “ฟ้าภายใน” ก็ได้ "ฟ้าภายใน" ที่ผ่าหรือทำลายชีวิตคน คือความลืมตัว เหิมเกริม หลงตนเอง หรือกล่าวให้ครบ ได้แก่ โลภ โกรธ หลง นั่นเอง
-
หากดำรงชีวิตแบบพอเพียง โอกาสโดน “ฟ้าผ่า” ก็น้อย ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าภายนอก หรือ “ฟ้าภายใน”
-
ไม่มีความเสี่ยงอันตรายใด จะรุนแรงเท่าอันตรายที่เราเพาะเชื้อขึ้นเองจากภายใน – กิเลสตัณหา
-
ความพอเพียงเป็นยาเย็น ช่วยทำให้กิเลสตัณหาไม่งอกงาม ความพอเพียงมีทั้งส่วนที่เป็นศีล เป็นสติ และเป็นปัญญา
วิจารณ์ พานิช
๑๕ เมย. ๔๙
อ่านแล้ว ซึ้งมากครับ
ได้แง่คิดมากครับ … ตอนเป็นเด็กเคยเห็นฟ้าผ่าแบบตำตาครั้งหนึ่งครับ ไปเที่ยวเล่นบ้านใกล้ๆกัน ฝนตกเลยนั่งที่บรรไดรอให้ฝนหยุดอยู่ มองยอดมะพร้าวหน้าบ้าน ไม่นานฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา รุนแรงขนาดว่าไม่ไผ่ลำหนึ่งที่พาดพิงอยู่กับต้นมะพร้าวนั้นเกือบถูกผ่าเป็น 2 ซีกเลยที่เดียว บนยอดมะพร้าวก็มีไฟลุกอยู่ด้วย ที่จริงเป็นมะพร้าวต้นไม่สูงเลยแต่ดูรอบๆแล้วไม่เห็นมีต้นไม้อื่นใดสูงเท่าเพราะอยู่ริมทุ่งนา .. จึงได้แง่คิดว่า ถึงสูงไม่มากแต่ถ้าทำตัวสูงกว่าคนรอบข้างเสมอๆ ฟ้าก็ผ่าได้เหมือนกัน
แต่น่าแปลกนะคะว่า เราจะเห็นคนที่อยากเป็นต้นไม้ใหญ่สูงเด่นมีจำนวนมากกว่ามาก
ยิ่งถ้าเปรียบเทียบโดยใช้คุณทักษิณเป็นต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นแล้ว เราจะเห็นต้นไม้ดีๆ (อย่างน้อยก็เคยดี)มีค่าหลายๆต้น (ที่ไม่น่าเชื่อว่า"เงิน"จะซื้อได้) ไปเป็นเสาค้ำยันพันผูกกับต้นไม้ใหญ่ที่โดนฟ้าผ่าไปแล้วนี้อย่างไม่ยอมเลิกลา ดูเหมือนฟ้าผ่าจะทำได้เพียงให้ต้นไม้พักฟื้น แต่รากเน่าๆยังฝังลึกหรือเกิน
ต้องขออภัยสำหรับการระบายอารมณ์ค่ะ เนื่องจากรู้สึกคับข้องใจที่เราโดนมัดมือชกให้ละลายเงินภาษีไปกับการเลือกตั้ง โดยต้นไม้ใหญ่เน่าๆนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องเลือกกันอีกกี่รอบ ถึงจะรอบนี้สุดท้าย ก็ต้องได้เจ็บใจพวกวัชชพืชที่มาทำให้ต้นไม้เน่าๆอื่นได้เข้าสภาอีกเหมือนกัน เรียกว่า โมโหทั้งขึ้นทั้งล่องเลยค่ะ
ระบายอารมณ์มาจากหาดใหญ่ สงขลาค่ะ
เป็นความจริงที่คนเราในทุกๆสังคมควรนำสิ่งที่ท่านผู้เขียนเขียนไว้เข้ามาใส่ในใจ และพึงสังวรณ์ไว้เสมอ เพื่อชีวิตที่สงบ-สุข
อ่านแล้วเป็นประโยชน์มากเลยครับอาจารย์
ได้กลอนนำไปปฏิบัติและเตือนใจด้วยครับ
“จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน”